Skip to content

AAl ซื้อขายวันแรกราคาอยู่ที่ 7.90 บาท เหนือจอง 42.34%

01 พ.ย. 2565 | 10:09น.
AAl ซื้อขายวันแรกราคาอยู่ที่  7.90 บาท เหนือจอง 42.34%

บมจ.เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (AAl) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันแรกราคาอยู่ที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 2.35 บาท เหนือจอง 42.34% จากราคาไอพีโอที่ 5.55 บาท

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 บมจ.เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “AAI” ราคาอยู่ที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 2.35 บาท เหนือจอง 42.34% จากราคาไอพีโอที่ 5.55 บาท

AAI เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำของประเทศ และมีศักยภาพในการผลิตอาหารพร้อมทานชนิดปิดผนึก โดยเป็นบริษัทแกนหลัก (Flagship) ในธุรกิจอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ของกลุ่ม บมจ.เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น (ASIAN) ผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้หลักกว่าร้อยละ 80 ของบริษัท ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งแบบเปียกและแบบเม็ด ตอบโจทย์คนรักสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัขและแมว โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าว่าจ้างผลิต (OEM) ที่เป็นผู้ขายสินค้าแบรนด์ชั้นนำระดับสากล ในหลากหลายประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีตราผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่ ตลาดสินค้าพรีเมี่ยม ตลาดมวลชน และตลาดที่แข่งขันด้านราคา เช่น monchou, Maria, Hajiko และ Pro

AAI มีทุนชำระแล้วหลังการเสนอขาย IPO 2,125 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ บาท โดยเสนอขาย 637.5 ล้านหุ้นประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิมที่ถือโดย ASIAN 212.5 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) 425 ล้านหุ้น โดยจัดสรรหุ้นสามัญเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 627.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.55 บาท แก่ประชาชนทั่วไปและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 10 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ บาท แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ระหว่างวันที่ 17-26 ตุลาคม 2565 ได้รับเงินจากการระดมทุนทั้งสิ้น 2,353.25 ล้านบาท จากมูลค่าเสนอขาย 3,532.63 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 11,793.75 ล้านบาท

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำมาเพิ่มขีดความสามารถของบริษัท โดยใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก ลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับบริษัท และเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน ทั้งในแง่ของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และความเชื่อมั่นของคู่ค้า

AAI มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะขึ้นอยู่กับความจำเป็นในด้านการใช้เงินในการลงทุนหรือหมุนเวียน