เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
SET วันนี้ (24 ก.ค.) กรอบ 1,620-1,650 จุด อัพไซด์เริ่มจำกัด บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งแรง-ดอลลาร์แข็งโป๊ก
Finance SET วันนี้ (24 ก.ค.) กรอบ 1,620-1,650 จุด อัพไซด์เริ่มจำกัด บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งแรง-ดอลลาร์แข็งโป๊ก
เร่งท่องเที่ยวไทยทุกมิติ วางรากฐานก่อนเปลี่ยนผ่าน
Business เร่งท่องเที่ยวไทยทุกมิติ วางรากฐานก่อนเปลี่ยนผ่าน
สะท้อนตัวตนที่สดใส Marimekko เปิดตัว เต้ย-จรินทร์พรBrand Ambassador คนแรก
Biz Movement สะท้อนตัวตนที่สดใส Marimekko เปิดตัว เต้ย-จรินทร์พรBrand Ambassador คนแรก
Scenic ชวนล่องเรือยอชต์ประสบการณ์อัลตราลักเซอรี่ยุโรป อาร์กติก แอนตาร์กติกา ฯ
Biz Movement Scenic ชวนล่องเรือยอชต์ประสบการณ์อัลตราลักเซอรี่ยุโรป อาร์กติก แอนตาร์กติกา ฯ
เยนอ่อนค่า…เมื่อ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ กลายเป็นโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจญี่ปุ่น
World เยนอ่อนค่า…เมื่อ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ กลายเป็นโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจญี่ปุ่น
รัฐบาล เปิดฟังความเห็น “เออรี่รีไทร์ ข้าราชการ” ชงควรเริ่มอายุ 40 หรือ 50 ปี
Politics รัฐบาล เปิดฟังความเห็น “เออรี่รีไทร์ ข้าราชการ” ชงควรเริ่มอายุ 40 หรือ 50 ปี
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
หอการค้าฯ ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% ไม่เสียเปรียบคู่แข่ง จี้เร่งกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART รับมาตรา 301
Economic หอการค้าฯ ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% ไม่เสียเปรียบคู่แข่ง จี้เร่งกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART รับมาตรา 301
เชฟ-พ่อบ้าน ขึ้นแท่นมนุษย์ทองคำ มหาเศรษฐีแห่จ้าง 3 แสนยูเอส/ปี
Business เชฟ-พ่อบ้าน ขึ้นแท่นมนุษย์ทองคำ มหาเศรษฐีแห่จ้าง 3 แสนยูเอส/ปี
ดูทั้งหมด

ขีดเส้นตาย 17 วัน “ซีทีโอบิทคับ” บอร์ด ก.ล.ต.กำชับ 4 เรื่องคุมคริปโต

02 ก.ย. 2565 | 23:44น.

บอร์ด ก.ล.ต. กำชับ 4 เรื่องคุมเข้มตลาดคริปโต-ขีดเส้นตาย 17 วัน “ซีทีโอบิทคับ” ไม่ชำระค่าปรับทางแพ่ง เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลรับโทษสูงสุด-สั่งบริษัทถอนป้ายบิลบอร์ดโฆษณาเหรียญคริปโตภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ 1 ก.ย. เผยกำลังรวบรวมข้อมูลเอาผิด “Zipmex” ฐานประกอบธุรกิจอื่น

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต.
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต.

วันที่ 2 กันยายน 2565 นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. (บอร์ด) ประจำเดือนกันยายน เมื่อวันที่ 1 ก.ย.65 ที่ผ่านมา ทางบอร์ดเป็นห่วงและกำชับสำนักงานใน 4 เรื่องหลักเกี่ยวกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลคือ

1.เนื่องจากกฎเกณฑ์กติกาตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 อาจจะมุ่งเน้นการโปรโมท ก.ล.ต.ต้องไปพิจารณาว่าได้ปิดช่องว่างที่เพียงพอแล้วหรือไม่ ขณะเดียวกันกฏเกณฑ์กติกานั้นจะต้องทำให้เกิดความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนได้ในระดับที่เหมาะสมด้วย

