เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ครม. ลด-แจก-อุ้ม เกือบหมื่นล้าน-

07 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

มติ ครม.

ครม.ไฟเขียวช็อปช่วยชาติเวอร์ชั่น 2 ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ซื้อสินค้า 3 รายการ ช่วง 15 ธ.ค. 61-16 ม.ค. 62 เปลี่ยนใช้ชื่อ “มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเกษตร ชุมชน และทุนมนุษย์” คาดสูญรายได้ 1,600 ล้าน ระบายสต๊อกยางได้ 6,000 ตัน กยศ.จัดมาตรการลดเบี้ยปรับ 85% คืนเงินต้น 3% ให้ลูกหนี้ที่ปิดบัญชี 1 ธ.ค. 61-31 พ.ค. 62 อุ้มสวนปาล์ม-รง.ยาสูบ ช่วย อสม. 4,218 ล้าน ปัดช่วยสร้างคะแนนนิยมรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเกษตร ชุมชน และทุนมนุษย์ (ช็อปช่วยชาติ) เพื่อสนับสนุนการบริโภคกลุ่มสินค้าที่จำเป็นได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล โดยกำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้อสินค้า 3 รายการ ไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งจะต้องซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2561-16 ม.ค. 2562

ช็อปช่วยชาติสูญ 1,600 ล้าน

สินค้าประกอบด้วย 1) ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ และยางล้อรถจักรยาน ที่ซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ซื้อยางจากผู้ผลิตที่ซื้อวัตถุดิบยางจากการยางแห่งประเทศไทย โดยต้องใช้หลักฐานใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบและมีคูปองรับรองจากการยางฯ ซึ่งกรมสรรพากรคาดว่าจะระบายสต๊อกยางได้ 6,000 ตัน

2) สินค้าจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน โดยใช้หลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และ 3) หนังสือ รวมถึงอีบุ๊ก แต่ไม่รวมนิตยสารและหนังสือพิมพ์ โดยต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งต้องออกหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

“การสูญเสียรายได้ประเมินไว้ที่ไม่เกิน 1,600 ล้านบาท โดยเทียบเคียงกับมาตรการช็อปช่วยชาติปีก่อนที่สูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยกรมจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มกลับเข้ามาจากด้านการผลิตยาง ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมคูปองไว้ประมาณ 2 แสนใบในลอตแรก” นายปิ่นสายกล่าว

ลดดอกเบี้ย-เงินต้นลูกหนี้ กยศ.

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุน กยศ.เห็นชอบให้ออกมาตรการจูงใจชั่วคราวสำหรับผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้ หากเข้ามาชำระหนี้ปิดบัญชีจะได้ลดเบี้ยปรับ 85% โดยต้องชำระระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2561-31 พ.ค. 2562 เท่านั้น ส่วนผู้กู้ยืมปกติที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ หากมาชำระหนี้ปิดบัญชีในช่วงเดียวกันนี้จะได้รับการลดหย่อนเงินต้น 3% กยศ.ประเมินว่า ปีนี้จะมียอดชำระหนี้เข้ามาราว 30,000 ล้านบาท และน่าจะมีจำนวนผู้ชำระปิดบัญชีราว 1 แสนราย

“สถานะผู้กู้อยู่ระหว่างชำระหนี้ประมาณ 3.6 ล้านราย เป็นผู้กู้อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 8.85 แสนราย ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วประมาณ 9 แสนราย เสียชีวิตไปประมาณ 5.4 หมื่นคน โดยผู้กู้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ประมาณ 40% ชำระหนี้ปกติ ส่วนอีก 60% มีการผิดนัดชำระ วันนี้เรามีการฟ้องคดีไปมากกว่า 1 ล้านคดี ทุกคดีที่ฟ้องจะเข้าสู่การบังคับคดีทั้งหมด” นายชัยณรงค์กล่าว

นายชัยณรงค์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีลูกหนี้ผิดนัดชำระ ประมาณ 7.54 หมื่นล้านบาท จากที่ กยศ.ปล่อยกู้นักเรียนนักศึกษาไปแล้ว 5.83 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ต้องใช้เงินงบประมาณปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท สำหรับการออกมาตรการจูงใจในช่วงนี้ เป็นครั้งที่ 4 ที่ทำมาตรการลักษณะนี้ จึงไม่เกี่ยวกับการช่วยสร้างคะแนนนิยมรัฐบาล

อุ้มปาล์มน้ำมันเป็น 3,458 ล้าน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุมากกว่า 3 ปี) จำนวน 150,000 ราย พื้นที่ไม่เกิน 2,250,000 ไร่ ความช่วยเหลือตามพื้นที่ปลูกจริงไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ วงเงิน 3,458.26 ล้านบาท ตั้งแต่ ธ.ค. 61-ก.ย. 62

ช่วยเกษตรกรยาสูบ 159 ล้าน

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรปลูกใบยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของฤดูกาลผลิต 2561-2562 ให้ผู้ปลูกใบยาสูบผู้ได้รับโควตาการผลิตและขึ้นทะเบียนกับ ยสท. และกรมสรรพสามิต 3 ประเภท รวมทั้งสิ้น 13,557 ราย งบประมาณรวมทั้งสิ้น 159.59 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ภายใน 120 วัน ทั้งนี้ ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรให้ก่อน

เพิ่มเงิน อสม. 4,218 ล้าน

ครม.ยังเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนป่วยการอาสาสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จากเดิม 600 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จำนวน 1,054,729 คน ตั้งแต่ ธ.ค. 61 ถึง ก.ย. 62 วงเงินรวม 4,218 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังอนุมัติค่าใช้จ่ายประจำปีเพื่อซื้ออุปกรณ์และเพื่อพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 1,000 แห่ง จากทั้งหมด 9,800 แห่ง วงเงิน 763 ล้านบาท

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code