เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
World ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
Politics อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
Business เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
Biz Movement ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เอกชนลังเล ‘ประกันภัยพิบัติ’ เสี่ยงสูง-เจรจาจำกัดคุ้มครอง
Finance เอกชนลังเล ‘ประกันภัยพิบัติ’ เสี่ยงสูง-เจรจาจำกัดคุ้มครอง
พยากรณ์อากาศ (30 ก.ย.) ไทยตอนบนฝนลดลง ภาคใต้ยังมีฝนหนักบางพื้นที่
News พยากรณ์อากาศ (30 ก.ย.) ไทยตอนบนฝนลดลง ภาคใต้ยังมีฝนหนักบางพื้นที่
ซูซูกิลุยเสริมแกร่ง ‘เซอร์วิส’ ลุยโชว์รูมลั่นปี’70 ส่ง 2 รุ่นใหม่ลุยตลาด
Automotive ซูซูกิลุยเสริมแกร่ง ‘เซอร์วิส’ ลุยโชว์รูมลั่นปี’70 ส่ง 2 รุ่นใหม่ลุยตลาด
ดูทั้งหมด

เงินบาทลดช่วงแข็งค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า-ประชุมเฟด

29 ต.ค. 2565 | 07:04น.
FILE PHOTO: Federal Reserve Chair Jerome Powell

เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 38.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่เผชิญแรงเทขายจากการที่ตลาดเริ่มประเมินโอกาสที่เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี  SET Index เคลื่อนไหวผันผวนแต่กลับมาปิดเหนือ 1,600 จุดได้อีกครั้ง จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ประชุมเฟด (1-2 พ.ย.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 38.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงแรกก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการฟื้นตัวขึ้นของสกุลเงินเอเชียในภาพรวม ก่อนจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงกลางสัปดาห์

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ทยอยอ่อนค่าลงตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด กระตุ้นให้ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า หลังจากที่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 75 bps. ในการประชุม FOMC เดือนพ.ย. แล้ว

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินบางส่วนในเอเชีย นำโดย เงินเยน ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางของฝั่งเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นก่อนการรายงานข้อมูล PCE/Core PCE Prices Indices เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ

กราฟค่าเงินบาท 28 ต.ค.2565

ในวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. 2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 37.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 38.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 ต.ค.) ขณะที่ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8,464 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตร 5,205 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 6,110 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 905 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 ต.ค.-4 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 37.30-38.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (1-2 พ.ย.) รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนก.ย. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาค

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี PMI และ ISM สำหรับภาคการผลิตและภาคบริการเดือนต.ค. รวมถึงตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนก.ย. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตาม ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางอังกฤษ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/65 และอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน ตลอดจน PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนต.ค. ของจีน อังกฤษ และยูโรโซนด้วยเช่นกัน

กราฟตลาดหุ้นไทย 28 ต.ค.2565

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความคาดหวังว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หลังเจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการเร่งขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยย่อตัวลงในเวลาต่อมา ตามแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์และหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/65 หุ้นไทยดีดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลง โดยตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน อสังหาริมทรัพย์และไฟแนนซ์

ในวันศุกร์ (28 ต.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,606.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.93% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 61,198.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.42% มาปิดที่ระดับ 642.56 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 ต.ค. – 4 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,575 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,635 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (1-2 พ.ย.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 ของบจ.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร รวมถึงอัตราการว่างงานเดือนต.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ของญี่ปุ่น จีดีพีไตรมาส 3/65 และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น จีน และยูโรโซน