เชฟมิชลินโชว์เดโม คุกกิ้ง อนันตรา สยาม-
การได้กินอาหารที่ “อร่อย” สำหรับหลาย ๆ คน คงถือเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งในการใช้ชีวิต แม้ว่าจะมีสำนวนที่ว่า “กินเพื่ออยู่” แต่บางครั้งขอมีชีวิตอยู่เพื่อกินของอร่อยบ้าง…ก็คงไม่ผิด
งานนี้ “อนันตรา สยาม” จึงยกครัวระดับโลกมาไว้กลางกรุงเทพมหานคร ภายใต้งานที่ชื่อว่า “เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล” ซึ่งในครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 18 แล้ว โดยได้เชิญเชฟระดับมิชลินสตาร์ ทั้ง 1 ดาว และ 2 ดาว มาร่วมปรุงอาหาร รวมถึงเชฟเซเลบริตี้มาสร้างสีสัน รวมทั้งหมด 10 เชฟ จาก 8 ประเทศ

ปีนี้พิเศษที่อนันตราฯได้เชฟมิชลินสตาร์สาวสวยมาร่วมงานด้วยหนึ่งคน ในแวดวงครัวโลก เชฟมิชลินสตาร์ที่เป็นผู้หญิงนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่เธอก็ตอบรับมาร่วมงานนี้ เชฟ “คริสตินา บาวเวอร์แมน” เชฟมิชลิน 1 ดาว จากห้องอาหาร GLASS HOSTARIA ประเทศอิตาลี เธอมาพร้อมกับเรือนผมสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ และอาหารสีสดใสที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะระเบิดรสชาติอะไรในปากคุณ
ในโอกาสนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ชิมฝีมือเชฟ 2 ท่านที่ขึ้นโชว์เดโม คุกกิ้ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านแรกคือเชฟ “มิเกล ลาฟฟาน” เชฟมิชลินสตาร์ 1 ดาว จากห้องอาหาร L’ AND Vineyards ประเทศโปรตุเกส


ในเทศกาลเวิลด์ กูร์เมต์ ปีนี้ มิเกลได้รังสรรค์เมนูขึ้นจากวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงของโปรตุเกส ได้แก่ เนื้อหมูและของทะเล มิเกลนำเนื้อหมูมาทำเป็น “pork terrine” คือนำเนื้อหมูมาบด ปรุงรส และขึ้นรูปเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และอบให้สุกด้วยวิธีรองน้ำ ก่อนท็อปหน้าด้วยกุ้งลากูทินสับ ทานกับพูเรที่ทำจากผักชีล้อม สลัดแครอต ซอสเสาวรสและมะกรูดฝรั่ง
ความโดดเด่นของจานนี้ คือการได้ทานเนื้อสัตว์ชั้นเยี่ยม ที่ถูกปรุงและตกแต่งอย่างประณีตและสร้างสรรค์ เชฟมิเกลมีความโดดเด่นด้านการตกแต่งจาน ซึ่งเขาได้โชว์ทักษะนั้นแบบหมดจดระหว่างเดโม คุกกิ้ง รสชาติของเนื้อหมู กุ้งลากูทิน สลัดด้านบน และพูเร เข้ากันเป็นอย่างดี ได้รสเนื้อเต็มคำ หรือถ้าอยากได้รสเปรี้ยวเข้ามาตัดหน่อยก็ลองทานคู่กับซอสจากเสาวรสและมะกรูดฝรั่ง ก็อร่อยไปอีกแบบ
จานที่ 2 เป็นของเชฟจากแดนปลาดิบ “ฮิโรอากิ อิชิสุกะ” จากห้องอาหาร KIEN ในเขตอาคาสะกะ กรุงโตเกียว เชฟอิชิสุกะ เริ่มต้นอาชีพเชฟตั้งแต่อายุ 18 เมื่อเขาออกจากบ้านเกิดที่นีงาตะ เข้ามาแสวงโชคในเมืองหลวง เขาฝึกฝนอย่างหนักในร้านอาหารหลายแห่ง ก่อนได้รับการประดับ 1 ดาวในฐานะเชฟมิชลินสตาร์
อาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความประณีต แต่อาหารของเชฟอิชิสุกะประณีตยิ่งกว่าจานไหน ๆ ที่เคยได้รับประทานมา เขาใช้เวลาในการโชว์เดโม คุกกิ้ง 1 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ต้มน้ำซุป จนถึงการทำเกี๊ยว
อาหารสุดพิเศษของเชฟแดนปลาดิบคือ เกี๊ยวฟักทองห่อปลาคุรุมะ ทานกับอกเป็ดย่างและถั่วลันเตา และน้ำซุปใสข้นหนืด
รสชาติไม่ต้องพูดถึง เพราะทุกคนที่ได้ชิมชมเปาะว่าอร่อย เกี๊ยวฟักทองไม่หวานจนเกินไป เคี้ยวแล้วเจอเท็กซ์เจอร์ที่ละมุนละไม แทบละลายในปาก ส่วนอกเป็ดเป็นส่วนที่ชอบที่สุด เพราะหมักได้หอมอร่อย เหนียวไปนิดแต่เคี้ยวได้จนหมดคำ เมื่อทานกับซุปข้นแล้ว บอกได้เลยว่าจานนี้เป็นจานที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว
โดยเชฟทั้ง 2 จะอยู่ประเทศไทยระหว่างวันนี้ถึง 10 กันยายน ร่วมกับเชฟอีก 6 คนที่เหลือ ทั้งหมดเตรียมเป็นเจ้าภาพ ตั้งโต๊ะต้อนรับนักชิมชาวไทยสำหรับมื้อค่ำและมื้อสาย (เฉพาะวันอาทิตย์) สลับหมุนเวียนกันไป แต่สำหรับปีนี้แว่วมาว่าบัตรเต็มเกือบหมดทุกมื้อแล้ว สาวกนักชิมที่พลาดโอกาสไป อาจจะต้องลองดูปีหน้าอีกที