จับตาผลประชุม 3 ธนาคารกลาง คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50%

เฟด อีซีบี บีโออี
ภาพจาก AFP

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 34.30-35.20 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลประชุม 3 ธนาคารกลาง สหรัฐ-ยุโรป-อังกฤษ ด้าน “กรุงศรีฯ” คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% หนุนสกุลเงินบาท-ภูมิภาคแข็งค่า

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 12-16 ธันวาคม 65) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.50-35.20 บาทต่อดอลลาร์

โดยปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อค่าเงินบาท จะเป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ รวมถึงรายงานแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ในปี 2566-2567 ทิศทางจะเป็นอย่างไร ซึ่งตลาดรอดูประธานเฟดจะส่งสัญญาณดอกเบี้ยจะไปอยู่จุดไหน

โดยตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะไปจบอยู่ที่ 5.25% รวมถึงตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ Core CPI เดือน พ.ย.ด้วย เพราะหากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาดตลาดจะกลับมากังวลเงินเฟ้อและมีผลต่อดอกเบี้ยเฟด

นอกจากนี้ มีประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) คาดว่าจะยังเห็นการปรับดอกเบี้ยแต่ในอัตราที่ชะลอตัว โดยตลาดคาดว่าอีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 3% อาจทำให้เห็นค่าเงินยูโรอ่อนค่าได้ รวมถึงยอดค้าปลีกของสหรัฐ หากออกมาติดลบ -1% จากเดือนก่อนเป็นบวก 1.3% ตลาดกังวลจะเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีนด้วย

ขณะที่กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (5-9 ธ.ค.2565) พบว่า ตลาดหุ้นขายสุทธิ 5,100 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร (บอนด์) ซื้อสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี แนวโน้มในสัปดาห์หน้าโอกาสตลาดหุ้นขายสุทธิราว 1,000-2,000 ล้านบาท เนื่องจากตลาดรอดูประชุมเฟด แนวโน้มรายงาน Dot Plot และตัวเลขเงินเฟ้อ

ขณะที่ตลาดบอนด์ จะเห็นนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไร (Take Profit) ตัวสั้นและตัวยาวได้ เพราะผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ขึ้นไปแล้วก่อนหน้า

“ตัวไฮไลต์และสำคัญในสัปดาห์จะเป็นการประชุมเฟด หากเฟดไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเยอะ ตลาดจะเปิดรับความเสี่ยง บาทก็มีโอกาสแข็งค่าแตะระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ได้”

ค่าเงินบาทผันผวน ตามปัจจัยดอกเบี้ย 3 แบงก์ชาติหลัก

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 12-16 ธันวาคม 2565) ผันผวนอยู่ที่ 34.30-35.15 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับปัจจัยติดตามจะเป็นข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย.ของสหรัฐ วันที่ 13 ธ.ค. 2565 คาด ว่าอยู่ที่ 7.3% ชะลงลงจาก 7.7% ในเดือนก่อนหน้าและผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 14 ธ.ค.นี้ รวมถึงธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี)

“เราคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% โดยนักลงทุนจะจับตาประมาณการดอกเบี้ย (dot plot) แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อโดยเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงถ้อยแถลงประธานเฟดว่าจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

โดยหาก dot plot บ่งชี้ดอกเบี้ยปลายทางที่ราว 5-5.25% และแนวโน้มการลดขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 0.25% ในเดือน ก.พ. 2566 คาดว่าดอลลาร์อาจเคลื่อนไหวในโซนอ่อนค่า หนุนสกุลเงินตลาดเกิดใหม่รวมถึงเงินบาทได้”


ขณะที่กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ต และทยอยลดสถานะการลงทุนหลังทราบผลประชุมเฟด