“แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ผนึก “เก็ตสึโนวา” สร้างแบรนดิ้ง…เพิ่มแวลู-
ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จไปอีกขั้น ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการวางตำแหน่งสินค้า รวมทั้งการเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ผู้ที่จะมาถ่ายทอดความรู้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจนและเห็นภาพ
วันก่อน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมทริปกับกิจกรรม “AUTOMATIC is NOW ! Festival” ที่ค่ายไทยยามาฮ่า จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และได้มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “สรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล” ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัทไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมพรีเซ็นเตอร์แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด กับศิลปิน “วงเก็ตสึโนวา” ถึงความสำเร็จที่เชื่อมระหว่างกันในการสร้างแบรนด์และภาพจดจำของแฟนยามาฮ่าและแฟน “เก็ตสึโนวา”
เสริมสร้างขยายฐานไปด้วยกัน
กลุ่มแฟนเพลงของ “เก็ตสึโนวา” จะมีความหลากหลายและกว้างขึ้นกว่าเดิม จากการร่วมกิจกรรมครั้งนี้
ได้มีการออกไปยังจังหวัดกลุ่มเป้าหมายของ “แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด และเก็ตสึโนวา” นั้นจะแตกต่างกันไป อย่างแฟน ๆ ของ “เก็ตสึโนวา” ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ม.ปลายเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งการที่เก็ตสึโนวาเข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตรงนี้ เรียกว่าต่างคนต่างช่วยขยายฐานแฟนคลับของตัวเองออกไป รวมทั้งยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ด้วย
มีทั้งกลุ่มคนที่สนใจรถมอเตอร์ไซค์แล้วมาดูคอนเสิร์ต “เก็ตสึโนวา” และได้เห็นการโชว์เคสของรถ และก็มีกลุ่มน้อง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะซื้อรถจักรยานยนต์มาดูคอนเสิร์ต ก็จะได้เห็นและซึมซับคัลเจอร์ของ
ยามาฮ่าไปด้วย
และเราเชื่อว่าอย่างน้อยอนาคตหากพวกเขาเหล่านี้จะตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซค์สัก
1 คัน “ยามาฮ่า” จะต้องเข้าไปอยู่ในใจเขาแน่นอน
จริง ๆ แล้วกลุ่มแฟนคลับของทั้ง “ยามาฮ่า-เก็ตสึโนวา” มันมีจุดที่มา “อินเตอร์เซกต์” (intersect) กันพอดี ช่วยเอื้อในการขยายฐานระหว่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มนี้อยู่ในช่วงวัยเริ่มต้นทำงานที่พอมีกำลังที่จะซื้อรถจักรยานยนต์

ส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว
จริง ๆ แล้วโปรดักต์คอนเซ็ปต์กับตัวพรีเซ็นเตอร์คอนเซ็ปต์ของวงนั้นค่อนข้างจะไปในทิศทางเดียวกัน
เลยทำให้ความน่าเชื่อถือ ความวางใจในเรื่องของความเป็นจริง ความเข้ากันได้นั้นเลยกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ตอนแรก ย้อนไปเมื่อช่วง 6 ปีก่อน เก็ตสึโนวาในขณะนั้นคือ วงดนตรีเด็ก ๆ เข้ามาใหม่ ๆ ยังงง ๆ กันอยู่ ขณะที่แกรนด์ ฟีลาโน่เข้ามาเมืองไทยใหม่ ๆ ก็จะงง ๆ เหมือนกัน ตอนนั้นคือ “ใหม่เจอใหม่” และยามาฮ่าต้องการสร้างความ “ใหม่” ต้องการสื่อสารว่ารถคันนี้เป็นรถของ
คนรุ่นใหม่ แม้ว่าหน้าตาจะเป็นรถกึ่งคลาสสิกก็ตาม แต่มันคือ
“เทรนด์ของคนรุ่นใหม่” ยามาฮ่าจึงเลือกใช้วงนี้ และปรากฏว่าไลฟ์สไตล์ของศิลปินก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับรถคันนี้
ทำให้เอื้อกัน…ทำให้ “เก็ตสึโนวา” กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่อายุยืน…ที่สุด และมีการต่อสัญญามาโดยตลอด และ “แกรนด์ ฟีลาโน่” ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
5 ปีกับหนังโฆษณา 5 เรื่อง
