เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
Economic ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
Economic รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
Politics รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Automotive ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
Finance ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
Politics พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
Politics รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
Economic ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
World เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
ดูทั้งหมด

ความกังวล ราคาน้ำมัน กระทบเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด-

11 ต.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 80 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่ปี 2014 (ราคาน้ำมันเคยสูงสุดเกือบ 120 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2013) โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากประมาณ 60 เหรียญในช่วงตุลาคม 2017 ทำให้เริ่มมีการคาดการณ์กันว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นไปจนถึงกลางปีหน้า

สำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือ EIA ได้ปรับการคาดการณ์เมื่อต้นเดือนกันยายน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์จากเฉลี่ย 72 เหรียญต่อบาร์เรลเป็น 76 เหรียญต่อบาร์เรลในปีนี้ และปีหน้าอยู่ที่ 74 เหรียญต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ที่เพิ่งปรับการคาดการณ์ราคาน้ำมันขึ้นในปลายเดือนกันยายนจากเฉลี่ย 70 เหรียญ เป็น 74 เหรียญในปีนี้ และปีหน้า คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับสูงต่อเนื่องเป็น 80 เหรียญ

ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลง

ราคาน้ำมันโลกปรับลงต่ำสุดแตะ 30 เหรียญต่อบาร์เรล ช่วงต้นปี 2016 หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปี 2016-2017 โดยราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40-60 เหรียญต่อบาร์เรล จนกระทั่งปลายปี 2017 ที่ราคาน้ำมันเร่งตัวขึ้นค่อนข้างเร็วมาเป็น 70 เหรียญในต้นปี 2018 และ 80 เหรียญในปัจจุบัน ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นนั้น มาจากปัญหาด้านปริมาณการผลิตเป็นสำคัญ คือ

1.กลุ่มโอเปก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (เกือบ 40% ของปริมาณการผลิตน้ำมันทั้งโลก) ได้ปรับลดการผลิตน้ำมันลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันที่ตกต่ำในปี 2016 และยังคงคุมระดับการผลิตอยู่ในปัจจุบัน

2.ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศ เช่น เวเนซุเอลา ลิเบีย ไนจีเรีย และอิรัก ประสบปัญหาทางการเมือง

3.อเมริกาประสบปัญหาเรื่องท่อขนส่งน้ำมัน (infrastructure bottleneck) ทำให้ไม่สามารถส่งออก เชลออยล์เพิ่มขึ้น แบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ประเมินว่า ปัญหาเรื่องท่อขนส่งน้ำมันจะคลี่คลายได้ในครึ่งหลังของปี 2019

4.ความกังวลเกี่ยวกับการคว่ำบาตรอิหร่านของอเมริกา ซึ่งจะมีผลในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยอเมริกาสั่งห้ามบริษัทของอเมริกาทำธุรกิจกับบริษัทที่ค้าขายกับอิหร่าน ยกเว้นว่าจะได้รับไฟเขียว (การยกเว้น) จากอเมริกาก่อน ทำให้กังวลว่า อิหร่านจะไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ ทั้งนี้อิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 2 ในโอเปก โดยส่งออกกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

จากปัญหาดังกล่าวประเมินว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันจะลดลงกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เกือบใกล้เคียงกับปี 2014 ซึ่งปริมาณการผลิตหายไป 3.75 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของอิหร่านจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 4 และผลกระทบจะมากสุดในไตรมาส 2 ปีหน้า ทำให้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 90-95 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 2 ปีหน้า

เศรษฐกิจชะลอความต้องการใช้น้ำมันอาจลดลง

ปัจจัยที่อาจช่วยลดผลกระทบเรื่องปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันที่คาดว่าจะลดลง คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าของอเมริกาและจีน

ทั้งนี้ประเทศกำลังพัฒนามีปริมาณการใช้น้ำมันประมาณ 50 ล้านบาร์เรลต่อวัน (กว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณความต้องการทั้งโลก) โดยเฉพาะจีน ซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำมันถึง 13.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นอันดับ 3 รองจากอเมริกา ใช้น้ำมัน 20 ล้านบาร์เรล และยุโรป 14 ล้านบาร์เรล

โดยเศรษฐกิจจีนนั้นเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัว และคาดว่าผลจากที่อเมริกาปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญ (ปรับขึ้น 10% ตั้งแต่ 24 กันยายน 2018 และเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมกราคม 2019) จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของจีนในปี 2019 โดยประเมินว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนอาจปรับลดลงเหลือ 6.1% ในปีหน้า (ปีนี้คาดการณ์ว่าจีนจะโต 6.6%)

ดังนั้น หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง อาจจะทำให้ความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวดีขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นไม่มากนัก

ผลกระทบของราคาน้ำมัน

ประเทศที่จะถูกกระทบจากการปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมัน คือ ประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องนำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ค่าเงินอ่อนตัวลง เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจภายในและผลจากการที่แข็งค่าของเงินดอลลาร์ เช่น ตุรกี อาร์เจนตินา ราคาน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นกว่า 100% จากต้นปี ส่วนบราซิลสูงขึ้น 50% อินเดียสูงขึ้น 36% ทำให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ยังทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดแย่ลง (เพราะต้องจ่ายค่าน้ำมันนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น) ทำให้เศรษฐกิจภายในอ่อนแอลง

สำหรับประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่มีการนำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับต้น ๆ ในเอเชีย คือ มูลค่านำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 5% ของจีดีพี ซึ่งจะได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าผลกระทบมีไม่มากนัก ทั้งด้านเงินเฟ้อและดุลบัญชีเดินสะพัด โดยราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นแค่ 10% เพราะเงินบาทแข็งค่า และรัฐบาลเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันบางส่วนเป็นการนำเข้าเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปส่งออก ทำให้ลดผลกระทบลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อเนื่อง จะเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบมากขึ้นในปีหน้า

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”