เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BLA รับเทรนด์ Longevity ส่ง 2 ประกันบำนาญใหม่ เงินก้อน 30% รับยาวถึง 88 ปี
Finance BLA รับเทรนด์ Longevity ส่ง 2 ประกันบำนาญใหม่ เงินก้อน 30% รับยาวถึง 88 ปี
Bond Yield โลกพุ่ง กดหุ้น-โฟล์วไหลออก แนะถือเงินสด 30-40
Finance Bond Yield โลกพุ่ง กดหุ้น-โฟล์วไหลออก แนะถือเงินสด 30-40
ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
Tech ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
Automotive โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
สวนสยาม ชี้น้ำท่วมฉุดรายได้ช่วงไฮซีซั่น ลุ้นเคลมประกันครบ 195 ล้าน – กลับมาเปิดใหม่
Business สวนสยาม ชี้น้ำท่วมฉุดรายได้ช่วงไฮซีซั่น ลุ้นเคลมประกันครบ 195 ล้าน – กลับมาเปิดใหม่
ซีพีร่วมยินดี คุณหญิงกษมา รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จุฬาฯ
Biz Movement ซีพีร่วมยินดี คุณหญิงกษมา รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จุฬาฯ
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
OR เดินหน้าลงทุน 700 ล้าน สร้าง Budget Hotel เปิดบริการ Q3 ปี’70 ประเดิม 3 แห่ง
Business OR เดินหน้าลงทุน 700 ล้าน สร้าง Budget Hotel เปิดบริการ Q3 ปี’70 ประเดิม 3 แห่ง
อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
Politics อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
SD MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
ดูทั้งหมด

บิ๊กตลาดทุนรุมค้านภาษีขายหุ้น หวั่นถอยหลัง 20 ปี ทำลายโอกาสลงทุน

24 ธ.ค. 2565 | 18:15น.
3คน

ประเด็นร้อน ๆ เขย่าวงการตลาดทุนไทย ก่อนสิ้นปี และน่าจะร้อนต่อเนื่องไปถึงปี 2566 ก็คือ การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเดินหน้าจัดเก็บภาษีขายหุ้น (financial transaction tax : FTT) ที่ถูกยกเว้นมานานกว่า 30 ปี ด้วยเหตุผลเพื่อการพัฒนาตลาดทุน

มาถึงปัจจุบันนี้ ถูกมองว่าหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และควรถูกเก็บภาษีอย่างเท่าเทียมกับผู้เสียภาษีอื่น ๆ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ถึงความเหมาะสมกับช่วงเวลาที่จะเริ่มจัดเก็บ ล่าสุด สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จัดเสวนาพิเศษ “ภาษีขายหุ้น…คุ้มหรือไม่” เพื่อสะท้อนมุมมองจากภาคตลาดทุนไปยังผู้มีอำนาจอีกครั้ง

IAA หวั่นตลาดหุ้นไทยถอยหลัง 20 ปี

โดย “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า การเก็บภาษีขายหุ้น กระทบโดยตรงกับผู้ลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีสัดส่วนการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเกิน 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความถี่สูง (high frequency trading : HFT) อาจหายไปเกือบ 80-90% ได้ ด้วยต้นทุนที่จะสูงขึ้นกว่า 200% หรือจากเดิมที่จ่ายค่าธรรมเนียมในการซื้อขายอยู่ประมาณ 0.03% จะเพิ่มเป็น 0.85%

“เราได้สำรวจ พูดคุยกับนักลงทุนกลุ่มนี้แล้ว พบว่าเกือบทั้งหมดยืนยันว่า คงรับไม่ไหวกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งปัญหาที่เราเป็นกังวลมาก คือเวลาที่สภาพคล่องหดไปแล้ว จะสร้างกลับคืนมายากมาก โดยเชื่อว่าจะกดดันสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยหดตัวเหลือแค่ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ถือเป็นการผลักตลาดหุ้นไทยถอยหลังกลับไปเมื่อสมัย 20 ปีที่แล้ว และยังส่งผลให้บริษัทใหญ่ไม่เข้ามาระดมทุน โดยหันไปจดทะเบียนในต่างประเทศแทน โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่างตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพราะเรื่องภาษีในตลาดทุนจูงใจกว่า”

“ไพบูลย์” กล่าวอีกว่า รัฐบาลคิดแค่จะเก็บเงินเข้ารัฐ แต่ลืมคิดถึงภาพใหญ่ในด้านความจำเป็นที่ต้องพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด ปัจจุบันมีแค่กว่า 800 บริษัทจดทะเบียนเท่านั้น ทั้งนี้ การที่ยิ่งมีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ประเทศชาติจะได้ คือเรื่องความโปร่งใส และการจ่ายภาษีให้รัฐได้มากขึ้น

“เมื่อปี 2564 บจ.ไทยกว่า 800 บริษัท จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 2 แสนล้านบาท จากจำนวน 2 ล้านนิติบุคคลของทั้งประเทศที่รัฐจัดเก็บภาษีได้แค่กว่า 7 แสนล้านบาท นอกจากนี้ นักลงทุนไทยยังจ่ายภาษีเงินปันผลอีกกว่า 60,000 ล้านบาท และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 7% ฉะนั้น นี่คือกลไกตลาดทุนที่รัฐบาลมองข้าม”

นายกสมาคม IAA กล่าวด้วยว่า ไม่เชื่อว่า รัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละกว่า 16,000 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวน่าจะคำนวณจากช่วงโควิดที่สภาพคล่องสูงมาก เทรดกันวันละ 1 แสนล้านบาท ซึ่งต่างจากปี 2565 ที่สภาพคล่องหายไปกว่า 50% จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่คำนวณตัวเลขรายได้ไปคิดใหม่ ด้วยตัวเลขฐานของปีนี้แทน รวมไปถึงต้องคิดด้วยว่า

ถ้านักลงทุนต่างชาติหายไปแล้ว วอลุ่มเทรดจะลดลงไปอีกแค่ไหนด้วย ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับการเอาปืนมายิงเท้าตัวเอง

“ดร.นิเวศน์” ชี้เสี่ยงเสียโอกาสพัฒนาตลาด

ขณะที่ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” นักลงทุนรายใหญ่ ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถือเป็นดารา เพราะหลายประเทศอิจฉา เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง มีข้อได้เปรียบเรื่องภาษี มีบริษัทจดทะเบียนที่เข้มแข็ง จึงเป็นที่น่าสนใจลงทุน ทำให้มีโฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทยค่อนข้างมาก ฉะนั้น การที่รัฐจัดเก็บภาษีขายหุ้น ถือเป็นความเสี่ยงใหญ่ แม้จะยังไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบมากเท่าไร แต่ถ้าจัดเก็บแล้วมูลค่าการซื้อขายลดลงไป เมื่อมีบริษัทที่ต้องการเข้าเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในมูลค่าสูง ๆ หลายหมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการในอนาคต ก็อาจมีปัญหาการระดมทุนได้ เพราะไม่มีสภาพคล่องรองรับ ขณะที่ตลาดทุนในโลกยุคใหม่ก็เปิดเสรี ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถเลือกออกไประดมทุนในต่างประเทศได้

“รัฐบาลควรใช้ตลาดทุนเป็นหัวหอกในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้บริษัทเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการสร้างการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และในอนาคตก็ควรนำรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่เข้าตลาดหุ้นเข้ามาไอพีโอ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตเร็วขึ้นด้วย และในเมื่อเรามีของดีอยู่กับตัวแล้วจะไปเสี่ยงทำให้ตลาดเงียบเหงาทำไม ซึ่งช่วงที่ตลาดเหงา ๆ บริษัทดี ๆ เขาก็ไม่ค่อยเข้ามาไอพีโอ เราจะเสียโอกาสตรงนี้ไป”

TDRI อัดปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ลงทุน

“ดร.นณริฏ พิศลยบุตร” นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีขายหุ้นมีผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากเป็นการดึงเงินออกจากตลาดทุน ซึ่งตามประมาณการปีละ 16,000 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูง แต่ก็คาดว่าภาษีขายหุ้นที่ภาครัฐจะจัดเก็บคงทำได้แค่ 8,000-10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งน้อยกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ เนื่องจากตัวเลขที่รัฐบาลประเมินเป็นตัวเลขของฐานปีที่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากปีนี้ที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ปรับตัวลดลง

“เสนอหากรัฐต้องการหารายได้เพิ่มจริง ควรไปเก็บภาษีประเภทอื่นแทน เช่น ภาษีที่ดิน เพราะเป็นภาษีที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยจะเห็นได้จากมีประชากรเพียง 5% ที่ถือครองที่ดินในประเทศเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% ของประเทศ ส่วนอีก 75% ของประชากรในประเทศไม่มีที่ทำกิน โดยตลาดทุนไม่ได้เป็นตลาดของคนรวยเสมอไป แต่เป็นช่องทางแห่งโอกาส

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ต้องการไขว่คว้าหาความสำเร็จ อยากที่จะมีเสถียรภาพทางการเงิน แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตลาดทุนถือว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะพัฒนาฐานะให้ขึ้นไปได้ เพราะฉะนั้นหากไม่อยากที่จะปิดโอกาสของเด็กรุ่นใหม่ ก็ไม่ควรที่จะดึงเงินออกจากตลาดทุน”

“กอบศักดิ์” นำทีมค้านต่อก่อนบังคับใช้

“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีขายหุ้น จะเป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง เพราะทำให้เสน่ห์ด้านสภาพคล่องในการซื้อขายลดลงจากเดิมอย่างน่าใจหาย ซึ่งทาง FETCO เอง ก็คงทยอยนำข้อมูลต่าง ๆ ออกมาสู่สาธารณชนมากขึ้น เพื่อเรียกร้องคัดค้านเรื่องนี้เรื่อย ๆ ในระหว่างที่ยังไม่มีการบังคับใช้ เพราะอยากให้รัฐคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศ

“ปี 2566 ถือว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเก็บภาษีขายหุ้น เพราะเป็นปีที่ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความผันผวนสูง โดยสิ่งที่ต้องทำคือทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแรงมากที่สุดมากกว่า ซึ่งจากนี้ เราจะหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนมุมมองให้รัฐบาลเห็นอย่างชัดเจน เพื่อนำปัจจัยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเสนอให้รัฐ ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลสามารถตัดสินใจหรือเปลี่ยนแปลงได้ตลอดว่าจะเลื่อนการเก็บภาษีขายหุ้นหรือไม่ เพื่อความเหมาะสม ซึ่งอยากให้เลือกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยและตลาดทุนไทย”

ทั้งหมดนี้ เป็นความเห็นจากบรรดาผู้มีบทบาทสูงในตลาดทุน ซึ่งส่งเสียงดัง ๆ ถึงรัฐบาลมาโดยตลอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดทุน ภาษีขายหุ้น