Skip to content

DITTO จับมือ “วงษ์สยาม-TEAMG” ตั้งบริษัทร่วมทุน 2 พันล้าน

15 พ.ย. 2565 | 17:40น.
DITTO จับมือ “วงษ์สยาม-TEAMG” ตั้งบริษัทร่วมทุน 2 พันล้าน

บอร์ด DITTO ไฟเขียวร่วมลงทุน “วงษ์สยาม-TEAMG” ตั้งบริษัทพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ ทุนจดทะเบียน 2,000 ล้าน เผยไตรมาส 3 กำไรทำนิวไฮทะลุ 70 ล้านบาท หนุน 9 เดือนกำไรเฉียด 200 ล้านบาท

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย ) จำกัด มหาชน “DITTO” เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการร่วมทุนระหว่าง บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG และ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งบริษัทพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ ด้วยทุนจดทะเบียนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท

บริษัท ดิทโต้จะเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของนิติบุคคลใหม่ดังกล่าวมูลค่าไม่เกิน 400 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20% ของทุนจดทะเบียนและจำนวนหุ้นทั้งหมด ขณะที่ TEAMG ถือหุ้นสัดส่วน 20% มูลค่า 400 ล้านบาท และวงษ์สยามก่อสร้าง สัดส่วน 60% มูลค่า 1,200 ล้านบาท

โดยบริษัทร่วมทุนใหม่นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมดำเนินงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีของ DITTO ประสานกับประสบการณ์และความชำนาญในด้านการออกแบบและก่อสร้างระบบที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำของบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด

และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของ TEAMG โดยอาจจะทำการร่วมทุนหรือเข้าทำสัญญาความร่วมมือกับบุคคล บริษัท หรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่จะส่งเสริมในธุรกิจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในอนาคต

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท อนุมัติการร่วมลงทุนกับบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมดำเนินงานโครงการนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัท ด้วยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท “บริษัท ดี ที เอ็กซ์ จำกัด” ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท โดยบริษัทดิทโต้และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นเท่ากันในสัดส่วน 50%

ขณะที่ผลประกอบการของดิทโต้ และบริษัทย่อย ในรอบ 9 เดือนของปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการ 948.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.95 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 12% และมีกำไรสุทธิ 192.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.36 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 49% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3/2565 มีรายได้จากการขาย 289.34 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 70.54 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 44%

นายฐกรกล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ ดิทโต้ และบริษัทย่อยยังรักษากำไรได้อย่างต่อเนื่องและมีอัตราเพิ่มขึ้น เป็นเพราะการให้บริการพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล รวมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารที่เรียกว่า “dap” ( data accelerate projection) ซึ่งเน้นเจาะตลาดภาครัฐโดยเฉพาะ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานราชการตาม พ.ร.บ.ปฏิบัติราชการทางอิเลคทรอนิกส์ รวมถึงมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นจากงานรับเหมาวิศวกรรมเทคโนโลยีในโครงการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่มีงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การบริหารจัดการน้ำ