เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
Economic พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
Economic น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
Politics IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ดูทั้งหมด

บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ส่งไม้ต่อ “ยุทธศาสตร์ธุรกิจบริการ”-

14 ก.ย. 2560 | 07:00น.

สัมภาษณ์

ในปี 2558 ไทยมีรายได้จากภาคบริการอยู่ในอันดับที่ 21 ขององค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2559 ขยับขึ้นมาอันดับ 11 เพราะรวมบริการด้านการท่องเที่ยวเข้าไป จึงทำให้รายได้จากการส่งออกบริการของไทยก้าวกระโดด หากเทียบในอาเซียนอย่างมาเลเซียที่อยู่อันดับ 18 และสิงคโปร์อยู่อันดับ 6 ดังนั้น ภารกิจส่งเสริมธุรกิจบริการ จึงเป็นเป้าหมายหลักที่กระทรวงพาณิชย์พยายามผลักดันให้สำเร็จ โดย “บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดโอกาสให้ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดทำ “ยุทธศาสตร์บริการ” ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่ง “รองปลัดกระทรวงพาณิชย์” ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ว่า

Q : ที่มายุทธศาสตร์บริการ

ที่ผ่านมาจะมองว่าไทยเก่งสาขาอะไร เช่น เก่งท่องเที่ยวก็เน้นไปที่ด้านนั้น แต่ไม่ได้มองด้าน “ซัพพลายไซด์” ทั้งหมดว่า จำนวนธุรกิจบริการที่มีในไทยเป็นอย่างไร การจัดทำยุทธศาสตร์บริการครั้งนี้กรมมองว่าจีดีพีของไทยเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการใด เท่าไร โดยอาศัยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานสถิติแห่งชาติ และฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรม และดึงธุรกิจบริการที่จดทะเบียนนิติบุคคลสูงสุด 15 รายการออกมา ได้แก่ 1) การขายส่ง-ปลีกและการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ 2) การก่อสร้าง 3) กิจกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ 4) กิจกรรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ 5) กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุนการท่องเที่ยว เป็นต้น

Q : แยกกลุ่มบริการ Traditional และ New S-Curve

เราพบข้อสังเกตว่าธุรกิจบริการค้าส่งค้าปลีก มีจำนวนการจัดตั้งนิติบุคคลสูงสุดอันดับ 1 จำนวน 220,886 ราย กลับมีรายได้ในการจดทะเบียน 1.89 ล้านบาท จัดเป็นอันดับ 3 ขณะที่ธุรกิจบริการด้านการเงินและการประกันภัย มีจำนวนการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นอันดับ 11 มีจำนวน 5,739 ราย มียอดทุนจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 มูลค่า 2.34 ล้านบาท ดังนั้น หากจะพัฒนาธุรกิจบริการต้องเน้นธุรกิจที่กระตุ้นให้เกิดรายได้และมูลค่าจริง ๆ ในประเทศมากที่สุด

กรมได้จัดกลุ่มธุรกิจบริการออกเป็นธุรกิจบริการดั่งเดิม (Traditional Service) ที่คนในประเทศทำสร้างรายได้ในประเทศ เช่น ธุรกิจค้าปลีก ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน กรมมีนโยบายต่อยอดโชห่วยเชื่อมโยงกับไปรษณีย์ทำอูเล่โมเดล รายใดมีศักยภาพก็สนับสนุนให้ไปลงทุนในต่างประเทศ

อีกกลุ่มเป็นธุรกิจบริการสมัยใหม่ (New S-Curve) เช่น ธุรกิจซ่อมยานยนต์ หากมีการลงทุนยานยนต์แห่งอนาคต กลุ่มนี้ต้องขยายไปสู่การซ่อมหุ่นยนต์ ซ่อมอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งขณะนี้ขาดแรงงานที่มีทักษะวิชาชีพ

นอกจากนี้มีธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจสิ่งแวดล้อม ซึ่งการสนับสนุนกลุ่มนี้ต้องไปอีกขั้น และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากล่าช้าจะทำให้แรงงานไม่ทันรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่กำลังเกิดขึ้น

