ดีลเลอร์นิสสันสวนหมัด บ.แม่ บุกทำเนียบถกปมขัดแย้ง “รมต.ออมสิน”-
ดีลเลอร์นิสสันตบเท้าพบ “ออมสิน” รมต.สำนักนายกฯ ช่วยเคลียร์ปมปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้าน “อันตวน บาร์เตส” บอสใหญ่ย้ำได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ฟันธงแชร์ 7% ปีนี้ทำได้ชัวร์
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการต่อสู้ระหว่างดีลเลอร์นิสสันและบริษัทแม่ กรณีนิสสันประกาศจัดแถวตัวแทนจำหน่ายใหม่ โดยต้องการเปลี่ยนกลับมาใช้นโยบายแบ่งเขตหรือพื้นที่การขายลดจำนวนดีลเลอร์ แต่ขยายเขตการขายให้กว้างขึ้นตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นิสสันได้เรียกตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเข้ามาหารือระดับภูมิภาค และการร่วมประชุมระหว่างผู้จำหน่ายแต่ละรายกับผู้บริหารหรือแบบ one by one ไปแล้วจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ครบ ล่าสุดได้ทำหนังสือเพิ่มเติมให้จำนวนที่เหลือติดต่อนัดหมาย เพื่อกำหนดวัน-เวลา หารือเพื่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการโดยเร็ว
ซึ่งผลการหารือ มีดีลเลอร์หลายรายที่ได้รับการต่อสัญญา และมีดีลเลอร์อีกจำนวนมากไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทั้ง SSI ซึ่งเป็นดัชนีความพึงพอใจขณะซื้อของลูกค้า และ CSI หรือดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อบริการหลังการขาย ซึ่งรายที่ผ่านจะได้รับการพิจารณาต่ออายุสัญญา ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2561
แหล่งข่าวดีลเลอร์นิสสันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสานกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อสรุปเรื่องดีลเลอร์ของนิสสัน คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกพักใหญ่ เพราะละเอียดอ่อนมาก ตอนนี้มีทั้งรายที่แฮปปี้และไม่พอใจ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 4 กันยายนนี้ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันจำนวนมากที่ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ ได้ติดต่อขอเข้าพบ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นเรื่องให้ทางรัฐบาลเข้าช่วยดูแลกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายอันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นิสสันกำลังดำเนินการอย่างดีที่สุด เพื่อการเติบโตในอนาคตร่วมกันระหว่างนิสสันและตัวแทนจำหน่าย นิสสันไม่ได้มองที่จำนวนของดีลเลอร์และจำนวนโชว์รูม แต่นิสสันต้องการเพอร์ฟอร์มานซ์ ปัจจุบันนิสสันมี 200 โชว์รูม ดีลเลอร์ 120 ราย
“เราต้องการเติบโตไปพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องปกติเพราะต้องทำงานร่วมกันกับดีลเลอร์”
ส่วนผลประกอบการของนิสสันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 (เริ่ม เม.ย.-มิ.ย.) มียอดขาย 13,815 คัน โต 33% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น อีโคคาร์ 7,984 คัน, กระบะนาวารา 4,562 คัน, เอสยูวี เอ็กซ์-เทรล 497 คัน และอื่น ๆ 772 คันโดยมั่นใจว่าทั้งปีจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 7% จากยอดขายตลาดรถยนต์โดยรวม 850,000 คัน ขณะที่ยอดผลิต2 โรงงานมีทั้งสิ้น 228,250 คัน โดย 57% เป็นตลาดส่งออก