“หุ่นยนต์” แทน “คน”-

“หุ่นยนต์” แทน “คน”-

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์

โดย พิชญ์พจี สายเชื้อ วิลลิส ทาวเวอร์ส วัตสัน (ประเทศไทย)

 

เราได้ยินมาตลอดในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การใช้ดิจิทัล การใช้ AI หรือการใช้หุ่นยนต์ทำงาน ซึ่งเป็นเทรนด์ในอนาคตที่เลี่ยงไม่ได้แน่ ๆ ลองมาดูว่าเรื่องดังกล่าว (อาจ) จะกระทบกับเราในอนาคต (อันใกล้) อย่างไร ? หรือไม่ ?

เพราะก่อนอื่น ท่านทราบไหมคะว่า

หนึ่ง 5% ของงานปัจจุบันที่มีอยู่ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทดแทนได้ 100% และ 30% ของงานปัจจุบันที่มีอยู่ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทดแทนได้ 60% (แปลว่างานที่มีในปัจจุบันจะหายไปเยอะมาก เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยคอมพิวเตอร์ และ/หรือหุ่นยนต์)

การทดแทนด้วยคอมพิวเตอร์ หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์สามารถดึงข้อมูลขึ้นมาแล้ววิเคราะห์ผล (จากรูปแบบ หรือแพตเทิร์นที่เกิดประจำ) แล้วให้คำแนะนำ หรือออกรายงานได้เลย (โดยไม่ต้องใช้คน)

สอง ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ธุรกิจที่ให้บริการด้านการเงิน (แบงก์, ประกัน) โดยประมาณ 54% ของงานปัจจุบันที่มีอยู่จะหายไป

สาม ตอนนี้แบงก์ RBS ของอังกฤษ ประกาศใช้ RoboAdvisor แทนคนไปเรียบร้อยแล้ว โดย RoboAdvisor จะทดแทนงานประมาณ 220 ตำแหน่งงาน ที่เป็นพนักงานที่ต้องพบปะลูกค้า ทั้งนี้ เพี่อลดต้นทุนในการทำงานลง โดยลูกค้ารายย่อยที่เงินลงทุนไม่มาก จะได้รับบริการออนไลน์จาก RoboAdvisor แทน

แต่ทั้งนั้น ลูกค้าต้องตอบคำถามก่อน ตามรายการคำถามที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อทำการวิเคราะห์พฤติกรรม และ Risk Profile ของลูกค้า หลังจากนั้น ลูกค้าจะได้รับคำปรึกษาในการลงทุน เฉพาะลูกค้าที่มีการลงทุนมากกว่า 500,000 ปอนด์เท่านั้น จึงจะได้รับคำปรึกษาจากพนักงานที่เป็นคนค่ะ

ซึ่งทาง Regulator ของอังกฤษ เชื่อว่าจะมีแบงก์อื่น ๆ ทำแบบนี้ตามมาแน่นอน (เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก)

สี่ ภายในปี 2025 บริษัทที่ใช้หุ่นยนต์จะลดต้นทุนเฉลี่ยได้ถึง 16% (เปรียบเทียบกับการใช้พนักงาน)

ห้า ตัวอย่างงานที่จะหายไปในอนาคต ได้แก่

-แคชเชียร์ (เนื่องจากจะมีการใช้เครื่องที่คิดเงินได้เอง โดยไม่ต้องใช้พนักงาน ที่เรียกว่า Self-Sheck-Sut ในเมืองไทยก็เริ่มมีแล้วนะคะ)

-เอเย่นต์ท่องเที่ยว (ปัจจุบันคนหาข้อมูลจากเว็บได้ ไม่ต้องพึ่งเอเย่นต์เลย)

-นักบิน (จะมีการใช้ Auto Pilot มากขึ้น)

-ตัวแทนขายประกัน (ปัจจุบันคนเข้าอินเทอร์เน็ตซื้อประกันออนไลน์สะดวกมาก ไม่ต้องรอนัดเจอตัวแทนเลย)

-นักหนังสือพิมพ์ (เนื่องจากปัจจุบันไม่มีใครอ่านหนังสือพิมพ์กันแล้ว อ่านแต่อีบุ๊กออนไลน์ แล้วทุกคนก็เปิดอินเทอร์เน็ตเช็กข่าวได้ตลอดอยู่แล้ว)

-พนักงานไปรษณีย์ (คนส่งจดหมายน้อยมาก ส่งกันแต่อีเมล์) เป็นต้น

หก ตัวอย่างงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นงานชื่อแปลก ๆ ทั้งนั้นค่ะ (ขออนุญาตใช้ทับศัพท์นะคะ แปลเป็นไทยอาจจะผิดความหมาย) ได้แก่

-Robot Trainer อีกหน่อยต้องมีผู้สอนเป็นหุ่นยนต์แล้วนะคะ

-Virtual Culture Architect หรือมีสถาปนิกที่ทำหน้าที่ออกแบบวัฒนธรรมที่แท้จริง เพราะพนักงานจะมาจากหลายแหล่ง หลายช่องทางมาก จะทำอย่างไรให้มีวัฒนธรรมที่เป็นหนึ่งเดียวได้

-Data, Talent & AI Integrator เนื่องจากในอนาคตเรื่องของข้อมูล, พนักงาน และการใช้ Artificial Intelligence เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับองค์กร ดังนั้น องค์กรจึงต้องมีงานที่ทำหน้าที่ผสมผสานทั้ง 3 เรื่องให้เป็นหนึ่งเดียว

ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเพื่อชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้เข้ามา สิ่งที่ดิฉันอยากฝากไว้สำหรับผู้นำองค์กรในการปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป คือ ท่านต้องเข้าใจว่า การใช้หุ่นยนต์ หรือการใช้ AI จะมีผลกระทบต่อองค์กรท่านในด้านต่าง ๆ อย่างไร เช่น

-งานจะเปลี่ยนไป (เช่น มีการใช้ AI ในการวิเคราะห์การลงทุน)

-โปรไฟล์พนักงานที่มีจะรองรับงานที่เปลี่ยนไปอย่างไร มีทักษะอะไร (เช่น ท่านอาจต้องการนักวิเคราะห์เด็ก ๆ น้อยลง เพราะหุ่นยนต์ทำได้ แต่นักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์สูง ๆ ยังจำเป็นอยู่ เป็นต้น)

-การพัฒนาพนักงานต้องเปลี่ยนไป (ต้องเพิ่มทักษะที่จำเป็นในอนาคต) การจ่ายค่าตอบแทนก็จะเปลี่ยนไปด้วย (จ่ายตามทักษะที่เราต้องการ ไม่ใช่จากงานที่ทำ)

-รูปแบบการจ้างงานอาจเปลี่ยนไป เช่น มีพนักงานประจำน้อยลง (เพราะงานบางงาน หุ่นยนต์ทำได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานฟูลไทม์) พนักงานจะเป็นลักษณะสัญญาจ้างมากขึ้น (เพื่อลดต้นทุน) และพนักงานคนหนึ่งอาจทำงานมากกว่าหนึ่งงาน หรือหนึ่งบริษัท (เป็นลักษณะ Freelance) เป็นต้น


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