Q : สเต็ปพัฒนาธุรกิจบริการ

เริ่มจาก “ตัวผู้ให้บริการ” หรือ Service Provider หรือเรียกว่า “นักรบบริการ 4.0” หรือ Service 4.0 Warrior ซึ่งต้องมีมาตรฐานเท่ากันทั่วประเทศ และต้องลงไปดูในแต่ละจังหวัดมีจุดแข็งอะไร กรมพยายามจะจัดคู่ธุรกิจและกำหนดแผนทีใ่นการสนับสนุนธุรกิจ บริการลงไปในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพื่อสร้างจำนวนนักรบให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น

หลังจากนั้นจะนำนวัตกรรมไปต่อ ยอดบริการ ก่อนส่งเสริมให้เป็นประเทศ Trading Nation ขยายธุรกิจออกไปสู่โลก แล้วจึงมาแก้ไขกฎระเบียบ/กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อะไรจำเป็นต้องมีหรือต้องยกเครื่องหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เชื่อมโยงกับการสร้าง Strategic Partnership ถ้าหากไทยไปเจรจาต้องการเปิดเสรีธุรกิจบริการอะไรอย่างไร หากทำสำเร็จจะทำให้การเจรจาการค้าสมดุลทั้งด้านการค้าและด้านบริการ การจะทำเช่นนั้นได้เราต้องมีนักรบที่พร้อมแล้ว

Q : จัดทำ “สำมะโนธุรกิจบริการ”

ข้อมูลที่สรุปออกมามีเฉพาะของกระทรวงพาณิชย์ อาจมีธุรกิจบริการอื่นไม่ได้มาจดทะเบียน หรือจดทะเบียนกว้าง ๆ ครอบคลุมวัตถุประสงค์ทั้งหมด ทำให้ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริงว่าประกอบธุรกิจอะไร ดังนั้น ควรมีการจัดทำสำมะโนธุรกิจบริการ หากต้องการกำหนดยุทธศาสตร์บริการ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน รู้เป้าหมายการส่งออกบริการเป็นอย่างไร ขณะนี้ไม่รู้ใครดูแลเป็นเจ้าภาพ เพราะเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง แต่ข้อมูลที่รวบรวมเดิมจะเกี่ยวกับแผนการทำงานของหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ไม่เหมือนการทำสำมะโนอุตสาหกรรมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจ้างสำนักงานสถิติแห่งชาติจัดทำอย่างจริงจัง

Q : ความจำเป็นที่ต้องทำยุทธศาสตร์บริการ

เมื่อไม่มีข้อมูลชัดเจน รัฐบาลไม่สามารถส่งเสริมธุรกิจบริการได้ตรงจุด ปัจจุบันมีมาตรการส่งเสริมให้นำแรงงานวิชาชีพเข้ามาในอุตสาหกรรม แม้มีหลักสูตรในสถาบันการศึกษาแต่มักมีปัญหา เช่น หลักสูตรไม่ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การส่งเสริมธุรกิจบริการเกี่ยวข้องกับคน เช่น การเจรจาการค้าการเปิดเสรีภาคบริการ โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็น 1 ใน 4 โหมดที่ต้องมีการเจรจากัน ไทยไม่มีเจ้าภาพ เวลาไปเจรจาต้องแยกถามทีละหน่วยงานขาดการกำหนดท่าทีภาพรวมในอุตสาหกรรมบริการ เรื่องนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

Q : ขั้นตอนการยกร่างยุทธศาสตร์บริการ

หลังจากทำร่างยุทธศาสตร์แล้ว ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จากนั้นคงมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะของบฯ ต้องดูในเชิงบูรณาการ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน คิดว่าควรจะมีคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อดูภาพรวมทั้งหมด ที่สำคัญกระทรวงพาณิชย์เริ่มเสนอเรื่องนี้ เพราะเห็นโอกาสในการขยายตลาด แต่จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการพัฒนาซัพพลายไซด์ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้อยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียวต้องบูรณาการทุกส่วน แต่หากทำสำเร็จยุทธศาสตร์นี้จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการของอาเซียน เพิ่มรายได้ภาคบริการกระจายสู่ท้องถิ่น