จันทร์นภา สายสมร “ลามิน่าทุกคนเป็นมืออาชีพ”-
สัมภาษณ์
หลังจากยักษ์ใหญ่ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ “ลามิน่า” ประกาศปรับทัพองคาพยพทั้งองค์กรใหม่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา วันก่อนบอสใหญ่ “จันทร์นภา สายสมร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เปิดโอกาสให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมพูดคุยถึงทิศทางการก้าวไปข้างหน้าและแนวคิดการปรับองค์กรรวมถึงโมเดลธุรกิจ ไปจนถึงการเทงบประมาณครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เพื่อกระชับพื้นที่และบุกตลาดสินค้าพรีเมี่ยมสู่เป้าหมายยอดขายระดับ 2 พันล้านบาท
กระฉับกระเฉงคล่องตัว
เทคโนเซลฯ เราปรับโครงสร้างองค์กรมาสักระยะแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากพนักงานในทุกส่วนเป็นอย่างดี และต้องถือเป็นความโชคดีของเรา เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรของเรานั้น พนักงานทุกคนมีความเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ เพราะหากเรายังอยู่เฉย ๆ ก็จะล้าหลัง และองค์กรจะแข่งขันกับคนอื่นไม่ได้ ซึ่งทุกคนเข้าใจและพร้อมจะเดินหน้าไปด้วยกัน หลัก ๆ เรามองว่า ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา มันน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างความกระฉับกระเฉง เพิ่มความคล่องตัว ในการทำงานให้กับทุกภาคส่วน มีการมอบอำนาจเป็นระดับขั้นอย่างชัดเจนในแต่ละแผนก ทั้งฝ่ายการตลาด การขาย บัญชี ฯลฯ
นอกจากนี้เรายังมีทีมผู้บริหารเข้ามาเสริมทัพในแต่ละหน่วยงานอีก 5-10 คน เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างทันท่วงที และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย
เน้นลูกค้ายังมาก่อน
เราโชคดีที่พนักงานเทคโนเซลฯทั้ง 136 คนนั้น สามารถปรับตัวเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงหรือกระแสดิสรัปชั่นได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราต้องทำควบคู่กันไปคือ ความพยายามดูแลฐานลูกค้าเดิม และเดินหน้าสร้างฐานลูกค้าใหม่
เราเชื่อว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 24 ปี เรามีฐานลูกค้ามากกว่า 6 ล้านราย แต่เนื่องจากปัญหาบางอย่าง และลูกค้าจำนวนมากมักไม่ได้ลงทะเบียนซึ่งมีมากถึง 50% ของลูกค้าทั้งหมด ทำให้เรามีการจัดเก็บฐานลูกค้าจริง ๆ อยู่แค่ 150,000 รายเท่านั้น
การทำงานของเรายังเน้นความจริงใจ โดยเฉพาะเงื่อนไข การให้การรับประกันฟิล์มกรองแสง และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งนานถึง 7 ปี ลูกค้าหากติดตั้งไปแล้วมีปัญหาหรือแม้แต่แค่กระจกแตกร้าว ถ้าลงทะเบียนไว้จะได้รับการดูแลทันที แต่หากลูกค้าไม่ได้ลงทะเบียนอาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบหลายขั้นตอน ทำให้เกิดความยุ่งยากพอสมควร
ดังนั้นลูกค้าที่ติดฟิล์มลามิน่า ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม รวมทั้งโชว์รูมรถยนต์ด้วย ควรตรวจสอบความเรียบร้อยเพื่อประโยชน์สูงสุด
ตั้งเป้าปีนี้เฉียดพันล้าน
ปีนี้ตลาดฟิล์มกรองแสงน่าจะมีการเติบโตอยู่ราว 10-11% เป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม โดยตลาดหลักจะอยู่ที่โชว์รูมรถยนต์ถึง 80% ซึ่งเป็นกลุ่มรถใหม่ป้ายแดง
และอีก 20% จะเป็นตลาดติดตั้งทั่วไปหรือตลาดทดแทน และลามิน่าเองเราตั้งเป้าปีนี้จะมีรายได้ที่ 850 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ธุรกิจฟิล์มกรองแสง 95% และอื่น ๆ 5% และมีอัตราการเติบโตอย่างน้อยที่ 10% ทุกปี 7 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้ไปแล้วถึง 480 ล้านบาท
แบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างการติดฟิล์มโชว์รูมรถยนต์ 80% หรือจากโชว์รูมรถยนต์ที่มีกว่า 2,000-2,500 แห่งทั่วประเทศ และการติดฟิล์มผ่านช่องทางจัดจำหน่าย 20% ที่มีร้านค้า-ประดับยนต์ต่าง ๆ มีประมาณ 3,000 แห่ง
และในจำนวนนี้ ลามิน่ามีพันธมิตรที่เป็นโชว์รูมรถยนต์อยู่ 1,400 แห่งทั่วประเทศ และร้านค้าร้านประดับยนต์อีก 660 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งยังมีลามิน่า เอ็กซ์คลูชีฟช็อปอีก 60 แห่ง
ลุยปลุกปั้นแบรนด์ฮีโร่
สินค้าแบรนด์ฮีโร่ของบริษัทภายใต้ศูนย์ “แอลทิเมต (Ltimate)” ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสินค้าในกลุ่มฮีโร่ของบริษัท ประกอบไปด้วย ฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”, ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์”
นวัตกรรมเคลือบปกป้องรถยนต์ เรืออากาศยาน “ไทรบอส” จากอังกฤษ, ลำโพงติดรถยนต์ระดับไฮเอนด์ “โซนิค ดีไซน์” จากญี่ปุ่น และฟิล์มนิรภัยติดกระจกด้านนอกรถคุณภาพสูง “เบรย์” จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราอยู่ระหว่างการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมลงทุน ซึ่งมี “แอลทิเมต”สาขาแรกที่ จ.ชลบุรีไปแล้ว และมีแผนจะขยายเพิ่มอีก 3 แห่งภายในปีนี้
ส่วนปีหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มอีก 7 แห่ง และตั้งเป้าจะมีรายได้จากศูนย์ดังกล่าวที่ 20 ล้านบาท และ 50 ล้านบาทภายในปี 2563 ผู้บริหารมาดเท่กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า…ลามิน่าจะต้องเป็นสากล ต้องอยู่ได้ด้วยระบบงาน ไม่ใช่ที่ตัวบุคคล
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
