เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บตท.ปรับทัพภายในองค์กร เบรกซื้อพอร์ต “สินเชื่อบ้าน”-

02 ม.ค. 2562 | 07:00น.

บตท.เบรกซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านจากดีเวลอปเปอร์ เผยทั้งปีได้แค่ 111 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้า 4 พันล้านบาท แจงอยู่ระหว่างปรับกระบวนการทำงานภายใน-เกณฑ์รับซื้อเข้มขึ้น แถมแบงก์เลือกเก็บพอร์ตไว้เองไม่ยอมขาย พับแผนออกหุ้นกู้ MBS เหตุยังไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ส่วนแผนปี’62 รอคลังไฟเขียว

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า บตท.ได้ชะลอแผนการจัดซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (developer) ในปี 2561 ที่ผ่านมา จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายจะซื้อสินเชื่อเข้ามา 4,000 ล้านบาท เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

โดยถึงขณะนี้ บตท.เพิ่งรับซื้อสินเชื่อเข้ามาได้แค่ 111 ล้านบาท จากดีเวลอปเปอร์ 1 ราย คือ บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด (MBK-G) ซึ่งการซื้อพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ในการจัดซื้อพอร์ตที่อยู่อาศัยของ บตท. ทำให้มีการคัดกรองคุณภาพสินเชื่ออย่างเข้มข้นมากขึ้น

“ปีนี้เรารับซื้อพอร์ตสินเชื่อมาเล็กน้อย และไม่มีแผนที่จะซื้อจากธนาคาร เนื่องจากเราอยากกระจายให้มีลูกค้าหลายกลุ่มเข้ามาในพอร์ตของเรา รวมถึงธนาคารก็เลือกที่จะเก็บพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยไว้บริหารเอง เนื่องจากเป็นกลุ่มสินเชื่อที่มั่นคง (มีหลักประกัน) เราจึงต้องชะลอซื้อพอร์ตสินเชื่อไปก่อน” นางวสุกานต์กล่าว

นอกจากนี้ บตท.จะไม่มีการออกหุ้นกู้ MBS ที่เป็นการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) ในปีนี้ด้วย เนื่องจากมีงบประมาณเพียงพอ ยังไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดตราสารหนี้คงค้างของ บตท.อยู่ที่ 19,325 ล้านบาท

นางวสุกานต์กล่าวว่า สำหรับผลดำเนินงานของ บตท. อัพเดต ณ สิ้นเดือน ต.ค. 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 92 ล้านบาท แบ่งเป็น กำไรจากการดำเนินงาน 55 ล้านบาท และกำไรจากการกันสำรองหนี้หลังแก้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แล้ว 37 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 19,036 ล้านบาท และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ 11.2%

“บตท.มุ่งเน้นคุณภาพของลูกหนี้ที่ซื้อพอร์ตสินเชื่อเข้ามาบริหารมากกว่าปริมาณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้ NPL ในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของ บตท.มีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ในเกณฑ์ดี พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการปรับปรุงกระบวนการภายในเพื่อป้องกันไม่ให้เป็น NPL” นางวสุกานต์กล่าว

ส่วนแผนดำเนินงานปี 2562 ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากกระทรวงการคลัง

นางวสุกานต์กล่าวต่อว่า บตท.ได้เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าสินเชื่อบ้านในการชำระค่างวดผ่านโมบายแบงกิ้ง หรือแอปพลิเคชั่นธนาคารต่าง ๆ บนมือถือ ทั้งแอป “Krungthai NEXT” ของธนาคารกรุงไทย, “K PLUS” ของธนาคารกสิกรไทย, “Bualuangm Banking” ของธนาคารกรุงเทพ และ “SCB EASY” ของธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงยังมีช่องทางของบริษัท ไปรษณีย์ไทย และจุดชำระเงินของห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น

“ในปัจจุบันพบว่าปัญหาของลูกค้าในการชำระค่างวดบ้าน มักจะตรงกับวัดหยุดช่วงวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเดินทางไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ทำให้การเดินทางมาชำระค่างวดบ้านผ่านสาขาธนาคารอาจไม่สะดวก เราจึงเล็งเห็นว่าการเพิ่มช่องทางดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น ซึ่งเราไม่ได้กำหนดว่าลูกค้าต้องชำระวิธีไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของลูกค้ามากกว่า” นางวสุกานต์กล่าว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code