“โฟตอน” เบนเข็มรถบรรทุก มั่นใจเทคโนฯพันธมิตรปึ้ก-
ค่ายรถยนต์สัญชาติจีน “โฟตอน” พลิกขึ้นไลน์ประกอบรถบรรทุก-มินิบัส ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ส่วนปิกอัพยังฮึดสู้ เตรียมงัดรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แข่งปิกอัพญี่ปุ่น-อเมริกัน ขอมาร์เก็ตแชร์ 10% ภายใน 5 ปี
นายกาว หมิง ประธานกรรมการ บริษัท โฟตอน ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์โฟตอน เปิดเผยว่า เป้าหมายและยุทธศาสตร์สำหรับโฟตอนในประเทศไทยยังเดินแผนงานที่วางไว้
คือ ทำตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตัน แต่หลังจากแนะรถปิกอัพโฟตอน “ทูแลนด์”ออกสู่ตลาด ปรากฏว่ายังไม่เป็นไปตามความคาดหมาย เนื่องจากการแข่งขันในตลาดปิกอัพมีความรุนแรง และทำตลาดค่อนข้างยาก
ประกอบกับบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสและการเติบโตกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และตรงกับจุดแข็งของโฟตอน จึงขยายตลาดสู่รถบรรทุกใหญ่ โดยได้แนะนำรถหัวลากรุ่นใหม่ล่าสุด โฟตอน AUMAN EST 400 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างโฟตอน, เดมเลอร์, คัมมินส์ และ ZF ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 6 สูบ 11,800 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 430 แรงม้า ที่ 1,900 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 2,200 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000 รอบต่อ ให้ทั้งความแรง และประหยัด เพื่อเจาะตลาดประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้จุดแข็งข้างต้นบวกกับความได้เปรียบ ในแง่ของความหลากหลายของโปรดักต์ไลน์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากโฟตอน มีทั้งรถหัวลาก, มินิบัส,รถตู้, รถปิกอัพ, รถ 6 ล้อ, รถ 10 ล้อ ฯลฯ ในการทำตลาด และเชื่อว่าบริษัทจะใช้ระเวลาไม่นานสามารถก้าวขึ้นติด 1 ใน 3ของกลุ่มผู้นำในตลาดได้
“เรามั่นใจมากจากความหลากหลายของสินค้า ซึ่งมีมากกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะรถสัญชาติยุโรป หรือสแกนดิเนเวีย รวมทั้งค่ายญี่ปุ่นบางค่าย ดังนั้นเมื่อเราเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง เราน่าจะมีพื้นที่ทางการตลาด และกินส่วนแบ่งตลาดได้ไม่ยาก และจะทำให้เราก้าวขึ้นเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งได้ภายในปีหน้าด้วย”
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะขยายโรงงานประกอบเฟสที่ 2 โดยขณะนี้กำลังมองหาพื้นที่ในโซนภาคตะวันออกทั้งชลบุรี และระยองซึ่งคาดว่าภายในปี 2562 น่าจะได้ข้อสรุปส่วนอนาคต ตามนโยบายของบริษัทแม่นั้น ตั้งใจตั้งโรงงานผลิตรถยนต์โฟตอนขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตเพื่อรองรับความต้องการของประเทศ
ต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ 4+1 คือ 1.ใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งออก 4 ประเทศหลัก ได้แก่ เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย
โดยในปีนี้คาดจะมียอดขาย 300 คันส่วนปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1,000 คัน และภายในระยะเวลา 3 ปี มีส่วนแบ่ง 3% ของตลาดรถบรรทุกโดยรวม ที่มีความต้องการอยู่ราว 30,000 คันต่อปี
และตั้งเป้าหมายระยะกลาง ว่าจะมียอดขาย 2,700 คัน ส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 10% ภายใน 5 ปีจากนี้ไป รวมถึงสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถเพื่อการพาณิชย์ที่มียอดขายติด 1 ใน 3 อันดับสูงสุดในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
ส่วนแผนการขยายเครือข่าย โชว์รูมและศูนย์บริการนั้น ปีหน้าจะต้องขยายเพิ่มขึ้นเป็น 30 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่เพียงแค่ 12 แห่ง ควบคู่ไปกับความพยายามในการเดินหน้าเจรจากับบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อรถเพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 2-3 ราย จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 3 ราย เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเลือกใช้
ลีสซิ่งอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ ทีมผู้บริหารจากโฟตอนได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ในปี 2562 บริษัทเตรียมจะลงทุนเฟส 2 ด้วยงบฯ 1,800 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่บนพื้นที่ 38,000 ตารางเมตร ใช้พื้นที่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชัน คาดว่าจะมีกำลังผลิตสูงสุดถึง 40,000 คันต่อปี จากปัจจุบันที่ได้ร่วมมือกับบางชันเยนเนอเรลเอสเซมบลีของกลุ่มพีเอ็นเอเพื่อใช้เป็นโรงงานประกอบรถปิกอัพโฟตอน ทูแลนด์, โฟตอน
ออมาร์ก ทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ, รถตู้รุ่นวิว ซีเอส 2 ส่วนรถใหญ่ เฮฟวี่ 10 ล้อขึ้นไป หรือแชสซีรถดัมพ์ หัวลาก ซึ่งมีการนำเข้ามาจากประเทศจีน
แต่หลังแผนงานของบริษัทแม่นั้นได้กำหนดใช้ประเทศไทยเป็นฮับ เพื่อผลิตรถยนต์โฟตอนส่งออกไปยังทั่วโลก ดังนั้น แผนธุรกิจของโฟตอนในอนาคตจะต้องมีการลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยอย่างแน่นอน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
