สัมภาษณ์พิเศษ
แม้ว่าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยังเป็นพรรคแบเบาะ เพิ่งถือกำเนิดอย่างจริงจังเมื่อ 22 ตุลาคม
และถูกมองว่ามีสถานะแค่ “พรรคเก็บแต้ม” โดยส่งคนไปแพ้ในระบบเขต แล้วนำคะแนนมาเป็นที่นั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ให้ “พรรคพี่” คือ พรรคเพื่อไทย แก้เกมเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ของรัฐธรรมนูญมีชัย
ฤชุพันธุ์
พร้อมผ่องถ่ายบรรดานักการเมืองรุ่นเก๋า อดีตรัฐมนตรี จำนวนหนึ่งจากเพื่อไทย มาอยู่ ทษช. หนึ่งในนั้นมี “บิ๊กเนม” ที่ชื่อ “จาตุรนต์ ฉายแสง”
ปัจจุบันเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค วางแผนสู้ศึกเลือกตั้งปี 2562
“จาตุรนต์” วางภารกิจ ทษช.ไม่ใช่แค่ “เก็บแต้ม” ปาร์ตี้ลิสต์อย่างที่เข้าใจ เพราะมั่นใจว่า ทษช.จะได้ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และทีเด็ดของ ทษช. จะเป็น “ตัวชี้ขาด” ในสงครามการเลือกตั้ง 2 ขั้ว ระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย กับพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เบิลอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ
“ภารกิจสำคัญของ ทษช. คือ ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมารวม ๆ เสียงกันแล้ว ยังไม่ได้เสียงเกินครึ่ง 250 เสียง จะด้วยเท่าไหร่ก็ตาม ทษช.น่าจะทำให้เกินครึ่งได้ จะเป็นตัวตัดสินว่าขั้นต่ำที่สุด ฝ่ายประชาธิปไตยสามารถยันฝ่าย คสช.ไว้ได้ เพราะถ้า คสช.ได้เสียงเกิน 126 เสียง เขาก็ตั้งนายกฯได้ แต่ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เกิน 251 เสียง อีกฝ่ายก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้”
“ทษช.หวังว่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงมากกว่า 251 ไปมาก ๆ โอกาสตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยก็จะมี และเวลานี้ พรรคที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ มีพรรคเดียว พรรคอื่นยังไม่ชัดเจน มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ โค้งสุดท้ายจะไปอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อไหม”
“ถ้าเป็นนายกฯต่อ จะได้รัฐบาลที่หน้าตาคล้าย ๆ เดิม เพราะพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย รัฐมนตรีสำคัญ ๆ มาเป็นหัวหน้าพรรค แกนนำพรรค ซึ่ง ทษช.มีจุดยืนชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.”
ภารกิจนี้ “จาตุรนต์” ขอใช้คำว่า “หยุด พล.อ.ประยุทธ์ ในการเป็นนายกฯต่อไป เป็นหน้าที่ ทษช.จะทำให้ประชาชนเห็นปัญหาการสืบทอดอำนาจ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น”
ฝ่าย ปชต.แพ้ Deadlock สูง
“จาตุรนต์” วิเคราะห์ต่อไปว่า “ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้คะแนน 251 ขึ้นไป ถึง คสช.ตั้งนายกฯได้ แต่ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเกิดภาวะ deadlock อยู่เหมือนกัน ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงข้างมากขึ้นไปอีก โอกาส deadlock ก็จะน้อยลง เท่ากับว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย ได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้แทนราษฎร”
“ส่วนพรรคการเมืองที่กั๊กอาจถูกกระแสสังคมบีบให้ต้องร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย หรือรู้สึกได้เองว่าเมื่อประชาชนคิดอย่างนี้ เขาควรจะเข้าร่วม ก็ไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้”
“แต่ข้อเสีย คือ คสช.มีอำนาจของ คสช.อยู่ คือ มาตรา 44 จะทำอะไรก็ได้ เพื่อทำให้เกิดเสียงแตกไป หรือขู่ว่าจะยุบสภา ความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะไม่ลงตัวยังมีอยู่ แต่ทางออกคือถ้าประชาชนเทคะแนนให้ฝ่ายประชาธิปไตยมาก ยังเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ ไม่เกิด deadlock”
