Skip to content

กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 35.75-36.50 บาท/ดอลลาร์

21 พ.ย. 2565 | 13:51น.
กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 35.75-36.50 บาท/ดอลลาร์

กรุงศรีคาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.75-36.50 บาท/ดอลลาร์ ฟันด์โฟลว์ผันผวน คาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% ปลายเดือน พ.ย.นี้

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรุงศรี มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (21-25 พ.ย.) ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.75-36.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 35.76 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.53-36.01 โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ยกเว้นเงินปอนด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในไม่ช้า อย่างไรก็ดี ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ระบุว่าจำเป็นจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยการคาดการณ์แบบเข้มงวด บ่งชี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงกว่า 7% ในอนาคต และการที่อัตราเงินเฟ้อเดือนล่าสุดต่ำเกินคาด ถือเป็นเพียงหลักฐานเพียงชั่วคราวเท่านั้นที่แสดงว่าแรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค.ของสหรัฐยังออกมาสดใสเกินคาด

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 6,735 ล้านบาท และ 24,665 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่าตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานประชุมเฟดเมื่อวันที่ 1-2 พ.ย. ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า ซึ่งปริมาณธุรกรรมอาจซึมลง ทางด้านอังกฤษประกาศแผนงบประมาณขนาด 5.5 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี เพื่อแก้ไขสถานะทางการเงินของรัฐบาลอังกฤษ โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการปรับขึ้นภาษีและการปรับลดงบฯรายจ่ายของรัฐบาลในอนาคต

อนึ่ง เรามองว่าแผนรัดเข็มขัดทางการคลังที่ล่าช้าออกไปหลังการเลือกตั้งสร้างความไม่แน่นอนในทางปฏิบัติขณะที่อังกฤษเป็นเพียงประเทศเดียวในกลุ่มเศรษฐกิจอุตสาหกรรมชั้นนำที่ยังคงมีขนาดเศรษฐกิจต่ำกว่าในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 41 ปีที่ 11.1% ในเดือน ต.ค. ทั้งหมดนี้จะเป็นประเด็นกดดันค่าเงินปอนด์ในระยะข้างหน้า

สำหรับปัจจัยในประเทศ จีดีพีไตรมาส 3/2565 เติบโต 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามความคาดหมายของตลาด ขณะที่สภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.2% และ 3-4% ในปี 2565 และ 2566 ตามลำดับ

ทางด้าน ธปท.ให้ความเห็นว่าจะไม่ดำเนินนโยบายการเงินที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด สนับสนุนมุมมองของเราที่ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ย 25bp สู่ 1.25% ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้ โดย ธปท.ประเมินว่าเงินบาทในขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่รับได้และยังไม่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะที่เราคาดว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังคงผันผวนต่อเนื่อง