เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

ธุรกิจเพื่อสังคมสู่เป้าหมายโลก-

28 พ.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ CSR Talk

โดย พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

เมื่อวันที่ 8-9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีงาน Global Social Business Summit 2018 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ที่เมืองว็อลฟส์บวร์ค ประเทศเยอรมนี โดยปีนี้ใช้ธีมว่า “สร้างอารยธรรมใหม่” หรือ “Building A New Civili-zation”

โดยมี “ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส” นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปี ค.ศ. 2006 ผู้ที่เป็นต้นตำรับแนวคิด “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ “Social Business” มากล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน

“ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส” ระบุว่า การจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ตามที่องค์การสหประชาชาติประกาศเป็นเป้าหมายโลกนั้น สามารถนำแนวทางธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทมาตอบโจทย์ 3 ศูนย์ โดยศูนย์แรก คือ สิ้นความยากจน (zero poverty) ศูนย์ที่ 2 คือ ไร้การว่างงาน (zero unemployment) และศูนย์ที่ 3 คือ การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (zero net carbon emissions)

ธุรกิจเพื่อสังคม ตามนิยามของ “ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส” ประเภทแรก เป็นธุรกิจที่ไม่สูญเงินต้น-ไม่ปันผลกำไร (nonloss, nondividend) โดยมุ่งที่จะแก้ปัญหาสังคมเป็นสำคัญ และจะนำกำไรทั้งหมดที่ได้กลับมาพัฒนาและขยายธุรกิจต่อโดยไม่มีการปันผลกำไร ซึ่งเขาเรียกว่า ธุรกิจเพื่อสังคม ประเภทที่ 1 หรือ social business type I

ธุรกิจเพื่อสังคม ประเภทที่ 2 หรือ social business type II เป็นธุรกิจที่แสวงหากำไร และสามารถปันผลได้ แต่อยู่บนเงื่อนไขว่าเจ้าของธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นของกิจการจะต้องเป็นผู้ยากไร้ หรือผู้ด้อยโอกาส เพราะการปันผลกำไรถือเป็นการขจัดความยากจน เป็นการแก้ไขปัญหาสังคมสมตามจุดมุ่งหมายของธุรกิจเพื่อสังคมในตัวเอง

หากอิงตามนิยามนี้ กิจการที่เป็นมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล เชื่อแน่ว่าเป็นการประกอบการที่มุ่งแก้ไขปัญหาสังคม แต่หากหมดเงินบริจาคหรือขาดผู้อุปถัมภ์เมื่อใด แล้วมูลนิธิอยู่ไม่ได้ แสดงว่าไม่ใช่ social business

ส่วนกิจการที่เป็นบริษัท หรือธุรกิจปกติ เชื่อแน่ว่าเป็นการประกอบการด้วยวิถีทางที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่เป็นไปเพื่อความมุ่งหมายที่จะแสวงหากำไรและนำมาแบ่งปันกันระหว่างผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่ social business

ขณะที่วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ social enterprise ที่ตั้งขึ้นเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาสังคมเป็นหลักแบบมูลนิธิ แต่มีหนทางที่เลี้ยงตัวเองได้แบบบริษัท โดยยังคงสามารถแบ่งปันผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นได้ด้วย เข้าข่ายเป็นลูกผสมระหว่างมูลนิธิกับบริษัท ในกรณีนี้จึงไม่ใช่ social business (วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่มีนโยบายปันผลกำไร ถึงจะจัดเป็น social business)

ด้วยความที่ “ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส” ต้องการสร้างโมเดลทางธุรกิจที่โฟกัสในจุดที่เน้นการแก้ไขปัญหาสังคมจริง ๆโดยไม่ให้ผู้ประกอบการวอกแวก หรือไม่เปิดช่องให้มีการชั่งใจเลือกระหว่าง “ประโยชน์ส่วนรวม” กับ “ปันผลส่วนตัว” เพราะมีฐานคิดว่าถ้าปล่อยให้เกิดขึ้น ความโน้มเอียงจะไปในทางที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนก่อน แล้วประโยชน์ส่วนรวมค่อยมาทีหลัง

รูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคม ยังถูกนำไปเทียบกับรูปแบบของสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ซึ่งมีการปันผลกำไรที่ได้ให้แก่สมาชิกตามส่วน ในกรณีนี้ “ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส” ขยายความว่า สหกรณ์จัดอยู่ในข่ายที่เรียกว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคมได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกที่เป็นเจ้าของสหกรณ์เป็นคนยากจนเท่านั้น เนื่องจากการปันผลกำไรจะต้องเป็นไปเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ให้หลุดพ้นจากความยากจน ตามนิยามของ type II social business

แต่เมื่อใดก็ตามที่สหกรณ์ถูกจัดตั้งขึ้นโดยคณะบุคคลทั่วไป หรือองค์กรที่รวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการปกป้องหรือรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มสมาชิก แม้เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นจะจัดอยู่ในข่ายธุรกิจเพื่อสังคม ประเภทที่ 1 แต่สหกรณ์มีการดำเนินงานเพื่อแสวงหากำไรและปันผลกำไรกันระหว่างสมาชิกที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ซึ่งมิใช่เป็นผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสที่แท้จริง สหกรณ์ประเภทดังกล่าวนี้ไม่จัดว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคม

สำหรับธุรกิจปกติทั่วไปที่มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ประเภท CSR-after-process อยู่แล้ว แนวทางธุรกิจเพื่อสังคมจะเป็นทางเลือกใหม่ของการใช้งบฯ CSR ในแบบยั่งยืน ด้วยเงินตั้งต้นก้อนเดิมก้อนเดียว แทนการใช้งบฯบริจาคเพื่อการกุศล หรือ philanthropy ในรูปแบบเดิมที่ให้แล้วหมดไป และต้องตั้งงบฯใหม่เพื่อทำงานทุกปี เมื่อแนวทางธุรกิจเพื่อสังคมสามารถใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการทำ CSR ขององค์กรธุรกิจ ก็น่าสนใจไม่น้อยที่ภาคเอกชนจะนำแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมมาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนสำหรับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่ไปพร้อมกันในตัว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”