เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ต่อยอดโนว์ฮาว ดัน 3 ธุรกิจคลื่นลูกใหม่โตดับเบิลดิจิต
Business ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ต่อยอดโนว์ฮาว ดัน 3 ธุรกิจคลื่นลูกใหม่โตดับเบิลดิจิต
เอ็มมีเน้นซ์รุกธุรกิจ Health-Tech ดัน Own Brand ขยายรายได้ 20%
Business เอ็มมีเน้นซ์รุกธุรกิจ Health-Tech ดัน Own Brand ขยายรายได้ 20%
ดูทั้งหมด

เพลงแห่งความอาลัย น้ำตาไหลทุกคราที่ได้ยิน-

03 พ.ย. 2560 | 07:00น.

เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพเคลื่อนออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ยาตราออกประตูพระบรมมหาราชวัง ไปสู่พระมหาพิชัยราชรถ ระยะทาง 817 เมตร เพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชราชวัลลภ และเพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชธงไชยเฉลิมพล ถูกเชิญมาบรรเลงประกอบริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอย่างสง่าเกรียงไกร

นอกจากนั้นในริ้วขบวนเดียวกันยังได้อัญเชิญอีก 2 เพลงพระราชนิพนธ์ที่ชาวไทยคุ้นหูได้มาบรรเลงประกอบริ้วขบวนด้วย ก็คือ เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง และ เพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น ซึ่งทำให้พสกนิกรทั้งที่เฝ้ารับเสด็จตามเส้นทางริ้วขบวน และที่ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์น้ำตานองหน้าทันทีที่ได้ยิน

“แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา … โอ้ยามเย็น จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์ ยามไร้ความสว่างห่างทินกร ยามรักจำจะจรจากกันไป”

ในเนื้อเพลงยามเย็น เป็นเพียงการจากลากันไปไกลที่ไม่ใช่การจากอย่างถาวร แต่บทเพลงนี้ช่างเศร้าเหลือเกินเมื่อถูกบรรเลงในสถานการณ์แห่งการจากลาครั้งสุดท้ายจริง ๆ ที่จะไม่มีวันได้กลับมาเจอกันอีกแล้ว แม้ทำนองเสนาะหูแต่ชวนให้อาลัยยิ่งนัก

ต่อแต่นี้ไป ไม่ว่าจะได้ยินเพลงพระราชนิพนธ์เพลงไหน ไม่ว่าเนื้อหาและดนตรีเป็นอย่างไร ไม่ว่าเศร้าหรือไม่เศร้า ก็ล้วนแต่จะทำให้ชาวไทยคิดถึงพระองค์ท่านทุกครั้งที่ได้ยิน

นอกจากบทเพลงพระราชนิพนธ์แล้ว ณ เวลานี้ เมืองไทยเรายังมีบทเพลงมากมายที่ศิลปินแต่งขึ้นมาเพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกถึงพระองค์ท่าน

ในบรรดาเพลงที่แต่งถวายในหลวง ร.9 นั้น มีเพลงแสดงความอาลัยที่น่าสนใจจากศิลปินนักดนตรีรุ่นใหญ่ 2 คนที่เผยแพร่ออกมาในห้วงเวลาใกล้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คนแรกคือ พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของฉายา “พ่อมดดนตรีเมืองไทย” และอีกคนคือราชาเพลงเพื่อชีวิต ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว

พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เป็นเจ้าของโปรเจ็กต์ “H.M. Blues ร้องบรรเลงเพลงของพ่อ” ผู้แต่งทำนองและดนตรีเพลง “King of Kings” ที่เปิดก้องเมืองไทยมานานเป็น 10 ปี

ในปีแห่งความโศกเศร้านี้เขาทำเพลง “พระผู้มาโปรด” โดยแต่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียงดนตรีเองทั้งหมด และเปิดรับอาสาสมัครมาร่วมงาน ปรากฏว่ามีนักดนตรี นักร้อง และคนทำงานฝ่ายต่าง ๆ อยากเข้าร่วมด้วยมากมายจนเกินความต้องการ ต้องปฏิเสธไปบางส่วน เพราะไม่เหลืออะไรให้ทำ สรุปรวมคนทำงาน 160 คน เป็นนักร้อง 38 คน