“ซึ่งตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ก.ล.ต.จะต้องทำหน้าที่ 2 ข้างบาลานซ์ระหว่างไม่เข้มงวดเกินไปโดยไม่เน้นการโปรโมท และไม่โปรโมทเกินไปโดยไม่เน้นการให้ความคุ้มครองนักลงทุน คือเราเหมือนเป็นลูกตุ้มที่ต้องบาลานซ์สองส่วนนี้ให้ได้”

2.ผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ก.ล.ต.ได้พิจารณากฎเกณฑ์กติกาครบหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้นตามกฎหมายระบุไว้ชัดแล้วว่า ธุรกิจอื่นห้ามแตะต้องทรัพย์สินของลูกค้าอันเป็นการก่อให้เกิดความเสี่ยง และได้มีการกำหนดคุณสมบัติผู้บริหารไว้อย่างชัดเจน และล่าสุดก็ได้เข้าไปควบคุมการโฆษณาคริปโต

3.ต้องติดตามการออกเกณฑ์กติกาของสากลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งปัจจุบันแนวทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต.ไทยอยู่ในระดับเดียวกับสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และอังกฤษ

และ 4.การบังคับใช้กฏหมาย โดยหากกระทำผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กรณีไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด (Business Conduct) มีอัตราโทษไม่เกิน 3 แสนบาท และปรับไม่เกินวัน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา 67 และกรณีกระทำผิดอันเป็นไม่ธรรม(สร้างราคา/ใช้ข้อมูลภายใน) ค่าปรับทางแพ่งไม่เกิน 2 เท่าของผลประโยชน์ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท (กรณีไม่สามารถคำนวณผลประโยชน์ได้กำหนดค่าปรับ 5 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท

ขีดเส้นตาย 17 วัน ซีทีโอบิทคับ ส่งอัยการฟ้องศาล

เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ซึ่งมีองค์คณะ 5 ท่าน ได้แก่ 1.อัยการสูงสุด 2.ปลัดกระทรวงการคลัง 3.อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 4.ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ 5.เลขาธิการ ก.ล.ต.

ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับนายสำเร็จ วจนะเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด (BBT) กรณีซื้อโทเคนดิจิทัล Bitkub Coin (เหรียญ KUB) โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน กำหนดโทษค่าปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 8,530,383 บาท

โดยเบื้องต้นหลังจากที่ ก.ล.ต.ได้มีหนังสือส่งไปหาเจ้าตัว(เมื่อวันที่ 30 ส.ค.65) ภายใน 10 วันจะต้องเข้ามาพบ ก.ล.ต.เพื่อชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้น และหลังจากนั้นจะมีเวลา 7 วันในการตัดสินใจชำระเงิน ถ้าไม่ยินยอม ก.ล.ต.จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

นายเอนก อยู่ยืน ผู้ช่วยเลขาธิการสายบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. กล่าวว่า จากสถิติการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งของ ก.ล.ต.นับตั้งแต่ปี 2560-ปัจจุบัน มีสัดส่วนประมาณ 20% ที่ไม่ยินยอมชำระเงิน แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีแรก โดยตั้งแต่ปี 2562 มาจนถึงปัจจุบัน เหลือ 10% ที่ไม่ยินยอมชำระเงิน โดยมีประมาณ 3-4 คดี ที่เข้าสู่การฟ้องคดีต่อศาลเพื่อรับโทษในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย ซึ่ง ก.ล.ต.ชนะทุกกรณีที่ฟ้องตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

“โดยค่าปรับโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดจะขึ้นอยู่กับการกระทำผิดในแต่ละเรื่อง ยกตัวอย่าง การปั่นหุ้นหรือใช้ข้อมูลภายใน ปกติกฎหมายกำหนดต้องชดใช้เงิน 2 เท่าของผลประโยชน์ที่ได้รับ และมีค่าเรียกคืนผลประโยชน์ เช่น ถ้ามีกำไร 1 ล้านบาท และไม่ยิมยอมชำระเงินจนต้องเข้าสู่การฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อรับโทษในอัตราสูงสุด ซึ่งกรณีนี้ต้องจ่ายค่าปรับ 2 ล้านบาทจากผลประโยชน์กำไร ฉะนั้นเบ็ดเสร็จรวมเงินที่ต้องจ่ายเท่ากับ 3 ล้านบาท แล้วต้องบวกดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ฟ้องอีกด้วย”