ส.ว.ทหาร อาจเปลี่ยนข้าง
“ถ้าไปอยู่สภาพนั้นก็ไม่แน่อีกเหมือนกันว่า ส.ว.จะวางตัวอย่างไร ถ้าเสียงเลือกตั้งท่วมท้นเทให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงเกินครึ่งไปเยอะ ภาวะนั้น ส.ว.อาจไม่เป็นเอกภาพ แต่เวลาคิดสู้ทางการเมืองต้องคิดไว้ว่า ส.ว. 250 เสียงต้องไปทางเดียวกัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกเกือบทั้งหมด แต่เมื่อสภาพความเดือดร้อนที่ต่อเนื่องยาวนาน อาจทำให้ประชาชนตัดสินใจเทคะแนนไปข้างฝ่ายประชาธิปไตยมาก ทางนั้นจะทำให้ไม่ไปสู่ deadlock”
“แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ขืนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย อาจอยู่ได้แค่สมัยเดียว ดีไม่ดีแค่โดนญัตติในสภาไม่กี่ญัตติก็จะอยู่ไม่ได้ เราจะได้เห็นความเปราะบางของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก ถ้าเขาต้องเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎร”
แม้ว่าวันเลือกตั้งขยับเข้ามาใกล้รดต้นคอ แต่ถึงเวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า “พล.อ.ประยุทธ์” จะตกลงเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ ตามที่คอการเมืองวิเคราะห์ “จาตุรนต์” บอกเหตุผลว่า ทำไมถึงเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข็นชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ
“เพราะก่อรูปมานานแล้ว ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ส่งประเด็นเพิ่มเติมในคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ นั่นคือความตั้งใจสืบทอดอำนาจ จนมาถึงประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัว และพรรคการเมืองก็ประกาศว่า จะไปเชิญมาเป็นนายกฯในบัญชีพรรค มันชัดเจน ข้อดีทำให้ประชาชนตัดสินใจได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯไป 8 ปี ทารุณกับประเทศมาก”
เกมใต้ดินบีบพรรคหนุนบิ๊กตู่
ในปี 2551 มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารจนเกิดการพลิกขั้ว พรรคประชาธิปัตย์แม้จะแพ้เลือกตั้ง แต่ได้เป็นรัฐบาลเกือบ 3 ปี ส่วนปี 2562 จะซ้ำรอยหรือไม่ “จาตุรนต์” เห็นว่า “scenario น่าจะเป็นว่าพรรคพลังประชารัฐ บวกกับพรรคอะไรแล้วได้ 126 เสียง ก็จะพยายามตั้งนายกฯ และถ้า ส.ว.เป็นเอกภาพ ก็จะตั้งนายกฯได้จากนั้นจะใช้วิธีการสารพัดเพื่อดึงพรรคการเมืองไปร่วมให้ได้ เพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 251 เสียง โดยดึงจากพรรคการเมืองที่ไม่ประกาศคัดค้านการสืบทอดอำนาจ จะมีวิธีสารพัดที่ไม่ได้ตั้งในค่ายทหาร ก็ไม่ต่างอะไรกับตั้งในค่ายทหาร เพราะยังมีอำนาจ คสช.ในมือ”
แต่ถึงตอนนี้ “จาตุรนต์” ยังมองไม่ออกว่า พรรคพลังประชารัฐจะหาเก้าอี้ ส.ส. 126 เสียง ได้จากไหน ถ้ากระแสไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์แรงขึ้นมา
“ถ้าไม่ถึง 126 เสียง จะทำให้พรรคขนาดกลางที่ยังไม่ชัดเจน ไม่กล้าที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ถึงได้บอกว่า ทษช.ยินดีจะแข่งในแง่จำนวนที่นั่งกับพรรคพลังประชารัฐ”
บัตรคนจนทำนายทุนรวยขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจ-ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ตีคู่ไปกับการ “หยุด พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ”
“จาตุรนต์” กล่าวว่า ถ้าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ ต้องใช้งานพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจึงจะแก้ได้ดีกว่า สามารถเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่า เป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนมากกว่า ให้คนเดิมแก้ แก้ไม่ได้ แก้แล้วพันคอตัวเอง ต้องให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยมาแก้ โอกาสนี้จะมาจากจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นต่อ หรือจะเปลี่ยนตัวนายกฯ”
