เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
Business คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
Economic สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
ดูทั้งหมด

5 ปีของ “อาเบะโนมิกส์” “ญี่ปุ่น” ยังจำต้องดิ้นรน-

04 ต.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจ

โดย ไพรัตน์ พงศ์พาณิชย์

อาเบะโนมิกส์ รู้จักแพร่หลายกันตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน ปี 2013 หลายคนคงจำกันได้ว่า ฮารุฮิโกะ คุโรดะ เป็นคนแถลงรายละเอียดของนโยบายนี้ในวันเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีการพูดถึงนโยบาย “สามศร” ประกอบด้วยการผลักดันให้ภาวะเงินเฟ้อกระเตื้องขึ้นไปอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ปี ผ่านมาตรการผ่อนคลายทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ (คิวคิวอี) รวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นให้ได้รวมมูลค่า 50 ล้านล้านเยนต่อปี

แรกเริ่ม นโยบายการเงินใหม่นี้ช่วยให้อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลง ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่า ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นบริษัทญี่ปุ่น ดันราคาหุ้นสูงขึ้น

ปัญหาก็คือ 2 ปีผ่านไป อัตราเงินเฟ้อยังคงไม่กระเตื้อง บีโอเจไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหาหนทางใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินยิ่งขึ้นต่อไป

ในปี 2016 บีโอเจประกาศใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแบบติดลบ ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมดอกเบี้ยระยะยาวหรือ “ยีลด์เคิร์ฟโพลิซี” ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวตายตัวที่ระดับใกล้กับ 0 เปอร์เซ็นต์

นับตั้งแต่ นายชินโสะ อาเบะ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี อาเบะโนมิกส์ส่งผลในทางด้านดีอยู่บ้าง ตรงที่สามารถทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น อัตราว่างงานลดลงเกือบครึ่ง

แต่ในเวลาเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อกลับยังทรงตัวอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายอยู่มาก คือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ (0.7 เปอร์เซ็นต์) แถมอัตราการขยายตัวของศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (potential growth rate) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวเร็วขนาดไหน หากดำเนินการผลิตเต็มกำลัง ก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับเดิม แทบไม่กระเตื้องขึ้นด้วยซ้ำไป

ยิ่งกว่านั้นผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาปรากฏขึ้นมากมาย เช่น อัตราเงินกู้ของบรรดาธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำก็จริง ธนาคารกว่าครึ่งกลับขาดทุนในการดำเนินธุรกิจส่วนที่เป็นธุรกิจหลักทั้งหลาย หรือกรณีที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ตายตัวในระดับต่ำใกล้ศูนย์เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดปัญหาหนี้ค้างชำระสะสมสูงขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน จนขณะนี้เพิ่มขึ้นระดับ 18 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี

ในปี 2015 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศ “ขั้นที่ 2” ของอาเบะโนมิกส์ ที่ประกอบด้วย “สามศรใหม่” ออกมาบังคับใช้ในช่วง 3 ปีถัดมา ประกอบด้วย การกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งรวมทั้งการ “ปฏิรูป” สไตล์การทำงาน, มาตรการส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะสตรี และสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ในเชิงดิจิทัล ต่อด้วยการสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตร และสุดท้าย คือ การกำหนดมาตรการความมั่นคงทางสังคม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในหลักประกันในอนาคต

ทั้งนี้ นโยบาย “สามศรใหม่” ของอาเบะมุ่งไปในเชิงสังคมมากขึ้นเป้าหมายนั้นเห็นได้ชัดว่า เพื่อยุติแนวโน้มอัตราการเกิดต่ำ ที่ทำให้ประชากรญี่ปุ่นหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นสังคมที่ได้ชื่อว่า “ซูเปอร์เอจจิงโซไซตี” อยู่ในเวลานี้ พร้อม ๆ กับความพยายามสร้างสังคมที่ยอมรับและส่งเสริมสถานะของสตรีในสถานที่ทำงาน เพื่อเพิ่มแรงงานวัยทำงานให้สังคม โดยที่สตรีไม่จำเป็นต้องออกจากงานเพื่อไปทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกหลานของตนเองอีกต่อไป

ในเวลาเดียวกันก็ดำเนินความพยายามเพื่อปฏิรูปธรรมาภิบาลภายในองค์กรธุรกิจ มีการกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อบรรษัทภิบาล (corporate governace code) ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนทั้งหลายจำเป็นต้องจริงจังกับกลไกเพื่อความโปร่งใสและชอบธรรมควบคู่ไปกับการแสวงหาผลกำไร

ซึ่งเท่ากับเป็นการปฏิรูปในด้านการผลิตที่มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเพิ่มผลิตภาพให้กับธุรกิจญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างทางการคลัง ซึ่งจำเป็นต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อไป

หลังผ่านพ้น 5 ปีของอาเบะโนมิกส์มาแล้ว เห็นได้ชัดว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมญี่ปุ่นนั้นทั้งละเอียดอ่อนและซับซ้อน จนยากที่จะปรับเปลี่ยนแก้ไขภายในระยะเวลาสั้น ๆ

แต่ยังจำเป็นต้องต่อสู้ฝ่าฟันต่อไปอีกนานไม่น้อยเลยทีเดียว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”