เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

ชี้ทองทะยานปีที่ 3 พีก 21,000 บ. อานิสงส์การเมืองโลกหนุนรอบเก็งกำไร-

03 ม.ค. 2561 | 07:00น.

ผู้ค้าทองพยากรณ์ราคาปี 2561 มีลุ้นปรับตัวขึ้นเป็นปีที่ 3 จากความกังวลด้านความขัดแย้งการเมืองโลก แต่ชี้นโยบายการเงิน-การคลังสหรัฐจะเป็นตัวแปรทำราคาทองร่วง แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์เล่นรอบทำกำไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 23 ธ.ค. 2560 ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จากราคาเปิด ณ วันที่ 2 ม.ค. 2560 ที่ 1,151.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่ 1,274.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือสูงขึ้นราว 11%

ขณะที่ราคาทองคำในประเทศคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง จากราคาเปิดที่บาทละ 19,750 บาท (30 ธ.ค. 2559) ไปอยู่ที่บาทละ 19,750 บาท (23 ธ.ค. 2560) เพราะนับตั้งแต่ต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าแล้วกว่า 9% จาก 35.80 บาท/ดอลลาร์ สู่ระดับ 32.73-32.76 บาท/ดอลลาร์

ทั้งนี้ในปี 2560 ทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเกือบ 9% เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา การพุ่งขึ้นของสกุลเงินยูโรจากการปรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ตะวันออกกลาง และยุโรป

ส่วนปัจจัยกดดันราคาทองคำ ได้แก่ ความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายภาษีของสหรัฐ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก

นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮั่วเซงเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ในปี 2561 ประเมินว่าราคาทองยังมีแนวโน้มจะขยับตัวขึ้นตามประเด็นข่าวเป็นรอบ ๆ โดยมีกรอบราคาทั้งปีที่ 1,200-1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือบาทละ 19,000-21,000 บาท ดังนั้นการลงทุนในปี 2561 จึงต้องติดตามประเด็นต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

โดยปัจจัยบวกต่อราคาทอง ได้แก่ ความขัดแย้งการเมืองโลก คดีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่อาจส่งผลต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงยังมีประเด็นการเลือกตั้งในอิตาลี ที่ทำให้เกิดความกังวลว่าอิตาลีมีความเสี่ยงที่จะต้องออกจากสมาชิกอียู เพราะพรรคการเมืองขวาจัดที่ชูนโยบายนำอิตาลีออกจากสมาชิกของประเทศในกลุ่มยุโรป (อียู) มีคะแนนเสียงสูสีกับพรรครัฐบาลเดิม ดังนั้นจึงทำให้ทองกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

ส่วนปัจจัยลบต่อราคาทอง ได้แก่ นโยบายการคลังสหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายการเงินและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งเศรษฐกิจสหรัฐและโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้นทำให้มีเม็ดเงินอาจไหลเข้าเก็งกำไรในหุ้นมากกว่า

“ประเด็นความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2561 อาจจะทำให้มีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในบางช่วง และคาดว่าจะทำให้ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3” นายธนรัชต์กล่าว

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ในปี 2561 ประเมินว่าราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราวบาทละ 18,500-21,500 บาท โดยประเมินแนวรับแรกที่ 1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 19,100 บาทต่อบาททองคำ หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ คาดว่าราคาจะค่อย ๆ ขยับทดสอบแนวต้านได้อีกครั้ง

ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือบาทละ 21,100 บาท ซึ่งหากทองคำปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่และสามารถทรงตัวเหนือแนวต้านระดับดังกล่าวได้ ก็ยังมีโอกาสที่จะขยับขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านที่ 1,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 21,500 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ตาม หากราคายืนแนวรับแรกบริเวณ 1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไม่ได้ มีโอกาสปรับตัวลงต่อโดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1,210-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,700-18,500 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับและรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ทั้งนี้อาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือบาทละ 21,100 บาทต่อบาททองคำ