เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

“เมียนมา” ฟื้นส่งออก “แรงงาน” หลัง “โรฮีนจา” เสี่ยงเป็นเหตุแช่แข็ง ศก.-

21 ธ.ค. 2560 | 07:00น.

แม้ว่ารัฐบาลเมียนมาภายใต้การบริหารของ “อ่อง ซาน ซู จี” พยายามจะยกเครื่องกฎดึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ผนวกกับแรงกดดันจากวิกฤตปัญหาโรฮีนจาที่ยังคุกคามความเชื่อมั่นนักลงทุนว่าอาจลุกลามเป็นความเสี่ยงให้เมียนมาถูกคว่ำบาตรอีกครั้ง ล่าสุดกระทรวงแรงงาน ประกาศแผนการส่งออกแรงงานชาวเมียนมาไปต่างประเทศ หลังเศรษฐกิจของประเทศส่งสัญญาณชะลอตัว

รอยเตอร์ส รายงานอ้างผลการสำรวจของ “โรแลนด์ เบอร์เกอร์” บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติเยอรมนี และสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา ระบุว่า รายงานความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระยะสั้นฉบับล่าสุด ศึกษามุมมองของนักธุรกิจเมียนมาและต่างประเทศ 500 บริษัทพบว่า ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจที่มีต่อเศรษฐกิจเมียนมาในปีนี้ ลดลงเหลือ 49% เทียบกับปีก่อนที่ 73%

โดยนัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงมุ่งมาที่ 2 ประเด็นหลัก คือ “การขาดแคลนนโยบาย” และ “แผนพัฒนาทางเศรษฐกิจที่คลุมเครือ”

นายโทมัส คล็อส์ ผู้จัดการหุ้นส่วนของโรแลนด์ เบอร์เกอร์ ในเอเชียตะวันเฉียงใต้ กล่าวว่า “สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือความชัดเจน โดยเฉพาะโรดแมปที่ชัดเจน กรอบเวลา และผลงานทางรูปธรรมที่รวดเร็ว”

แม้ว่าปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกนโยบายเศรษฐกิจฉบับหนึ่ง แต่หลายคนกลับมองว่ายังขาดรายละเอียด หรือแผนการที่จะบรรลุเป้าหมาย และในเดือน เม.ย.ปีนี้ สภาได้ผ่านร่างฎหมายการลงทุนที่ช่วยให้กระบวนการด้านการลงทุนง่ายขึ้น และช่วยให้นักลงทุนต่างชาติได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับนักลงทุนท้องถิ่น แต่ผลงานดูยังไม่น่าประทับใจอย่างที่ควรจะเป็น

เห็นได้จากอัตราการเติบโตในการลงทุนของต่างชาติและจีดีพีของประเทศ ที่ชะลอตัวลงนับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศเมื่อปีก่อน โดยมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติในปีนี้ เฉลี่ยเพียง 739 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน อยู่ในระดับต่ำกว่ารายงานในปี 2015 ที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานเมียนมา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐกระทรวงแรกที่ออกมาเคลื่อนไหว หลังจากที่รายงานความเชื่อมั่นออกมาได้ไม่นาน โดยเว็บไซต์ เรดิโอ ฟรี เอเชีย รายงานว่า กระทรวงแรงงานเมียนมากำลังหาลู่ทางเพื่อทำข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อส่งออกแรงงานหญิงในอาชีพแม่บ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบเข้ามาทำงานของแรงงานเมียนมาที่ยังเป็นประเด็นร้อน โดยกระทรวงตั้งเป้าที่จะเจรจากับ 4 ประเทศได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยเพราะความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะ “แม่บ้าน” หรือ “คนรับใช้ในบ้าน” ในอัตราค่าจ้างที่ค่อนข้างต่ำ

ข้อมูลขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ระบุว่าแรงงานเมียนมามากถึง 70% ของทั้งหมด อพยพและอาศัยอยู่ในประเทศไทย รองลงมาคือ มาเลเซีย 15%, จีน 4.6% และสิงคโปร์ 3.9% ซึ่งส่วนใหญ่แรงงานเหล่านี้มาจากรัฐมอญและรัฐกะยีน หรือที่คนไทยเรียกว่า รัฐกะเหรี่ยง และบางส่วนมาจากรัฐฉาน

ขณะที่ประมาณการของรัฐบาลระบุว่า มากกว่า 5% ของแรงงานเมียนมาทำงานอยู่ในตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่ทำงานด้านการประมงและการเกษตร ส่วนผู้หญิงจะทำงานเป็นหญิงรับใช้

ทั้งนี้ นายวิน เชียน อธิบดีกรมแรงงานและสอบสวนคดีแรงงาน กล่าวว่า”การย้ายถิ่นของแรงงานอย่างถูกกฎหมาย นอกจากจะแก้ไขปัญหาการลักลอบทำงานยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการจัดหางานให้กับคนยากจนและเพิ่มรายได้ที่จะส่งกลับบ้าน”

ก่อนหน้านี้ เมียนมาเคยได้พูดคุยกับรัฐบาลสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ฮ่องกง และไต้หวัน มานานแล้วในประเด็นการส่งออกแรงงานอย่างถูกกฎหมาย แต่การเจรจาครั้งใหม่นี้จะครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ของแรงงาน การคุ้มครองแรงงานเมียนมาในต่างแดนรวมถึงการเอื้อความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามชาติที่เข้มแข็งขึ้น

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่รัฐบาลเมียนมาจะประสบความสำเร็จจากการเพิ่มการส่งออกแรงงานนั้นมีอยู่สูง แม้ว่าหลายประเทศในอาเซียนจะมีนโยบายเช่นเดียวกัน แต่หากเทียบกับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จะพบว่าอัตราค่าจ้างแรงงานชาวเมียนมาต่ำกว่า อยู่ที่ 330 ดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่แรงงานอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จะอยู่ที่ 385 ดอลลาร์ และ 460 ดอลลาร์ต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักวิเคราะห์ยังกังขาก็คือ การประกาศรับกลุ่มโรฮีนจากลับประเทศ โดยที่รัฐบาลซู จียังไม่มีนโยบายการจัดการที่ดี นัยของแผนการส่งออกแรงงานจึงเป็นอีกหนึ่งความเป็นไปได้ที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังให้ความสนใจ และลงความเห็นว่าต้องติดตามต่อไป