‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ต่อยอดโนว์ฮาว ดัน 3 ธุรกิจคลื่นลูกใหม่โตดับเบิลดิจิต
อายิโนะโมะโต๊ะ โฟกัสธุรกิจคลื่นลูกใหม่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร-อาหารแช่แข็ง-ลูกค้า B2B หลังตลาดผงชูรสอิ่มตัว ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ Amino รุกเซ็กเมนต์ความงาม-สุขภาพระหว่างวัน พร้อมแตกแบรนด์อาหารญี่ปุ่นแช่แข็ง “อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม” ชูความสะดวกเจาะกลุ่มทำอาหารทานเอง ด้าน B2B ผุดไลน์ “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” เจาะสตรีตฟู้ด-ร้านอาหารรายย่อยล้านรายทั่วประเทศ ย้ำตรึงราคาเต็มที่แม้ต้นทุนพลังงาน-มันสำปะหลังพุ่ง ตั้งเป้าดัน 3 ธุรกิจใหม่โตระดับดับเบิลดิจิต
นายซาโตชิ อุตากาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องปรุงรสในไทยมีการใช้งานกว้างขวางมากแล้วทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจการเติบโตจึงอาจไม่หวือหวานัก การสร้างการเติบโตในกลุ่มนี้จึงต้องพัฒนาสินค้าที่เข้ากับเทรนด์ของผู้บริโภค เช่น สุขภาพ อย่างการลดโซเดียม น้ำตาลและไขมัน
รวมถึงการตอบโจทย์ร้านอาหารรายย่อยและสตรีตฟู้ด ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญจากการเป็นสถานที่ที่คนไทยเกือบ 50% ซื้ออาหารทานในแต่ละวัน ทั้งการนั่งทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และดีลิเวอรี่ รวมถึงเป็นเซ็กเมนต์ขนาดใหญ่ ตามการคาดการณ์ว่าไทยมีร้านอาหารมากกว่า 700,000 ถึง 1 ล้านแห่งทั่วประเทศ
ส่วนตลาดกาแฟยังเติบโตได้ดี แต่การแข่งขันสูงมาก จึงต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการเสริมคุณค่าให้ตัวสินค้า ด้านตลาดอาหารพร้อมทานนั้นอาหารแช่แข็งยังมีโอกาสเติบโตได้มาก เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากความต้องการดูแลสุขภาพ และความสะดวกในการใช้ชีวิต
สอดคล้องกับข้อมูลจาก Innova Market Insights 2026 เกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งมี 3 เทรนด์สำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยและทั่วโลก คือ ความคุ้มค่าคุ้มราคา หลังผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ โดยมองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่ดี
ความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุที่ยืนยาว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาวะในระยะยาว ผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา ซึ่งความต้องการโซลูชั่นอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวกสบาย ออกแบบมาให้เหมาะกับโอกาส ไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงตลอดทั้งวัน
“ปัจจุบันคนไทยยังคงให้ความสนใจหรือมี Passion สูงกับการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยยอมลงทุนหากสินค้าตรงตามความต้องการ แต่ความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างมากขึ้น ดังนั้นหัวใจสำคัญคือ การพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์อย่างตรงจุดจึงทวีความสำคัญ ซึ่งเชื่อว่าการใช้โนว์ฮาวด้านกรดอะมิโน หรือ Aminosciance ขออายิโนะโมะโต๊ะ จะสามารถสร้างช่วยเรื่องนี้ได้”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ยังมีปัจจัยบวก เช่น แคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล, แนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวสะท้อนจากตัวเลขจีดีพีล่าสุดซึ่งดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่ยังต้องจับตาความไม่แน่นอน เช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กระทบต่อต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพ

โฟกัสดันรายธุรกิจใหม่
นายซาโตชิกล่าวต่อไปว่า เพื่อพลิกเทรนด์ตลาดมาสร้างการเติบโต ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ อายิโนะโมะโต๊ะจะเน้น 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ กินดี (Eat Well), มีสุข (Live Well) และการเป็นพันธมิตรด้านการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี (Trusted Well-Being Partner) เพื่อผลักดันรายได้ทั้งฝั่งผู้บริโภคทั่วไปและผู้ประกอบการร้านอาหาร
ด้วยการขยายไลน์สินค้าทั้งกลุ่มเครื่องปรุงรสที่จะโฟกัสกลุ่มลูกค้า B2B อย่างร้านอาหารรายย่อย-สตรีตฟู้ด อาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีจุดเด่นด้านสุขภาพและความสะดวกมาเสริมพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลายและตอบโจทย์ได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น
ตามเป้าหมายที่จะผลักดันรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ อาหารแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องปรุงสำหรับลูกค้า B2B ให้เติบโตระดับเลขสองหลัก ขณะที่เครื่องปรุงทั่วไป และเครื่องดื่มจะเติบโตระดับเลขหลักเดียว
รุกตลาดอาหารญี่ปุ่นแช่แข็ง
หนึ่งในหัวหอกสำคัญคือ อาหารพร้อมทานแช่แข็งแบรนด์ “อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม” โดยเป็นเมนูอาหารแช่แข็งพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น ออกแบบเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ความสะดวกสบายของคนยุคใหม่ เช่นเดียวกับกาแฟเบอร์ดี้ ซึ่งมีไลน์เบอร์ดี้บาริสต้า เน้นสูตรน้ำตาลน้อยและน้ำตาล 0% รวมถึงการให้พลังงาน เพื่อขยายฐานลูกค้า
ส่วนกลุ่มผงชูรสแบรนด์รสดี จะนำกระแส T-Pop เข้ามาหนุนการสื่อสารและกระตุ้นการมีส่วนร่วม ผ่านการร่วมมือกับศิลปินไทยและกิจกรรมแนวสนับสนุนการทำอาหารทานที่บ้าน
ลุยตลาดความงาม
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ Amino นั้น บริษัทขยายไลน์อัพเพิ่มกลุ่มความงามในแบรนด์ (Amino Beauty) และสุขภาพในแต่ละช่วงวัน ด้วยแบรนด์ (Amino Rising) เข้ามาเสริมทัพ ชูสารอาหารอย่างคอลลาเจนและสังกะสี หลังที่ผ่านมามีสินค้าสำหรับกลุ่มออกกำลังกาย-เล่นกีฬา (Amino VITAL) สูงวัย (Amino MOF) และการนอนหลับ (Amino Nite/Rising) แล้ว ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ความสำคัญและต้องการโซลูชั่นสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ
โหมตลาด B2B ชิงร้านอาหาร
นายซาโตชิเสริมว่า ขณะเดียวกันบริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2B หรือผู้ประกอบการด้วยไลน์สินค้าใหม่ “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” ซึ่งตอบโจทย์ผู้ประกอบการด้วยจุดเด่นด้านลดต้นทุน ลดขั้นตอน และช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร อย่างการออกแบบให้ได้รสชาติคงที่ และไม่เข้มข้นจนกลบรสชาติเฉพาะตัวของร้านค้า นำร่องด้วย 2 สินค้าใหม่ คือ เครื่องพะโล้กึ่งสำเร็จรูป และผงหมักย่างกลิ่นสามเกลอ
ทั้งนี้ตามเป้าหมายของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตอาหาร ไปสู่พันธมิตรด้านโซลูชั่น ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจ ด้วยการสนับสนุนร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวผ่านโซลูชั่นทางธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง รวมไปจนถึงการแบ่งปันความรู้ และการสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
รวมถึงการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ตั้งแต่ผู้บริโภคและชุมชน ไปจนถึงผู้ประกอบการร้านอาหารและพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่าน “AminoScience” ตามความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยกินดีมีสุข ในทุก ๆ วัน
ย้ำยื้อราคาเต็มที่
นายซาโตชิย้ำว่า แม้ต้นทุนการผลิตสินค้าจะสูงขึ้นทั้งด้านราคาเชื้อเพลิง และราคามันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของผงชูรส แต่บริษัทจะพยายามตรึงราคาด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุมต้นทุน
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ต้นทุนสูงยังดำเนินต่อไป มีโอกาสที่บริษัทอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อคงคุณภาพสินค้า และคงความสามารถในการส่งสินค้าเข้าสู่ตลาด ทั้งนี้จะดำเนินการโดยให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคน้อยที่สุด