แบงก์พาเหรดขึ้นดอกเบี้ย ส่งผ่านต้นทุน-รับลูกนโยบาย ธปท.

ธนาคาร แบงก์ เอทีเอ็ม ATM
ภาพ ประชาชาติธุรกิจ

แบงก์พาณิชย์ทยอยประกาศขึ้นดอกเบี้ย ทั้งเงินฝาก-เงินกู้ ส่งผ่านนโยบายแบงก์ชาติ หลัง กนง.ขยับขึ้นดอกเบี้ยรอบที่ 3 อีก 0.25% “ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย-ทีทีบี” มีผลแล้ว

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.00% เป็น 1.25% ต่อปี ทำให้ล่าสุด ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้มีการขยับขึ้นดอกเบี้ย ทั้งเงินฝากและเงินกู้ตาม

เริ่มจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้นสูงสุด 0.45% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยใหม่อยู่ระหว่าง 0.25-1.40% ต่อปี และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น 0.125-0.25% ต่อปี
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) จาก 5.995% เป็น 6.120% ต่อปี

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (Minimum Loan Rate) จาก 5.500% เป็น 5.750% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) จาก 6.095% เป็น 6.345% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

ต่อมาธนาคารกสิกรไทยก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ขาเช่นเดียวกัน โดยนายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า ตามที่ กนง. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 3 ของปี 2565 อีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว ธนาคารกสิกรไทยพร้อมส่งผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว และพร้อมแบ่งเบาภาระลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน

ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยปรับเพิ่มดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ MLR และ MOR 0.25% ขณะที่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย MRR เพียง 0.13%

นอกจากนี้ ธนาคารได้มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.10-0.40% เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ และเสริมสร้างเงินออมให้มั่นคงในภาวะที่ภาระค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น

ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.72% เป็น 5.97% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย MOR ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 6.09% เป็น 6.34% และอัตราดอกเบี้ย MRR ปรับเพิ่ม 0.13% จาก 5.97% เป็น 6.10% ให้มีผลในวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

ฟากธนาคารทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี ก็เป็นอีกแบงก์ที่ขยับปรับขึ้นดอกเบี้ยตามมา โดยนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า ทีเอ็มบีธนชาตต้องการสนับสนุนกลุ่มลูกค้าเงินฝากที่มองหาผลตอบแทนมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง และเพื่อเก็บออมสำหรับอนาคต ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารจึงได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย บัญชีเงินฝากดิจิทัล ทีทีบี มีเซฟ 0.60%

โดยลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงถึง 1.70% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากตั้งแต่บาทแรก ถึง 100,000 บาท และ 1.40% สำหรับยอดเงินฝากมากกว่า 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท ซึ่งดอกเบี้ยโบนัสจะได้รับเมื่อยอดฝากเข้าบัญชีมากกว่ายอดถอนออกในแต่ละเดือน

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวส่งผลให้บัญชี ทีทีบี มีเซฟ มีผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าบัญชีเงินฝากดิจิทัลอื่น ๆ ในตลาดปัจจุบัน ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเงินฝากที่เริ่มเก็บออมเงิน


อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ครั้งนี้ เป็นการปรับอย่างต่อเนื่องครั้งที่ 3 ในปี 2565 ทำให้ภาพรวมดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 0.75% เพื่อสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและเป็นไปตามกลไกทางเศรษฐกิจ รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ธนาคารจึงจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ย MRR เพิ่มขึ้น 0.20% ในขณะที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย MLR 0.25% และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย MOR 0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป