เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทุ่ม 200 ล้านบูมซิตี้ทัวร์รอบกรุง ดีเดย์ ก.พ. 62 ดันไทยฮับท่องเที่ยวอาเซียน-

24 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

“อีเลเฟ่นท์ โกโก” น้องใหม่วงการท่องเที่ยวควัก 200 ล้าน รุกให้บริการรถบัสนำเที่ยว “Hop-on Hop-off” รายแรกของประเทศหนุนภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เผยเฟสแรกดีเดย์ให้บริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 1 ก.พ. 62 จำนวน 20 คันรวด วางรูต 4 เส้นทาง 4 สี ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวหลักทั่วกรุงเทพฯ พร้อมเสียงบรรยายถึง 8 ภาษา หวังดันเมืองไทยสู่ฮับท่องเที่ยวอาเซียน ย้ำหากได้รับการตอบรับดีพร้อมลงทุนเพิ่มขยายสู่พัทยา-ภูเก็ต-เชียงใหม่

นายกฤษณ์ วิทยสัมฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลเฟ่นท์ โกโก จำกัด บริษัทนำเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก บริษัทจึงได้ลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับเปิดให้บริการรถบัสนำเที่ยว “Hop-on Hop-off” รายแรกของประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Travel Like a Local เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหนุนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย

นายกฤษณ์กล่าวว่า ในเฟสแรกเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า 26 โลเกชั่น ด้วยรถบัสมาตรฐานระดับลักเซอรี่ จำนวน 50 ที่นั่ง จำนวน 20 คัน แบ่งเป็น 4 เส้นทาง ทุกเส้นทางเริ่มต้นจากคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ และกลับมาสิ้นสุดเส้นทางที่คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำเช่นกัน

ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 (สายสีแดง) เริ่มต้นจากคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ มุ่งหน้าสู่สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, พันธุ์ทิพย์พลาซ่า, พิพิธภัณฑ์รัตนโกสินทร์, วัดโพธิ์, ท่าช้าง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ป้อมพระสุเมรุ, ถนนข้าวสาร และกลับคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร ใช้เส้นที่ 2 (สายสีน้ำเงิน) เริ่มต้นจากคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ มุ่งหน้าสู่สยามสแควร์, ศาลาแดง, วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก), ริเวอร์ซิตี้, เยาวราช, ท่าช้าง, เสาชิงช้า, ตลาดโบ๊เบ๊, พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน และกลับคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ รวมระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้รถจำนวน 7 คัน

เส้นทางที่ 3 (สายสีเขียว) เริ่มต้นจากคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ มุ่งหน้าสู่สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, สวนลุมพินี, วัดไตรมิตร, เยาวราช, วัดมังกร, สามย่าน, มาบุญครอง และกลับคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ รวมระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้รถจำนวน 7 คัน

และเส้นทางที่ 4 (สายสีเขียว) เริ่มต้นจากคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ มุ่งหน้าสู่สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, สวนลุมพินี, เอเชียทีค, ซีรอคโก สกายบาร์, ริเวอร์ซิตี้, วัดไตรมิตร, เยาวราช, วัดมังกร, สามย่าน, มาบุญครอง และกลับคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ รวมระยะทาง 26 กิโลเมตร ใช้รถจำนวน 7 คัน ซึ่งเป็นเส้นทางวิ่งกลางคืนให้บริการในช่วงเวลา 17.00-20.00 น. (เสริมเส้นทางสายสีเขียว)

นายกฤษณ์กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายหลักมุ่งจับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) โดยเฉพาะตลาดจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี รวมถึงนักท่องเที่ยวในฝั่งยุโรป

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พบว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามารวม 22.8 ล้านคน โดยตลาดที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน 6.36 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 47% ตามด้วยญี่ปุ่น 1.46 ล้านคน เกาหลี 1.37 ล้านคน มาเลเซีย 8.8 แสนคน สหรัฐอเมริกา 8.57 แสนคน อังกฤษ 7.55 แสนคน เยอรมนี 6.5 แสนคน ฝรั่งเศส 5.73 แสนคน อิตาลี 2.2 แสนคน และแคนาดา 2.02 แสนคน

“รถทั้ง 20 คันเราลงทุนใหม่ทั้งหมด และเนื่องจากเมืองไทยอากาศร้อน เวลาฝนตกก็จะตกหนัก ถ้าเป็นรถ Hop-on Hop-off ชั้น 2 จะเปิดโล่ง เราจึงทำข้างบนครึ่งหนึ่งติดแอร์ อีกครึ่งหนึ่งเปิดโล่ง ส่วนชั้นล่างจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ หรือครอบครัวที่มีรถเข็นเด็ก ที่สำคัญภายในรถจะมีระบบออดิโอให้บริการถึง 8 ภาษา” นายกฤษณ์กล่าวและว่า สำหรับอัตราค่าบริการนั้นมี 3 แพ็กเกจ คือ บัตร 1 วันราคา 800 บาท บัตร 2 วันราคา 1,200 บาท และบัตร 3 วันราคา 1,500 บาท

นายกฤษณ์เชื่อมั่นว่าธุรกิจดังกล่าวนี้จะเป็นธุรกิจใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งหากการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทมีแผนที่จะขยายการให้บริการไปในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย อาทิ พัทยา, ภูเก็ต, เชียงใหม่ เป็นต้น และช่วยหนุนให้ประเทศไทยเป็นฮับของการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนได้อีกด้วย

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code