พรีเซ็นเตอร์ที่ยาวที่สุดก่อนหน้านี้ คือ “แคลช” คือระยะเวลา 5 ปี และมีการถ่ายหนังโฆษณา 4 เรื่อง แต่
“เก็ตสึโนวา” คือ 5 ปีกับหนังโฆษณา 5 เรื่อง ถือว่ายาวนานที่สุด ซึ่งเป็นความเอื้อกัน และเมื่อลงมาดูถึงกลุ่ม
เป้าหมายแล้ว จะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายคนฟังเพลงและกลุ่มเป้าหมายของรถจึงค่อย ๆ เติบโตไปด้วยกัน…จาก
ตอนแรกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เป็นเฉพาะกลุ่มแต่วันนี้มันขยายขึ้นและอินเตอร์เซกต์ (intersect) กันไปเรียบร้อย และยิ่งทำให้ “แบรนดิ้ง” แข็งแรงไปด้วย
แน่นอนว่า…พวกเราก็รู้สึกผูกพันไปกับรถคันนี้ ตอนช่วงแรก ๆ นั้นเมื่อเราออกทัวร์คอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัดแล้วเห็น “แกรนด์ ฟีลาโน่” ครั้งแรกเราจะตื่นเต้นมาก ๆ ตื่นเต้นยิ่งกว่าเห็นเฟอร์รารี่…(หัวเราะ)
และพอผ่านไป 1 ปีเราเห็นรถคันนี้วิ่งอยู่เต็มถนน มันเป็นภาพที่ตื่นเต้นเป็นความรู้สึกที่ไม่คิดว่าการเล่น
ดนตรีจะทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เก็ตสึโนวามาเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น “แกรนด์ ฟีลาโน่” ไม่เคยทำพรีลอนช์เนื่องจากรถมันขายดีอยู่แล้ว เราก็ปล่อยให้มันขายของมันไปได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องทำการตลาดอะไรเยอะ
แต่พอมาปีนี้ มาเป็น “แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ปุ๊บ ยามาฮ่าเองต้องพยายามสร้างให้มันเกิด เพราะต้องแข่งกับความเข้าใจของคน ว่า เทคโนโลยีไฮบริดนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร, จะเป็นตัวที่เข้ามา
เพิ่มค่าใช้จ่ายหรือไม่, เป็นตัวที่ช่วยให้การขับขี่สบายขึ้น ซึ่งตรงนี้คือ “แวลู” ที่จะต้องช่างน้ำหนักให้ดี และการแข่งขันในตลาดที่เซ็กเมนต์มันเยอะขึ้น ดังนั้น เมื่อยามาฮ่าเปิดไฮบริดออกมาจะเงียบไม่ได้
เดินเกมการตลาดเต็มสูบ
แน่นอนว่าวันนี้เราใช้กลยุทธ์และแผนการตลาดแบบเต็มสเกล ตั้งแต่การเปิดตัว, การทดสอบ จนมาถึงการเปิดตัวในต่างจังหวัด การลงพื้นที่จัดกิจกรรมถึงลูกค้าให้เข้าถึงมากที่สุด
แน่นอนว่า “เก็ตสึโนวา” เองก็พร้อมเดินหน้าลุยร่วมกิจกรรมกับ “ยามาฮ่า” ในทุกพื้นที่
ชูภาพลักษณ์ไฮบริด
ภาพลักษณ์ของรถแกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด และภาพลักษณ์ของวงนั้นมีความใกล้เคียงกัน คือ มีความเป็นพรีเมี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ เวลาเราเห็นรถรุ่นนี้ตามท้องถนน รู้สึกได้ว่ารถคันนี้มันโดดเด่นกว่ารถคันอื่น ๆ ทั้งรูปทรงดีไซน์ มีความคลาสซีมาก ๆ และภาพลักษณ์ของวงเราไปได้ด้วยกันกับแกรนด์ พีลาโน่มากที่สุด
สุดท้าย…“สรวงสุดา” ย้ำว่า พรีเซ็นเตอร์ของยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริดนั้น ก่อนที่จะเป็น “เก็ตสึโนวา” ในวันนี้ พวกเขาก็มีความเป็น “ไฮบริด” เช่นกัน ทั้งแนวดนตรีที่เริ่มมีผู้มา joy มาร่วม เดิมยามาฮ่าก็คิดว่าจะต้องมีการเปลี่ยนหรือไม่ ซึ่งไม่มีความจำเป็นเพราะวงเขาก็มีแคแร็กเตอร์ และไม่มีความหยุดนิ่งเหมือนกัน เดินไปข้างหน้าเหมือนกับยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่เหมือนกัน
และเราพบว่า การจดจำของลูกค้าเวลาที่แบบสอบถามหลังออกอากาศหนังโฆษณาไป คนจำได้ว่ายามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ พรีเซ็นเตอร์คือ เก็ตสึโนวา และเมื่อไปดูผลวิจัยของทางค่ายเพลงก็พบว่า เวลาเห็นศิลปินแล้วจะนึกถึงสินค้าอะไร คำตอบก็คือ 40% คนจำได้ว่าเป็นแกรนด์ ฟีลาโน่ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราต้องใช้เขาต่อไป ก็ดี และอาจจะต้องมีอะไรที่พิเศษขึ้นเท่านั้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกับวงอยู่แล้ว
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
