ประเทศไทยมีผืนป่าปัจจุบันกว่า 102 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 31 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จำนวน 20,000 คน เท่ากับว่าพื้นที่ป่า 5,100 ไร่ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้พิทักษ์ป่าเพียง 1 คนเท่านั้น จึงนับว่าเป็นงานที่หนัก แต่ด้วยใจรักในงาน รวมถึงยังต้องเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว พวกเขาจึงยอมเสี่ยงอันตรายในการปกป้องผืนป่าแทนพวกเราคนไทยทุกคน
ด้วยตระหนักถึงความเสียสละของผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิเอสซีจีจึงริเริ่มโครงการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของผู้พิทักษ์ป่า เพื่อแบ่งเบาภาระของพวกเขา และล่าสุดยังจัดแคมเปญ “HANDS FOR HEROES” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ในการส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของผู้พิทักษ์ป่า
“ขจรเดช แสงสุพรรณ” กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า สิ่งที่แคมเปญ HANDS FOR HEROES ต้องการมุ่งเน้น คือ การส่งเสริมให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า เพราะถ้าไม่มีพวกเขาทำงานในป่า คงมีการบุกรุกป่าและฆ่าสัตว์ป่ามากขึ้น
“ในปีนี้เราจัดแคมเปญ HANDS FOR HEROES ขึ้น เป็นการสื่อสารผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ จุดประกายให้ทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า และร่วมเป็นพลังสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เช่น เมื่อกลางปีเราเปิดตัวเฟซบุ๊กแฟนเพจ HANDS FOR HEROES เป็นพื้นที่ในการรวบรวมเรื่องราวของฮีโร่แห่งผืนป่า ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจุดประกายและเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้พิทักษ์ผืนป่าของไทย”
ตลอดปี 2561 เราได้มีการจัดกิจกรรมหลายอย่างเพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า และระดมทุนในการซื้อสิ่งของในการทำงานให้พวกเขา ผ่าน 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม Paint for Heroes เพนต์เสื้อเพื่อคนเฝ้าป่า การประมูลเสื้อจากฝีมือของศิลปิน ดารา และบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ
กิจกรรม Run for Heroes ระดมนักวิ่ง เหล่าศิลปิน-ดาราจิตอาสา และบุคคลทั่วไป ร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง นำรายได้สมทบทุน ภายในงานยังมีการประกวดแต่งกายโดดเด่นจากคู่พ่อ-ลูกหัวใจรักษ์ป่าและร่วมสนุกกับกิจกรรม Like & Share โดยผู้ร่วมงานสามารถกดไลก์เฟซบุ๊กแฟนเพจ HANDS FOR HEROES และแชร์ภาพถ่ายในงาน พร้อมติดแฮชแท็ก #handsforheroes
และล่าสุดกิจกรรมคอนเสิร์ต Song for Heroes เวทีนี้เพื่อผู้พิทักษ์ป่า เพื่อประสานพลังทุกคนมาร่วมเป็นอีกหนึ่งมือส่งต่อกำลังใจไปยังผู้พิทักษ์ป่า โดยมีศิลปินชั้นแนวหน้าของประเทศไทยมาร่วมขับกล่อมบทเพลง เพื่อนำรายได้จากการขายบัตรคอนเสิร์ตสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ให้ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ
ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบันมีผู้ร่วมบริจาคและสมทบทุนในแต่ละกิจกรรมเป็นจำนวนกว่า 2,129,665 บาท โดยรายได้ทั้งหมดของการจัดกิจกรรมจะไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้พิทักษ์ป่า เช่น ชุดเครื่องแบบลายพราง รองเท้าเดินป่า เป้เดินป่า กระติกน้ำพกพาแบบกรองน้ำได้ เปลสนามแบบมีมุ้ง และผ้ากันน้ำ (ฟลายชีต)
ในขณะเดียวกัน “ขจรเดช” อธิบายถึงการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของผู้พิทักษ์ป่าว่า มูลนิธิได้สนับสนุนทุนการศึกษาแบบไม่มีข้อผูกพันแก่บุตรธิดาของผู้พิทักษ์ป่ามาตั้งแต่ปี 2558 เป็นการให้ทุนภายใต้โครงการ Sharing the Dream Scholarship โดยร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด เพื่อตอบแทนที่พ่อของพวกเขาเป็นคนดี
การมอบทุนในปี 2558 เป็นการให้แก่บุตรผู้พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำนวน 6 ทุน ต่อมาในปี 2559 มูลนิธิสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มอีก 50 ทุน และในปี 2560 เพิ่มจำนวนทุนการศึกษาอีก 150 ทุน สำหรับในปี 2561 เราขยายการให้ทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 160 ทุน เพื่อให้ทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่ป่าให้ได้มากขึ้น โดยคัดเลือกผ่านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์) และเครือข่าย ชุมชน ที่มูลนิธิร่วมดำเนินงานโครงการต่าง ๆ
เกณฑ์การให้ทุนการศึกษา เราพิจารณาผู้พิทักษ์ป่าที่มีรายได้น้อย เป็นผู้อุทิศตนทำงานนอกเวลาเพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องอยู่ในชุดลาดตระเวนหรือสนับสนุนการลาดตระเวน เพราะเป็นหน่วยที่เสี่ยงภัยที่สุด ทั้งยังไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตลอดจนมีโครงการพัฒนาศักยภาพให้เด็กเหล่านั้นเป็นคนเก่งและคนดี เพื่อเติบโตเป็นพลังของประเทศชาติอย่างพ่อของพวกเขา และเพื่อให้ผู้พิทักษ์ป่ามีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ส่วนโครงการ Sharing the Dream Scholarship ได้ดำเนินมาแล้วเป็นเวลา 36 ปี ในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ที่มีความประพฤติดี มีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อให้เรียนจนจบปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ไปแล้วกว่า 80,000 ทุน
สำหรับเป้าหมายในปี 2562 นั้น “ขจรเดช” กล่าวว่า ต้องการขยายเครือข่ายให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันคนละไม้คนละมือและกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้พิทักษ์ป่าให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อว่าไม่มีการสร้างใดจะยั่งยืนไปกว่าการสร้างคน และไม่มีการตอบแทนใดจะทำให้เหล่าผู้พิทักษ์ป่ามั่นใจได้มากไปกว่าการให้หลักประกันทางการศึกษาแก่ลูก ๆ ของพวกเขา
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