“นโยบายรัฐบาล คสช. เช่น แจกเงินเจ้าสัวผ่านมือคนจน การกระตุ้นให้คนไปเที่ยวเพื่อชาติ ช็อปเพื่อชาติ ให้ไปซื้อของร้านธงฟ้าประชารัฐ เวลาคืนภาษี ต้องเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ โรงแรมใหญ่ ๆ หรือร้านค้าที่คืนภาษีได้ คนได้ประโยชน์ก็คือ เจ้าของกิจการใหญ่ ๆคนจนได้เงินมาไปซื้อของร้านธงฟ้ามีห้างใหญ่ ๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง และของในร้านก็ราคาแพงกว่าตลาดตั้งเยอะ เรื่องบัตรคนจนกลายเป็นเรื่องหนึ่งใน 3-4 เรื่องที่คนวิจารณ์”
“นโยบายทางเศรษฐกิจใน 4-5 ปี โดยรัฐบาล คสช.เอียงไปทางเอื้อทุนขนาดใหญ่ รัฐบาลขาดการมาดูแลระดับกลาง ระดับล่าง สิ่งที่ยังไม่ได้พูดกันเท่าไหร่ คือ เรื่องการผูกขาด กฎหมายเรื่องการผูกขาดทางการค้าไม่เคยใช้ปฏิบัติ เครือกิจการหนึ่ง ทำธุรกิจสารพัดอย่างแล้วเชื่อมโยงกันหมด สายป่านยาวกว่าร้านเล็ก ๆ ทำให้ร้านเล็กตายหมด ต้องมีการศึกษาว่าจะแก้อย่างไร ไม่ให้เศรษฐกิจไทยผูกขาดมากไป”
ดังนั้น จุดขายของ ทษช.ที่ “จาตุรนต์” นิยามว่า เป็น “สายพันธุ์ไทยรักไทย” จะเสนอแนวทางแก้วิกฤตเศรษฐกิจ คือ ส่งเสริมให้คนระดับกลาง ระดับล่าง เข้าถึงแหล่งทุน เข้าถึงสินเชื่อ เข้าถึงองค์ความรู้ การอำนวยความสะดวก แก้กฎกติกาที่เป็นอุปสรรค ให้เกิดการกระจายรายได้ ให้หลายภาคส่วนมีรายได้มากขึ้น
“จะมีเรื่องการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลอีโคโนมีมาเกี่ยวข้องด้วยมาก ๆ นี่คือลักษณะเด่นของ ทษช. ลดผูกขาด ไม่เอื้อทุนใหญ่ ขณะเดียวกันต้องมีคำตอบว่าจะส่งเสริม SMEs ระดับกลาง ระดับล่างไปถึงเกษตรกรอย่างไร”
“เรื่องหนึ่งที่คนชั้นกลางค่อนข้างสูงเป็นห่วงว่า เลือกตั้งทีไรก็เอางบประมาณข้างหน้าไปแจกให้คนระดับรากหญ้า จนไม่ดูแลคนชั้นกลาง เราคิดว่าไม่จำเป็นต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องให้ความสนใจกับเศรษฐกิจทุกระดับที่มีปัญหา คนที่เดือดร้อนมาก ๆ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ก็เป็นเรื่องธรรมดา”
ประชารัฐพังเองไม่ต้องล้ม
สำหรับโครงการประชานิยมในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่างโครงการประชารัฐ ไม่อาจล้มไปง่าย ๆ แต่จะพังด้วยตัวโครงการเอง
“บัตรคนจนมีส่วนดี คือ ดูแลไปที่คนจน ไม่ให้ลำบากเกินไป แต่ถูกทำจนขาดหลักขาดเกณฑ์ อยู่ไปยาวไม่ได้ ไม่ต้องมีรัฐบาลไหนมาหยุดยั้ง หรือล้มเลิก แต่จะต้องรอให้ปัญหาแสดงออกมา ไม่เชื่อว่าในอนาคตจะมีรัฐบาลไหนที่มีความสามารถทางการคลังเพียงพอที่จะทำให้โครงการลักษณะโปะเงินเข้าไปยั่งยืนได้ เมื่อถึงเวลาที่ไปต่อไม่ได้ จะเป็นการแข่งกันว่าใครจะคิดแนวทางสวัสดิการคนจนต้องยั่งยืน สวัสดิการที่ทำอยู่ ยิ่งมีคนจนมากขึ้น ต้องหาทางทำให้คนจนลดน้อยลง”
ในเกมการเลือกตั้งครั้งพิเศษที่ปักธงล้มระบอบเผด็จการ “หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ ทษช.” ไม่ได้วิตกว่า ทษช.กับเพื่อไทย ตัดแต้มกันเองในสนามเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพราะธงหลักคือ “หยุด ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์” กลับมาเป็นนายกฯ
“ถ้าแบ่งฝ่ายประชาธิปไตย กับเผด็จการ และทำให้เห็นชัด สุดท้ายวันไปลงคะแนน คนจะคิดว่าถ้าชีวิตฉันจะดีขึ้น ต้องไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอีกแล้ว ต้องเปลี่ยนรัฐบาล นี่คือเรื่องที่เราจะต้องทำ ทำทั้ง 2 ส่วน คือ เสนอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประชาชนให้ได้ และชี้ให้เห็นว่า ต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตย” จาตุรนต์ปิดท้าย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
