ทุ่มปั้นนวัตกรรมเสริมแกร่ง อนาคต Acer เป็นมากกว่าพีซีโน้ตบุ๊ก-
เมื่อนึกถึงคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก “Acer” เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้คนจะนึกถึง แต่ยุคนี้ก็มีสมาร์ทดีไวซ์มาไล่บี้
“เจสัน เฉิน” ประธานและซีอีโอของ Acer แบรนด์ไอทียักษ์ใหญ่จากไต้หวัน ย้ำชัดในการมาเยือนประเทศไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า “คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กจะคงอยู่ได้ในตลาดต่อไป จนกว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ที่เหนือกว่าเข้ามาลบล้าง”
แม้ Acer จะมีมาร์เก็ตแชร์คอมพิวเตอร์พีซีทั่วโลกเป็นอันดับ 4 ผลประกอบการ ณ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิโตถึง 261% ดีที่สุดในรอบ 8 ปี รายได้จากตลาดเกมมิ่งที่รุกหนักมากก็โตถึง 100% แต่ประธานและ
ซีอีโอของ Acer มองว่า ความยั่งยืนอยู่ที่ “นวัตกรรม” ที่จะสร้างความหลากหลายของธุรกิจ
ดังนั้น ตลอด 4 ปีในตำแหน่งนี้จึงได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง งบฯ R&D ของ
เอเซอร์ถูกปรับเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 1% ของรายได้ จนปัจจุบันมาอยู่ที่ 2% ของรายได้แล้ว ทั้งยังมีผลงานจดสิทธิบัตรแล้วกว่า 300 สิทธิบัตร และเมื่อประเมินผลตอบรับที่ได้กลับมา พบว่าการทุ่มเทกับนวัตกรรมทำให้แบรนด์ Acer มีความเป็นพรีเมี่ยมขึ้น ช่วยสร้างมูลค่าและผลกำไรได้สูงสุดในรอบ 14 ปี
เหตุเพราะนวัตกรรมช่วยสร้างให้แบรนด์มีความแตกต่างจากคู่แข่งท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะระบบการระบายความร้อนด้วยพัดลม ที่ถือเป็นนวัตกรรมที่ภาคภูมิใจและสำคัญสุดสำหรับ Acer ในตอนนี้ สร้างความแตกต่างคือเทคโนโลยีระบายความร้อน “THERMOS” ซึ่งใช้หลักฟิสิกส์ในการดึง-ผลัก “ลม” ออก ซึ่งช่วยให้ระบายความร้อนโดยไม่มีฝุ่นเข้าไปรบกวน ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ทำได้ดีขึ้น
ขณะที่นวัตกรรมด้านบล็อกเชน และ AI ซึ่งมีหลายโครงการที่กำลังวิจัยอยู่ก็จะเป็นรากฐานสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนนวัตกรรมด้านแพทย์และสุขภาพ โดยเฉพาะ “MoonShot” โครงการวิจัยที่จะวิเคราะห์และประมวลผล DNA ของมนุษย์ ซึ่งแม้จะยังไม่ทำกำไร ณ ตอนนี้ แต่จะเป็นพื้นฐานในระยะยาวของบริษัท
และไม่ใช่แค่นวัตกรรมไฮเทคทั้งหลายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย โดยหากจะยังจำได้กันก่อนหน้านี้ Acer เคยบุกตลาดสมาร์ทโฟนด้วย แต่ยุติบทบาทไปเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่ง “เจสัน เฉิน” เปิดเผยว่า เป็นเพราะยังไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างได้ เขาจึงได้ส่งพนักงานในส่วนนี้ไปทำวิจัยใน lab ที่ไทเป กับโครงการ “A Corner” เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทำให้ผู้ใช้ประหลาดใจ เพราะ “Acer ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว้าว ! ได้มากที่สุด”
โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ “แวร์เอเบิลที่เป็นลูกประคำดิจิทัล” ซึ่งเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนได้ โดยมีฟังก์ชั่นใช้งานคล้าย ๆ กับแวร์เอเบิลทั่วไป แต่สามารถใช้นับและทำสมาธิได้แทนลูกประคำ สามารถบันทึกบทสวดมนต์ได้ ทั้งยังแชร์ข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการสวดมนต์การอธิษฐานไปยังญาติมิตรที่รักได้ด้วย โดยสินค้าตัวนี้ Acer จะเป็นผู้ผลิตแบบ OEM ให้กับ “วัด” ในไต้หวัน ซึ่งแต่ละแห่งสามารถดีไซน์วัสดุที่ใช้ได้
และด้วยการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมนี่เอง เป็นฐานสำคัญของกลยุทธ์ตลาดที่ซีอีโอ Acer คนนี้ใช้มาตลอด คือ “First to Market” เป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกตลาด แม้จะยากที่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจในผลิตภัณฑ์ แต่การเข้ามาก่อนย่อมครองตลาดได้ก่อน แต่หลักสำคัญที่ต้องคิดก่อนจะเปิดตลาดใหม่ ๆ คือ ตลาดต้องใหญ่พอที่จะคุ้มในการลงทุน แต่ก็ต้องเล็กพอที่จะก้าวเป็นผู้ชนะเป็นเบอร์ 1 ในตลาดได้
ขณะเดียวกัน นอกจากที่จะ R&D เองแล้ว อีกกลยุทธ์ที่ใช้คือการเข้าไปลงทุน รวมถึง take over ในสตาร์ต
อัพและธุรกิจใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และพยายามผลักดันให้เติบโตจนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ โดยใน 4 ปีที่ผ่านมามี 5 บริษัทแล้วที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งบริษัทที่ Acer สนใจเข้าลงทุนมีความหลากหลายมาก แต่จะต้องเชื่อมต่อกับธุรกิจหลักดั้งเดิมได้ เช่น มีเทคโนโลยีด้าน IOT และสมาร์ทซิตี้ ซึ่งในส่วนของสมาร์ทซิตี้ก็กำลังเริ่มเข้ามาทำตลาดในตลาดไทยด้วย
“ซีอีโอไม่ใช่โฟกัสแค่ผลประกอบการ การสร้างรายได้ทำลายสถิติต่าง ๆ สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอดีต แต่ซีอีโอต้องมองไปที่อนาคต และผลักดันให้บริษัทเกิด new business ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ต่อไปนอกจากแบรนด์ Acer ก็จะเห็นซับแบรนด์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น รวมถึงช่องทางธุรกิจที่หลากหลาย กลายเป็น Acer Group ที่จะเป็นผู้นำเทรนด์ธุรกิจ เทรนด์โปรดักต์ใหม่ ๆ สร้างความยั่งยืนในระยะยาว”
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