ทั้งนี้กรณีอินไซด์หุ้นหรืออินไซด์เหรียญ ขอเน้นย้ำว่าการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นมาตรการที่เหมาะสม แต่เมื่อไรที่ ก.ล.ต.มองว่าเป็นกรณีที่รุนแรงก็สามารถดำเนินคดีอาญาได้ โดยส่งให้พนักงานสอบสวน ซึ่งปัจจุบันทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพื่อทำให้การดำเนินคดีต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่บอร์ด ก.ล.ต.มีคำสั่งให้บิทคับดำเนินการแก้ไขการคัดเลือกและอนุมัติเหรียญ KUB เข้ามาให้บริการในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในวันที่ 4 ส.ค.65 แต่บิทคับได้ขอขยายเวลา ซึ่งบอร์ด ก.ล.ต.ก็ได้อนุมัติให้ไปแล้ว และล่าสุดทางบิทคับได้ส่งเรื่องการดำเนินการแก้ไขมาให้แล้ว ตอนนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างพิจารณา และจะส่งเข้าบอร์ด ก.ล.ต.อีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าจะพิจารณาและสามารถเสนอที่ประชุมบอร์ด ก.ล.ต.ในเดือน ต.ค.65 ได้ทันหรือไม่

สั่งถอนป้ายโฆษณาเหรียญคริปโตภายใน 30 วัน

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงกฎเกณฑ์กำกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ย.65 ว่า สาระสำคัญคือ 1.ต้องโฆษณาไม่เกินความจริง 2.มีการแสดงข้อมูลด้านบวกหรือโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทน และต้องมีการแสดงข้อมูลด้านลบหรือความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กัน (balanced view)

และ 3.กำหนดให้โฆษณาคริปโตทำได้ในช่องทางทางการของผู้ประกอบธุรกิจ (official channel) เท่านั้น (กรณีโปรโมทธุรกิจเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เจาะยี่ห้อเหรียญยังสามารถโฆษณาผ่านสื่อทั่วไปได้ทั้งหมด)

และสำหรับผู้ประกอบการรายใดมีการเผยแพร่โฆษณาอยู่ก่อนแล้ว เช่น โฆษณาบนบิลบอร์ด, สื่อกลางแจ้ง เป็นต้น ต้องถอนออกภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ โดยได้ส่งหนังสือและสั่งให้แต่ละบริษัทดำเนินการตามกำหนดและทำตรารับรองส่งกลับมาให้ ก.ล.ต.รับทราบด้วย

รวบรวมข้อมูลเอาผิด Zipmex ประกอบธุรกิจอื่น

นางสาวรื่นวดี กล่าวเพิ่มว่า ส่วนกรณีบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ที่ได้เปรียบเทียบปรับไปจำนวน 2 กรณี รวมเป็นเงิน 1,920,000 บาท กรณีแรก 540,000 บาท และกรณีที่สอง 1,380,000 บาท เนื่องจากวันที่ 20-28 ก.ค.65 ระงับการให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วน และวันที่ 20 ก.ค.-25 ส.ค. ระงับการให้บริการฝากถอนทรัพย์สินของลูกค้าใน Trade wallet และ Z-wallet ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Trading Rules)

และสำหรับความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ ZipUp+ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ผู้เสียหายกว่า 6 หมื่นคนนั้น ตอนนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเอาผิดซิปเม็กซ์ฐานประกอบธุรกิจอื่น และกำลังติดตามในวันที่ 14 ก.ย.65 ที่ซิปเม็กซ์จะมี Townhall

“หน้าที่ของรัฐต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว แต่การเป็นหน่วยงานรัฐ เรารับทราบข่าวสารหรือประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโซเชียล แต่ก็ไม่ได้ออกไปตอบโต้อะไร” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว