เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
ดูทั้งหมด

ฉีกกฎห้องสมุด NAP LAB Co-napping Workspace-

22 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คงจะดีไม่น้อย หากมีพื้นที่ทำงานที่เราไม่ต้องรู้สึกเกร็งว่าจะส่งเสียงดังรบกวนใคร เปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีคาเฟ่ไว้รองรับยามหิว มีเกมให้เล่นคลายเครียด มีโต๊ะปิงปองให้ออกกำลังกายแก้เมื่อย หรือแม้กระทั่งมีที่ให้เอนหลังงีบหลับพักสายตา ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีให้เห็นกันนัก แต่พื้นที่สำหรับทำงานแบบที่ว่ามามีอยู่จริงในกรุงเทพมหานครนี่เอง

“ประชาชาติธุรกิจ” พารู้จัก “NAP LAB” สถานที่ทำงานแห่งใหม่บนทำเลกลางเมืองอย่างจุฬาฯ ซอย 6 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่เขาให้คำนิยามตัวเองว่าเป็น Co-napping Workspace หรือสถานที่ทำงานสุดผ่อนคลาย มีพื้นที่ให้ผู้มาใช้บริการเปลี่ยนอิริยาบถได้เหมือนอยู่บ้าน

“ป๋อง-อาทิตย์ เสมอกาย” เจ้าของโครงการ NAP LAB วัย 37 ปี เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ที่ดินบริเวณนี้และรอบ ๆ เป็นที่ดินส่วนหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสมัยก่อนย่านนี้เรียกว่าย่านหลังสนามศุภฯ เป็นแหล่งขายอุปกรณ์กีฬา เสื้อกีฬา ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ แต่เมื่อ 5 ปีก่อน จุฬาฯมีแผนจะขอคืนพื้นที่เพื่อปรับปรุงใหม่ เนื่องจากอาคารเดิมมีสภาพทรุดโทรม แต่เมื่อขอคืนพื้นที่มาแล้ว แผนดังกล่าวกลับถูกพับไปก่อน พื้นที่ตรงนี้จึงถูกปล่อยร้างมาถึง 3 ปี

ด้วยอาชีพของ “ป๋อง” ที่สืบทอดธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของที่บ้าน เมื่อ 2 ปีก่อน เขาจึงได้เข้ามามีโอกาสรีโนเวตอาคารชุดในย่านนี้ ซึ่งมีพื้นที่หอพักนานาชาติ ศึกษิตนิเวศน์ หอพักนิสิตปริญญาโท ปริญญาเอก และนิสิตแลกเปลี่ยนของจุฬาฯอยู่ด้วย

“สิ่งที่เตะตาเราแต่แรกไม่ใช่อาคาร 8 ชั้นที่ทรุดโทรมแต่โครงสร้างยังดีนี้ แต่กลับเป็นต้นไม้ด้านหน้าที่ดูทรงคุณค่า เนื่องจากมีขนาดใหญ่จนไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ตรงนี้ได้ ทำให้คิดว่าเราจะต้องปรับที่นี่ให้กลับมา มีชีวิตชีวา จึงยื่นแผนกับจุฬาฯ ตอนแรกยังไม่รู้จะทำเป็นอะไร ถอดโจทย์ทีละข้อ เริ่มจากสัญญา 5 ปี ซึ่งสั้นมาก เลยคิดว่าอะไรที่เป็นของเดิมแล้วยังดีอยู่ ก็คงไว้ เช่น ตึก 8 ชั้น ชั้น 5-8 เป็นอพาร์ตเมนต์ที่มีห้องน้ำในตัว เราจึงยังคงความเป็นอพาร์ตเมนต์ไว้”

ขณะที่บริเวณชั้น 1-4 ที่เดิมเป็นหอพักพร้อมห้องน้ำรวม ทางเลือกตอนนั้นดูเหมือนว่าโฮสเทลจะตอบโจทย์รูปแบบอาคารมากที่สุด แต่ด้วยความที่ยังไม่พร้อมจะทำโฮสเทล เขาจึงมองหาทางเลือกอื่น วิเคราะห์แต่ละชั้น จนได้คำตอบว่าชั้น 1 ควรจะเป็นรีเทล เพื่อสอดรับกับอาคารโดยรอบที่กำลังรีโนเวต รวมถึงอุทยาน 100 ปีจุฬาฯที่กำลังสร้าง ส่วนชั้น 2 ก็มีพรรคพวกสนใจทำฟิตเนส โจทย์ของเขาจึงเหลืออยู่ที่ชั้น 3-4

ความที่บริเวณนี้เป็นย่านโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทำให้ “อาทิตย์” มุ่งทาร์เก็ตไปที่กลุ่มนักศึกษา เขาจึงมองว่าสิ่งที่ตอบโจทย์น่าจะเป็นพื้นที่ทำงานหรือโคเวิร์กกิ้งสเปซ ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนในไทยมีโคเวิร์กกิ้งสเปซหลายที่ เขาจึงศึกษารูปแบบข้อดีและข้อเสียของแต่ละที่ จนพบว่าบางที่ก็น่าจะเหมาะกับกลุ่มสตาร์ตอัพมากกว่า เพราะมีโต๊ะเยอะ ทำให้ดูจริงจัง ขณะที่บางแห่งที่ใช้โมเดลร้านกาแฟก็ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะเขาต้องการให้คนที่มาโคเวิร์กกิ้งสเปซ ยอมจ่ายเงินเพื่อที่จะมาใช้พื้นที่มากกว่า

