เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
ดูทั้งหมด

Longines ฉลอง 185 ปี-

22 พ.ย. 2560 | 07:00น.

นาฬิกาลองจินส์ (Longines)แบรนด์ดังจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ฉลองครบรอบ 185 ปี ด้วยการนำนาฬิกาโบราณที่หาชมยาก 29 เรือนส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ลองจินส์ มาจัดแสดงในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและความสำเร็จของลองจินส์ เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์ตลอด 185 ปีแห่งความสำเร็จ ชื่องาน “Longines 185th Anniversary” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นิทรรศการ Longines 185th Anniversary นำเสนอประวัติศาสตร์อันยาวนานของลองจินส์ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1832 ณ เมืองแซงติมิเยร์ (Saint-lmier) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ออกุสต์ อกาสซีส์ (Auguste Agassiz) ผู้ก่อตั้งลองจินส์เริ่มกิจการในลักษณะเคาน์เตอร์รับประกอบนาฬิกาตามใบสั่ง ในเวลานั้นผู้ผลิตนาฬิกาจะผลิตชิ้นส่วนและประกอบนาฬิกาอยู่ที่บ้าน เมื่อประกอบเสร็จแล้วจึงส่งมอบงานให้กับอกาสซีส์ กระทั่งปี ค.ศ. 1867 แอร์เนสต์ ฟรองซิญง (Ernest Francillon) ผู้เป็นหลานซึ่งเข้ารับช่วงต่อต้องการผลิตชิ้นส่วนกลไกและทำการประกอบในโรงงานเดียวกัน เพื่อให้ประกอบนาฬิกาได้อย่างครบวงจรในจำนวนมากขึ้น จึงซื้อที่ดินเพิ่ม และตั้งโรงงานบนที่ดินหุบเขาริมแม่น้ำที่เรียกว่า “Es Longines” ซึ่งกลายมาเป็นชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

ในนิทรรศการนี้ได้นำนาฬิกาเรือนเด่น ๆ ในประวัติศาสตร์แบรนด์ลองจินส์มาจัดแสดง ไฮไลต์ของนิทรรศการอยู่ที่

WATCHMAKING – POCKET WATCHES

ตั้งแต่ ค.ศ. 1832 ถึงทศวรรษที่ 1930 ลองจินส์ผลิตนาฬิกาพกเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงแรกเน้นนาฬิกาพกที่แข็งแกร่งทนทานสำหรับใช้งาน ก่อนจะเริ่มผลิตนาฬิกาที่มีกลไกและตัวเรือนขนาดบาง ซึ่งบางรุ่นตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม นาฬิกาในยุคนี้ที่นำมาจัดแสดงมี 3 เรือน คือ นาฬิกาพกที่สลักเสลาและเพนต์ลายภาพทิวทัศน์ลงบนหน้าปัดอย่างวิจิตรบรรจง (ค.ศ. 1892) นาฬิกาพกเทคนิคถมทองเป็นลวดลายดอกไม้ (ค.ศ. 1915) และนาฬิกาพกหน้าปัดสีขาวแสดงเวลา 24 ชั่วโมง (ค.ศ. 1917)

FLAGSHIP

หนึ่งคอลเล็กชั่นนาฬิกาข้อมือที่เป็นไฮไลต์ของแบรนด์ และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ออกแบบในช่วงปลายปี ค.ศ. 1956 จดลิขสิทธิ์ชื่อและวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1957 เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะในยุคแรก ๆ ฝาหลังตัวเรือนมีการแกะสลักหรือแสตมป์ภาพเรือธงบังคับบัญชากองเรือ (Flagship) คอลเล็กชั่นนี้สะท้อนถึงความความสง่างามคลาสสิกแบบนาฬิกาเดรส และได้รับความนิยมมาจนถึงยุคปัจจุบัน ในนิทรรศการนี้นำนาฬิกาในตระกูล Flagship มาจัดแสดง 3 เรือน คือรุ่นตัวเรือนทองทรงกลมหน้าปัดสีน้ำเงิน ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ (ค.ศ. 1963) รุ่นตัวเรือนสตีลทรงกลม หน้าปัดขาว ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ (ค.ศ. 1960) และรุ่นตัวเรือนสตีลทรงสี่เหลี่ยมคางหมูทำงานด้วยกลไกไขลาน (ค.ศ. 1972)

PIONEERS & AVIATION

ด้วยประสิทธิภาพความแม่นยำและการพัฒนานวัตกรรมกลไกใหม่อยู่เสมอ ทำให้นาฬิกาลองจินส์เป็นที่นิยมมากในหมู่นักบุกเบิกและนักผจญภัย ซึ่งออกเดินทางไปสำรวจโลกในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 โดยลองจินส์ได้พัฒนานาฬิกาที่ช่วยคำนวณตำแหน่งและพิกัดการเดินทางได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางอากาศหรือทางทะเลผลงานที่นำมาจัดแสดงมีทั้งนาฬิกาแสดงพิกัดทางอากาศ ผลิตจากอะลูมิเนียม ทำงานด้วยกลไกไขลานรวมสองรุ่น (ค.ศ. 1933 และ 1939) และนาฬิกามารีนโครโนมิเตอร์สำหรับเรือเดินสมุทร ทำหน้าที่แสดงเส้นลองจิจูด (ค.ศ. 1918) โดยตัวนาฬิกาติดตั้งอยู่บนฐานวงแหวน ซึ่งทำหน้าที่ล็อกให้นาฬิกาอยู่ในแนวระนาบ และบรรจุอยู่ในกล่องไม้

น่าเสียดายที่นิทรรศการจัดแสดงในช่วงเวลาสั้น ๆ แฟน ๆ ของลองจินส์หลายคนอาจจะยังไม่ได้ไปชม คงต้องรอลุ้นกันตอนฉลองครบรอบ 200 ปีน่าจะกลับมาอีกครั้ง