ชาวนาญี่ปุ่นต้าน CPTPP หวั่นสินค้านำเข้าทะลัก-
ในที่สุดข้อตกลง “CPTPP” หรือข้อตกลงความครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ก็ผ่านพ้นอุปสรรคได้สำเร็จ หลัง 6 ชาติสมาชิกร่วมใจกันให้สัตยาบัน และส่งสัญญาณปรับลดภาษีนำเข้า ในวันที่ 30 ธันวาคม 2561 นี้
โดย “ออสเตรเลีย” เป็นประเทศที่ 6 ที่ให้สัตยาบันข้อตกลง CPTPP เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ประเทศที่ให้สัตยาบันไปแล้ว ได้แก่ แคนาดา, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ นั่นหมายความว่า ข้อตกลงฉบับนี้ได้ผ่านการรับรองจากรัฐภาคีเกินครึ่งหนึ่ง จึงสามารถเริ่มบังคับใช้ได้ปลายปีนี้
รายงานของ “รอยเตอร์ส” ระบุว่า ข้อตกลงฉบับใหม่นี้มุ่งยกเลิกอัตราภาษีศุลกากรในกลุ่ม 11 ชาติสมาชิกซึ่งมีจีดีพีรวมกันกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14% ของโลก อย่างไรก็ตาม เจแปนทูเดย์รายงานว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี สกอต มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย ร่วมให้สัตยาบันได้ไม่กี่ชั่วโมง ได้เกิดกระแสลุกฮือของเกษตรกรชาวญี่ปุ่นบางส่วน โดยแสดงความกังวลว่า ข้อตกลง CPTPP เอื้อประโยชน์เฉพาะกับภาคธุรกิจใหญ่เท่านั้น และตำหนิรัฐบาลชินโสะ อาเบะ ซึ่งคะแนนนิยมร่วงลงเรื่อย ๆ ว่าไม่มีมาตรการใดสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรรายเล็ก
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมวัย 60 ปี รายหนึ่งในเมืองฮอกไกโด “ทาสึมิ เดจิมะ” ซึ่งเป็นประธานบริหารหมู่บ้านฟาร์มซาระเบสึ โด่งดังในด้านการเพาะเลี้ยงโคนมคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์นมกว่าครึ่งหนึ่งในญี่ปุ่นมาจากเมืองฮอกไกโด กล่าวว่า “การให้สัตยาบัน CPTPP เกิดขึ้นเร็วมาก ในภาพรวมอาจจะดีต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ การลงทุน และการส่งออกจากผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่สำหรับเกษตรกรรายเล็ก ๆ ต่างกังวลมากกว่าเพราะการปรับลดภาษีนำเข้า จะทำให้สินค้าต่าง ๆ จากสมาชิกอื่นไหลทะลักเข้าญี่ปุ่น”
พร้อมอธิบายว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคญี่ปุ่นเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อนิยมบริโภคสินค้านำเข้ามากขึ้น ดังนั้นหากผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศราคาถูกลง สินค้าของญี่ปุ่นจะแข่งขันไม่ไหว อย่างผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์ซึ่งได้รับความนิยมสูงในญี่ปุ่นตอนนี้”
ผลกระทบยังลุกลามไปสู่ภาคเกษตรกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ผู้เพาะเลี้ยงสุกรจากจังหวัดคาโงะชิมา แหล่งผลิตเนื้อหมูอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น นายมิชิโอะ อูชิโดเมะ หัวหน้าสมาคมผู้ผลิตหมูดำ ระบุว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจากข้อตกลง CPTPP น่าจะไม่ถึงเกษตรกรรายย่อย ยิ่งในปัจจุบันเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังทรงตัว ผลพวงมาจากสงครามการค้า ขณะที่นายกฯอาเบะกำลังเผชิญกับความท้าทายในเรื่องของผลงาน
นายอูชิโดเมะกล่าวว่า ก่อนจะมีการบังคับใช้ปลายปีนี้ รัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเกษตร โดยเฉพาะกับสินค้าเกษตรส่งออกเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ ขณะที่ผู้ผลิตข้าวในเมืองไดเซ็นของจังหวัดอะกิตะ กล่าวถึงความกังวลเช่นกันว่า อัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงจะทำให้สินค้าของญี่ปุ่นเสียเปรียบ
ทั้งยังมองว่า การรุกตลาดในต่างประเทศของสินค้าญี่ปุ่น ผู้ประกอบการรายย่อยจะไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ รัฐบาลมองเพียงปริมาณว่าจะสามารถเพิ่มการส่งออกได้เพิ่มขึ้น แต่สินค้าเกินครึ่งหนึ่งที่ส่งออกไปต่างประเทศมาจากผู้ประกอบการรายกลางและรายใหญ่เป็นส่วนใหญ่
“จูนิจิ ซูงาวาระ” นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยมิซูโฮ รีเสิร์ช กล่าวว่า เสียงเรียกร้องจากภาคเกษตรจะดังขึ้นเรื่อย ๆ หากรัฐบาลยังไม่มีหลักประกันความมั่นใจให้ โดยเฉพาะในช่วงที่สมาชิก CPTPP ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาเรื่องการให้สัตยาบันภายในประเทศ และยังรอการรับรองจากสมาชิกรายอื่น ๆ ในจำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ชิลี มาเลเซีย เปรู และเวียดนาม ส่วน 2 ประเทศที่แสดงความสนใจจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ ได้แก่ มาเลเซีย และไทย
จริงอยู่ที่ว่า ยิ่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้นการเปิดตลาดอย่างเสรีจะกว้างขวางขึ้น หากแต่การเตรียมพร้อมภายในประเทศยังก้าวตามไม่ทัน จะเท่ากับนโยบายกระจายความร่ำรวยภายในจะกลายเป็นศูนย์ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ จะมีปัญหา ไม่ต่างไปจากที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญในขณะนี้ปัญหาใหญ่คือภาครัฐต้องเพิ่มความใส่ใจกับการบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ให้ได้
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