“เราทำแบบสอบถามนักศึกษา ทุกคนบอกว่าอยากได้ที่ทำงาน โดยที่ทุกคนมีหมดคือห้องสมุด แต่เหตุผลอะไรที่จะทำให้เขามานั่งของเรา ไม่ไปนั่งห้องสมุดนั่นคือเราต้องทำอะไรที่ห้องสมุดทำไม่ได้ จึงมานั่งดูว่าอะไรที่ทำในห้องสมุดไม่ได้ ลิสต์มาหมดและคัดว่าอะไรที่ทำได้บ้าง ได้แก่ เปิด 24 ชั่วโมง มีที่ทำงาน มีคาเฟ่ขายของกินอยู่ข้างในมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ มีโต๊ะปิงปอง มีเกมให้เล่น มีที่นั่งที่นอนได้ จากนั้นนำโจทย์ที่ได้ไปให้เพื่อนทีมตื่นสตูดิโอออกแบบและพัฒนาแบบร่าง จนกลายมาเป็นที่เห็นทุกวันนี้”

เมื่อโจทย์แรกของ NAP LAB คือ เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ที่นี่ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ทำบันไดใหม่บริเวณด้านหน้า ตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของไม้ใหญ่ เมื่อเดินขึ้นจะผ่านเรือนกระจกที่เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ แต่ถึงกระนั้นก็มีลิฟต์ไว้รองรับสำหรับผู้พิการด้วย

ด้านในตกแต่งสไตล์ลอฟต์ใช้สีเหลือง ขาว เทา และสีไม้ ให้ดูอบอุ่นสบายตา เจาะพื้นที่ระหว่างชั้น 3 และ 4 เป็นดับเบิ้ลสเปซ ทำให้เพดานดูโปร่ง ไม่อึดอัด ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

การใช้บริการเริ่มจากลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ รับตั๋วที่มีรหัสคิวอาร์โค้ดและรหัส WiFi สแกนรหัสที่ช่องทางเข้า ดังนั้นระบบจะรู้ว่าภายในมีคนกี่คน แล้วจะตัดยอด ทำให้จะไม่พบปัญหาคนเข้ามาแล้วไม่มีที่นั่งแน่นอน

ผ่านประตูเข้ามาจะพบคาเฟ่เล็ก ๆ ขายเครื่องดื่ม ขนม อาหารแช่แข็ง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซ้ายมือเป็นโซนนั่งกินอาหาร มีตู้เกม โต๊ะปิงปอง สไลเดอร์จากชั้นบน และกระสอบทราย

ส่วนพื้นที่ด้านขวาเป็นที่นั่งทำงานชิล ๆ สไตล์ญี่ปุ่น มีโซนเบาะนั่งกึ่งเอนหลัง ที่มีวิวพาโนรามาเป็นต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า และที่พิเศษคือโซนที่นั่งทำงานที่เรียกว่า “เคฟ (cave)” สีเหลืองเด่นตรงกลาง ซึ่ง “อาทิตย์” ให้เหตุผลของการเลือกใช้สีเหลืองไว้ว่า “สีเหลืองเป็นสีที่ทำให้ดูมีพลังงานและดูไม่ร้อนแรงจนเกินไป สามารถรีแลกซ์ก็ได้ หรือดูมีพลังก็ได้” โดยในแต่ละเคฟมีเบาะนุ่ม ๆ ให้แวะงีบ หรือใครจะนอนจริงจังก็ไม่ว่ากัน หากใครต้องการหมอน ที่นี่ก็มีให้บริการด้วย ทำให้บรรยากาศการนั่งทำงานในชั้นนี้ไม่ต้องจริงจังมากนัก

ชั้นบนมีโต๊ะทำงานเรียงราย ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ดูจริงจังมากขึ้น แต่ก็ยังมีส่วนของเคฟไว้ให้บริการ นอกจากนี้ยังมีห้องคุยโทรศัพท์ และห้องสเปรย์รูมซึ่งเป็นบริเวณสูบบุหรี่

เนื่องจากการฉีกทุกกฎของห้องสมุด ทำให้ NAP LAB อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบ เพราะจะมีเสียงเครื่องชงกาแฟ คนเล่นปิงปอง เสียงพูดคุย เสียงคนเล่นสไลเดอร์ คนเดินไปมา รวมถึงเสียงเพลง ซึ่งเป็นความตั้งใจของ “ป๋อง” ที่ต้องการให้ที่นี่ไม่เงียบ เพราะความเงียบจะทำให้คนเกร็ง ดังนั้นลูกค้าที่ตั้งใจเข้ามาอ่านหนังสือก็อาจจะแย้งกับโจทย์ที่ตั้งไว้แต่แรก แต่เขาก็รับได้กับการที่จะต้องเสียลูกค้ากลุ่มนี้ซึ่งมีอยู่ราว 5%

แต่หากใครต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่ยังมีห้องมีตติ้งรูมให้บริการ 3 ขนาด แบ่งเป็นห้องขนาด 7-12 คน 30-40 คน และ 60-120 คน มีพร้อมทั้งจอ เครื่องเสียง และไมโครโฟน

สำหรับค่าบริการมีแพ็กเกจให้เลือกคือ 4 ชั่วโมง 100 บาท สำหรับนักศึกษา และ 150 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป จากนั้นอัพเป็นแพ็กเกจ 12 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง หรือใครใช้บริการบ่อย ก็มีราคาสมาชิกด้วย โดยสามารถเข้า-ออกได้ตลอดเวลา และใช้พื้นที่ได้ทุกส่วน

นับเป็นการออกแบบพื้นที่ที่ตรงใจผู้ใช้งาน จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา มาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย เพราะนอกจากจะได้พื้นที่ทำงานสุดชิลในราคาย่อมเยาแล้ว ยังอาจจะตื่นมาพร้อมไอเดียสุดบรรเจิดด้วยก็ได้