เปิด “ซิกท์” หลวงพระบาง ลั่น 3 ปีแชมป์รถเช่าในลาว-
มาสเตอร์กรุ๊ปสยายปีกรถเช่าเต็มสูบ เทงบฯ 400 ล้านบุกตลาดทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ ปักธง “หลวงพระบาง” ตั้งเป้าภายใน 2-3 ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งรถเช่าในลาว พร้อมเร่งศึกษาตลาดเวียดนามอีกแห่ง คาดปีนี้โกยรายได้ไม่น้อยกว่า 1.7 พันล้าน
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือเอ็มจีซี-เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินนโยบายโมเดล ASEAN Platform เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการขยายการลงทุนรถเช่าแบรนด์ซิกท์ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว ในนามบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (ลาว) จำกัด เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสและศักยภาพของตลาดรถเช่าในเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก และมีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาปีนี้ถึง 700,000 ราย ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านราย
“หลวงพระบางเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง รองรับนักท่องเที่ยวตลาดบนอย่างแท้จริง ซึ่งมีดัชนีชี้วัดจากอัตราค่าที่พักหรือร้านอาหารที่มีราคาสูงกว่าไทย ซึ่งหลวงพระบางมีประชากรอาศัยประมาณ 500,000 คน แต่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเยือนในแต่ละปีกว่า 1,000,000 คน กว่าเท่าตัวของจำนวนประชากรทั้งหมด”
ด้านนายภูมน สมดี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาด ซิกท์ เร้นท์ อะคาร์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้เตรียมงบประมาณเพื่อใช้สำหรับการขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศไทย เพื่อซื้อรถยนต์เข้าพอร์ตอีก 200 คัน จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 5,000 คัน สำหรับตลาดรถเช่าระยะสั้น
และการลงทุนใน สปป.ลาว 200 ล้านบาทโดยแบ่งเป็นการลงทุนสำหรับซื้อรถเข้าพอร์ต 200 คัน คิดเป็นเงินลงทุน 140-150 ล้านบาท จากเดิมมีรถยนต์ 100 คันและขยายการลงทุนมายังเมืองหลวงพระบางอีก 30 ล้านบาท สำหรับการซื้อรถยนต์เข้าพอร์ต 40 คัน และอีก 10 ล้านบาทเป็นการลงทุนจัดตั้งสำนักงาน รวมทั้งยังมีการลงทุนในมาเลเซียอีก 40 ล้านบาท สำหรับซื้อรถเพิ่ม 30 คัน
นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งศึกษาโอกาสของการเข้าไปเปิดตลาดรถยนต์ในเวียดนามทั้งในส่วนของโฮจิมินห์ และฮานอย ซึ่งคาดว่าในปีหน้าน่าจะได้เห็นความชัดเจน
“ที่ผ่านมาเรายอมรับว่าแผนการมาหลวงพระบางค่อนข้างจะล่าช้าถึง 2 ปี เนื่องจากติดขัดปัญหาและรายละเอียดบางอย่าง เช่นเดียวกับที่เวียดนาม ซึ่งเรากำลังอยู่ในขั้นตอนของการคัดเลือกพาร์ตเนอร์ ซึ่งทุกอย่างน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี” นายภูมนกล่าว
สำหรับการแข่งขันของธุรกิจรถเช่าโดยรวมยังคงมีความรุนแรง แต่บริษัทจะเน้นที่คุณภาพมาตรฐานของการให้บริการ ความเป็นแบรนด์ชั้นนำทำให้ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าค่อนข้างมาก ประกอบกับแผนธุรกิจจึงเชื่อว่าปีนี้น่าจะมีการเติบโตโดยรวมไม่น้อยกว่า 25% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา หรือมีรายได้มากกว่า 1,700 ล้านบาท
บริษัทยังได้ขยายบริการด้วยการเชื่อมโยงพันธมิตรกับกลุ่มเอเยนซี่ และที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกับการจองผ่านทางเว็บไซต์ รวมถึงการทำตลาด fly drive กับสายการบินทั้งบางกอกแอร์เวย์ส และแอร์เอเชีย เพื่อรวมกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะมีแคมเปญพิเศษเฉพาะออกมาราวต้นเดือนหน้า
สำหรับกลุ่มธุรกิจรถเช่าภายใต้บริษัท มาสเตอร์ คาร์เร้นเทิล รวมถึงซิกท์ ประเทศไทย ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยฟลีตรวมกว่า 5,000 คัน มีสาขาให้บริการครอบคลุมในทุกสนามบิน และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศจำนวน 12 สาขา อีกทั้งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ในการขยายสาขาบนพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างสนามบินดอนเมือง และตามห้างสรรพสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทางตลาดด้วย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
