เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

รู้ทัน ตราสารหนี้-

01 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ จับช่องลงทุน

โดย พูนพิชญา ปัณฑิตานนท์ ที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้ เวลธ์

 

ในภาวะผลตอบแทนระดับต่ำ และข่าวการออกมาตรการทางภาษีสำหรับทั้งบัญชีออมทรัพย์ และกองทุนรวมตราสารหนี้ ทำให้นักลงทุนหลายท่านเริ่มหาทางออกในการหาผลตอบแทนที่มากขึ้น การซื้อหุ้นกู้หรือพันธบัตรโดยตรงรวมทั้งการซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มผลตอบแทน กองทุนตราสารหนี้ที่นำเงินไปลงทุนต่างประเทศจึงกลายเป็นขวัญใจนักลงทุนที่ต้องการหาที่พักเงินในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลตอบแทนมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มตราสารหนี้ประเภท high-yield (credit rating ต่ำกว่า investment grade) ทำให้ท่านนักลงทุนอาจจะมีข้อสงสัยถึงสาเหตุที่ทำให้กองทุนตราสารหนี้เหล่านี้มีผลตอบแทนโดดเด่น และอาจมีคำถามต่อไปว่า กองทุนกลุ่มนี้จะสร้างผลตอบแทนมากขนาดนี้ได้ต่อไปในอนาคตได้เรื่อย ๆ หรือไม่ รวมทั้งมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการขึ้นลงของกองทุนตราสารหนี้นั้นไม่ได้มีเพียงปัจจัย อายุคงเหลือของตราสารหนี้ (duration) กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด (ดอกเบี้ยลด หุ้นกู้แพงขึ้น ดอกเบี้ยขึ้น หุ้นกู้ถูกลง) ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย และการเลือกตลาดที่เข้าไปลงทุนเท่านั้น (เช่นลงทุนในกาตาร์ ตุรกี หรือจีน) แต่มีปัจจัยอื่น ๆ และแนวโน้มที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบสำหรับการตัดสินใจกับการลงทุน ดังนี้

การปรับเพิ่มลด credit rating ของตราสารหนี้ >> เมื่อเวลานักลงทุนจะซื้อหุ้นกู้ ก็มักจะมีการถามถึงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะได้การจัดเป็นชั้นดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสุขภาพทางการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้นั้น ๆ กรณีที่ไม่มีการจัดอันดับ หุ้นกู้ตัวนั้น ๆ จะถูกเรียกว่า หุ้นกู้ nonrated และหากมีการจัดอันดับแล้วได้ตั้งแต่ BBB ก็จะเรียกว่า investment grade แต่หากต่ำกว่า เช่น C, B, BB หรือต่ำกว่า ก็จะถูกเรียกเป็นภาษาที่น่าฟังว่า speculative bond, high-yield bond หรือบางคนก็เรียกว่า junk bond โดยหุ้นกู้ rating ปกติจะเทรดต่ำกว่า หรือมากกว่า par ก็ขึ้นอยู่กับอายุคงเหลือและดอกเบี้ยจ่ายของหุ้นกู้นั้น ๆ เทียบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่มีการขึ้นลง แต่กับกลุ่ม high-yield ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องก็มักจะเทรดต่ำกว่าราคา par เช่น หุ้นกู้อายุเหลืออีก 3 ปี เมื่อครบสัญญาจะได้คืน 1 พันเหรียญ แต่ด้วยสถานะการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ที่ไม่สู้ดีทำให้ราคาตลาดของตราสารหนี้เหล่านี้ ถูกซื้อขายต่ำกว่า par เช่นอาจจะถูกซื้อขายกันที่ 800 เหรียญเพื่อแลกกับความเสี่ยงที่ผู้ซื้อต้องรับ แต่หากสถานะทางการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้นั้น ๆ ดีขึ้น ราคาซื้อขายหุ้นกู้เหล่านี้ก็ค่อย ๆ ปรับขึ้น สะท้อนความเสี่ยงที่ลดลง และมีการเพิ่ม credit rating ตามลำดับ ทำให้ผู้ลงทุนได้รับส่วนต่างราคา (ซื้อถูกขายแพง ไม่ต่างกับการลงทุนหุ้นสามัญ) กองทุนที่ลงทุนตราสารหนี้ทั้ง high-yield และ corporate bond ที่เป็น investment grade ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2015 ต่างได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว (ค่าความเสี่ยงลดลง ราคาสูงขึ้น) อย่างไรก็ดี หากมองไปข้างหน้า ราคาตราสารหนี้เอกชนเหล่านี้เริ่มปรับขึ้นสะท้อนข้อเท็จจริงดังกล่าวไปมากแล้ว โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมาก ๆ ดังที่เคยเป็นมาจึงน้อยลง ดังนั้นผลตอบแทนจากนี้ไปคงไม่โดดเด่นเช่นเดิม คนที่ถืออยู่ก็ยังพอจะถือต่อได้ แต่คนที่คิดจะลงทุนเพิ่มในอนาคตอาจจะต้องพิจารณาความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ไม่ได้มากเช่นเดิม

การลงทุนตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว >> ตราสารหนี้กลุ่มนี้จะมีคุณลักษณะพิเศษ คือมีการจ่ายดอกเบี้ยอิงตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งในเมืองไทยเรานั้น นักลงทุนคงอาจจะเคยได้เห็นพันธบัตรรัฐบาลที่จ่ายดอกเบี้ยตามเงินเฟ้อมาบ้างแล้ว (inflation link bond) แต่ในต่างประเทศ มีตราสารหนี้เอกชนที่มีลักษณะใกล้เคียง โดยมีหลักการคือ กองทุนรวมตราสารหนี้จะเข้าไปลงทุนในสินเชื่อบ้าน (MBS) ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ตราสารหนี้ประเภทนี้จึงสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีแม้ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ดังที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับตราสาร MBS ก็เป็นที่จับตา เพราะตราสารเหล่านี้เคยเป็นที่มาของ hamburger crisis และอีกความเสี่ยงหนึ่งคือ หากดอกเบี้ยลดลง ผู้ลงทุนจะเสียเปรียบการถือหุ้นกู้ทั่วไป

การเพิ่มลดอายุคงเหลือของตราสารหนี้ (duration) ด้วยตราสารประเภทต่าง ๆ >> นอกจากการลด duration โดยการเปลี่ยนจากการถือตราสารหนี้ระยะยาวมาเป็นระยะสั้นแบบทั่ว ๆ ไปแล้ว กองทุนตราสารหนี้บางกองมีการใช้ตราสารอนุพันธ์ หรือ ETF ที่ให้ผลตอบแทนตรงกันข้ามกับพันธบัตรรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตราสารหนี้ที่ตนเองถืออยู่แกว่งเกินไป เพื่อหวังจะเน้นรับประโยชน์จากดอกเบี้ยรับเป็นหลัก ซึ่งตราสารหนี้ระยะยาวมักให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าระยะสั้น การถือสถานะ short ตราสารหนี้นั้น ๆ จะทำให้ราคาตราสารหนี้ที่ถือไม่ขยับแม้ดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนแปลง โดยหากมองไปข้างหน้า กลยุทธ์ในลักษณะนี้ดูจะเป็นทางออกที่ดีในการลงทุนตราสารหนี้ในภาวะที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ส่วนความเสี่ยงคือ ราคาพรีเมี่ยมที่กองทุนต้องจ่ายเพื่อให้ได้ตราสารลักษณะดังกล่าวมาป้องกันความเสี่ยง

ดังนั้นในภาวะที่ดอกเบี้ยในต่างประเทศมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดได้มองความเสี่ยงในตลาด high-yield ลดลงไปมากแล้วเราจึงมองว่าตราสารหนี้กลุ่มที่มีดอกเบี้ยลอยตัวและกลุ่มที่เน้นดอกเบี้ยรับ (ข้อ 2-3) ยังพอจะเป็นโอกาสในการลงทุนอยู่บ้าง ส่วนผู้ที่ลงทุนหุ้นกู้ที่เน้นประโยชน์จากการปรับขึ้นของ credit rating (ตามข้อ 1) อาจจะลองทบทวนแบ่งขายทำกำไร และปรึกษาการเงินมืออาชีพ เพื่อหากองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนอื่น ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทน ภายใต้ความเสี่ยงที่ท่านยอมรับได้