เพลง “พระผู้มาโปรด” เป็นเพลงในคอนเซ็ปต์ requiem หรือเพลงที่ใช้ในพิธีศพ จุดเด่นแรกของเพลงนี้อยู่ที่เนื้อเพลงขึ้นต้นด้วยการแสดงความอาลัย แล้วเล่าเรื่องราวของพระองค์ตั้งแต่ประสูติ ต่อด้วยเรื่องคำสอน และการทรงงาน ซึ่งผู้แต่งได้คัดเลือกพระราชดำรัสเด่น ๆ ที่คนไทยคุ้นหู มาเรียงร้อยกันในเนื้อเพลง

จุดเด่นที่สองคือดนตรีในรูปแบบ variation ที่มีธีมหลักและแปรเปลี่ยนไปหลากหลายในท่อนต่าง ๆ แต่คงธีมหลักของเพลงเอาไว้ เป็นเพลงที่ใช้ดนตรีคลาสสิกเป็นหลัก ขึ้นต้นด้วยการแสดงความอาลัยด้วยบรรยากาศเศร้า ๆ แล้วเข้าสู่ท่อนซิมโฟนีออร์เคสตร้าอลังการ ต่อด้วยดนตรีไทยที่ยังคงพื้นหลังเป็นดนตรีคลาสสิก ตามด้วยดนตรีสากลร่วมสมัย แล้วกลับไปสู่ออร์เคสตร้า แล้วจบด้วยดนตรีบรรยากาศโศกเศร้าอีกครั้ง

“พระผู้มาโปรด” สำเร็จออกมาเป็นบทเพลงยิ่งใหญ่สมพระเกียรติทุกองค์ประกอบ ซึ่งพงศ์พรหมเองบอกว่า “ผมรู้สึกว่าในแง่วรรณศิลป์และคีตศิลป์ เพลงนี้เป็นเนื้อร้อง-ทำนองที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำมาตลอดชีวิต”

ส่วน แอ๊ด คาราบาว ส่งเพลงออกมาร่วมแสดงความอาลัยถึง 3 เพลง คือ “คืนสู่สวรรค์” และ “พ่อผู้เป็นนิรันดร์” จากกวีนิพนธ์ของ พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ที่ได้มอบให้เขาแต่งทำนองประกอบบทกวีและขับร้อง อีกหนึ่งเพลงคือ “พระราชาโพธิสัตว์” ที่เจ้าตัวแต่งเอง ร้องเอง

“เจ็ดสิบปีแห่งการครองราชย์ พ่อย่างพระบาทเยือนทุกแห่งหน ไทยทั้งประเทศคามเขตความจน พ่อบุกฝ่าจนพออยู่พอกิน 26 ตุลา คืนวันฟ้าเปิด พ่อผู้ประเสริฐคืนสู่สวรรค์ ทวยไทยถ้วนหน้าน้ำตานองอนันต์ ส่งพ่อสู่ชั้น ดุสิตาลัย” คือเนื้อหาสุดกินใจจากเพลง “คืนสู่สวรรค์”

ส่วน “พ่อผู้เป็นนิรันดร์” เนื้อหากินใจไม่แพ้กัน แม้ว่าพระองค์จากไปแล้ว แต่ยังอยู่ในใจคนไทยนิรันดร์

“พระวรกายของพ่อจากไป แต่ความรัก ความรู้ และแรงบันดาลใจ ในความดีงาม ความจริง ความเสียสละ อยู่กับไทยทั่วหล้า จารจารึกไว้ตลอดกาล … ตายเกิดกี่ชาติ พ่ออยู่ในใจเป็นนิรันดร์”

ส่วน “พระราชาโพธิสัตว์” พูดถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของปวงประชา

“เป็นพระราชาพระองค์เดียวในโลก มาเพื่อดับทุกข์โศก บนแผนที่ประเทศไทย ยิ่งทุกข์ยิ่งยาก ยิ่งลำบากสักเพียงไหน คนเล็ก คนน้อย คนไทย ใกล้ไกล ท่านไปรักษา พระราชาโพธิสัตว์”

นอกจากตัวอย่างที่ยกมานี้ ในเว็บไซต์ kingrama9.net ได้รวบรวมบทเพลงที่แต่งแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อีกกว่า 50 เพลง ไม่ว่าจะกดเข้าไปฟังเพลงไหนก็ล้วนแต่ชวนให้น้ำตาไหลด้วยความระลึกถึงพระองค์ท่านผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่คนไทยแสดงความอาลัยต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง เปรียบดั่งพระโพธิสัตว์ที่พระราชทานแต่สิ่งดี ๆ ให้แก่พสกนิกรได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข