เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
ดูทั้งหมด

การพลิกฟื้นธุรกิจ-

13 ต.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ Smart SMEs

โดย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ

 

ท่านผู้อ่านครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ดูสารคดีทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่นรายการหนึ่ง ที่กล่าวถึงการพลิกฟื้นธุรกิจของการรถไฟท้องถิ่นในจังหวัดอิบารากิ ที่มีผู้ใช้บริการลดน้อยถอยลงจนขาดทุนอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณมาช่วยให้รถไฟสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ สถานการณ์ของการรถไฟที่ผมพูดถึงนี้ ก็ไม่ต่างกับธุรกิจทั่ว ๆ ไป ที่แม้จะได้ดำเนินธุรกิจมายาวนาน แต่หากไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป กิจการนั้นก็ยากที่จะอยู่รอดได้ ผมจึงนำเรื่องนี้มาเล่าต่อให้ท่านผู้อ่านนำไปพิจารณาเป็นแนวทางในการพลิกฟื้นหรือปรับปรุงธุรกิจของท่าน ดังนี้ครับ

เส้นทางรถไฟสายมินาโตะนี้มีความยาวเพียง 14.3 กิโลเมตร โดยให้บริการเฉพาะในเมืองฮิตาชินากะ เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1907 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจะครบ 110 ปี ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ กิจการมีการเปลี่ยนมือมาหลายครั้งและประสบปัญหาทางการเงินมานาน จนในท้ายที่สุดก็มาอยู่ภายใต้บริษัท Hitachinaka Seaside Railway ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นกับบริษัทเอกชนในปี 2550 โดยยอดผู้โดยสารในขณะนั้นมีอัตราลดลงเหลืออยู่ประมาณปีละ 7 แสนคน ซึ่งดูจากระยะทางก็คงพอจะเห็นภาพว่าค่อนข้างสั้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงหันไปใช้รถยนต์แทน เมื่อรถไฟสายนี้มาอยู่ในมือของบริษัท Hitachinaka Seaside Railway บริษัทได้ส่งคุณชิอะกิ โยชิดะ มาเป็นผู้บริหาร ชายคนนี้เคยบริหารเส้นทางรถไฟท้องถิ่นสายอื่นจนประสบความสำเร็จมาก่อน จึงได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาพลิกฟื้นกิจการ

เนื่องจากรถไฟสายนี้มีรัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ร่วมทุน คุณโยชิดะจึงเริ่มต้นงานของเขาด้วยการดึงคนในชุมชนเข้ามามีส่วนเป็นอันดับแรก โดยคุณโยชิดะ พยายามเข้าร่วมการประชุมของชุมชนแทบทุกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวเมือง อีกทั้งเขายังใช้โอกาสจากการประชุมนี้เพื่อบอกเล่าปัญหาในฝั่งของการรถไฟ หรือขอความร่วมมือจากคนในชุมชน คุณโยชิดะกล่าวว่า การพูดคุยกันอย่างจริงใจของทั้งสองฝ่าย ทำให้ชาวเมืองที่ไม่ต้องการเสียรถไฟสายนี้ไป พร้อมใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของชมรมคนรักรถไฟสายมินาโตะรวมแล้วมีจำนวนกว่า 2,000 คน

จากการสำรวจเส้นทางการเดินรถ คุณโยชิดะพบว่า ตลอดเส้นทางรถไฟมีโรงเรียนมัธยมตั้งอยู่ถึง 3 แห่ง แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักขับรถไปส่งลูก ๆ เขาจึงเริ่มออกบัตรโดยสารรายปีสำหรับนักเรียนในราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนหันมาใช้บริการ โดยบัตรรายปีนี้คือที่มาของรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำสำหรับการรถไฟ เขายังเพิ่มที่จอดรถในแต่ละสถานี เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้รถยนต์มาใช้บริการรถไฟให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้จัดตลาดนัดทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยให้ชาวบ้านนำพืชผลและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น มาขายบริเวณสถานีรถไฟ ในขณะที่สมาชิกชมรมคนรักรถไฟสายมินาโตะก็จัดกิจกรรมเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวของเมืองฮิตาชินากะในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางโดยรถไฟ อาทิ การจัดทำแผนที่ท่องเที่ยว การโปรโมตงานประเพณีของเมือง และการโปรโมตร้านค้าตามสถานีรถไฟ พร้อมมอบคูปองส่วนลดต่าง ๆ โดยทุก ๆ กิจกรรมที่ชมรมจัดขึ้นจะมีการประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

ตลอด 10 ปีของการปรับเปลี่ยนและหาแนวทางเพื่อสร้างรายได้ ปรากฏว่า ยอดผู้โดยสารรถไฟที่เคยลดลงทุกปีกลับเพิ่มขึ้นเป็นปีละเกือบหนึ่งล้านราย โดยในปีที่ผ่านมา คุณโยชิดะได้คิดแผนเพิ่มยอดผู้โดยสารจากผู้ที่มาร่วมงานเทศกาลดนตรี Rock in Japan ซึ่งเป็นหนึ่งในงานดนตรีร็อกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น งานนี้จัดขึ้นปีละครั้ง ครั้งละ 3 วัน ณ Hitachi Seaside Park เมืองฮิตาชินากะโดยสถานที่จัดงานอยู่ห่างจากสถานีปลายทางของรถไฟสายมินาโตะเพียง 3 กิโลเมตร คุณโยชิดะจึงทำการโปรโมตให้ผู้ที่เข้าชมงานหันมาใช้รถไฟสายมินาโตะ แทนการใช้รถไฟสายหลักซึ่งมีผู้โดยสารแน่นอยู่แล้ว โดยได้จัดรถบัสไว้รอรับผู้โดยสารรถไฟจากสถานีสุดท้ายไปยัง Hitachi Seaside Park เชื่อไหมครับว่าตลอด 3 วันของเทศกาลดนตรีมีคนใช้รถไฟสายมินาโตะเพิ่มขึ้นอีกหลายพันคน ข่าวนี้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ ณ ตอนนี้คุณโยชิดะได้รับงบประมาณเพิ่มเพื่อขยายเส้นทางรถไฟสายมินาโตะไปอีก 3 กิโลเมตร โดยในปี 2567 ชาวร็อกที่เดินทางไปงานเทศกาลดนตรีจะได้นั่งรถไฟสายนี้ไปถึงบริเวณงานเลย นอกจากนี้ ความสำเร็จของรถไฟสายมินาโตะทำให้คุณโยชิดะได้รับเชิญไปบรรยาย และให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารเส้นทางรถไฟสายอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน

ท่านผู้อ่านครับ หากธุรกิจของท่านกำลังมีปัญหา ท่านอย่าเพิ่งถอดใจ ลองมองไปรอบ ๆ สิครับ ว่ามีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำ หรือมีหนทางจะหารายได้เพิ่มจากตรงไหนได้อีกบ้าง เรื่องราวของคุณโยชิดะกับรถไฟสายมินาโตะนี้ให้ข้อคิดกับผมหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามอย่างไม่ท้อถอย การสร้างความแตกต่าง การดึงคนในชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม การแสวงหาโอกาสจากสิ่งที่มีอยู่ และที่สำคัญคือการมีจิตใจเข้มแข็งและพร้อมสู้ ผมหวังว่าท่านผู้อ่านที่ทำธุรกิจอยู่ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด คงจะได้รับประโยชน์จากเรื่องที่ผมนำมาเล่าต่อนี้ไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้านะครับ