เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ส่องหุ้นส่งออก เมื่อแนวโน้มบาทแข็ง เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอ

09 ม.ค. 2566 | 07:01น.

ส่องหุ้นกลุ่มส่งออก เมื่อแนวโน้มบาทแข็งและเศรษฐกิจเริ่มชะลอ ขณะที่การส่งออกปี’66 คาดโตได้ต่ำ หุ้นส่งออกยังน่าสนใจอยู่ไหม กับ “กวี ชูกิจเกษม”  ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) 

วันที่ 9 มกราคม 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น และเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัวในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะโตได้ต่ำในปีนี้  จะส่งผลอย่างไรต่อหุ้นส่งออกที่เคยเป็นพระเอกในปี 2565 ที่ผ่านมา รวมถึงกลยุทธ์การลงทุน กับ “กวี ชูกิจเกษม”  ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

Q : ในปี 2565 ที่ผ่านมาก็จะเป็นแนวโน้มของบาทอ่อน พอปีนี้ 2566 เเนวโน้มค่าเงินบาทพี่กวีประเมินยังไงบ้าง

จริง ๆ ปีที่แล้วค่าเงินบาทของเราช่วงต้นปีอ่อนค่าในช่วงครึ่งปีแรกพอเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังก็เริ่มนิ่งขึ้น และก็เห็นการแข็งค่าขึ้นมาในช่วงตั้งแต่ปลายปี 2565 แล้ว  หลัก ๆ เลยจริง ๆ มันเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจแล้วก็ตามภาวะของเงินไหลเข้าไหลออก ต้นปี 2566 นี้ได้อานิสงส์จากเรื่องของราคาน้ำมันที่ลงด้วย พอราคาน้ำมันลงเรานำเข้าน้ำมันเข้ามาถึงแม้ว่าจะนำเข้ามาในปริมาณเท่าเดิม สิบลิตรเท่าเดิม แสนลิตรเท่าเดิม แต่พอราคาลดลงมูลค่าการนำเข้าก็ลดลงเงินก็ไหลออกน้อยลง

เพราะฉะนั้นปี 2566 นี้เราก็มีโอกาสที่จะแข็งค่า  ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมมันจะแข็งขึ้นจริงหรือไม่ ค่าเงินเป็นในเรื่องของการเปรียบเทียบคือพอเราเปรียบเทียบกับคนอื่นถ้าเราดีกว่าถึงแม้ว่าเราจะแย่  แต่เราแย่น้อยกว่าเงินเราก็จะแข็ง ตอนนี้ในเชิงเปรียบเทียบปรากฏว่าคนอื่นเฉย ๆ แต่เราดูดี เราดูดีมันก็เลยทำให้เงินไหลเข้า  ฉะนั้นปีนี้พี่เชื่อว่าเงินบาทน่าจะอยู่ในเชิงของการแข็งค่า ทางบริษัทหลักทรัพย์พาย ก็มองไว้แถวประมาณ 33.5-34.5  บาทต่อดอลลาร์ที่อยู่ในกรอบ

โอเคช่วงนี้อาจจะแข็งค่าแต่มันก็อาจจะมีช่วงฤดูกาล ไตรมาส 2 มันฤดูกาลของมัน เดี๋ยวไตรมาส 2 ก็อาจจะอ่อนค่า มันจะไม่ได้แข็งตลอดมันก็จะแข็งและก็จะอ่อนในช่วงไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ด้วยเหตุผลว่านักท่องเที่ยวหายไปแล้วก็ต้องมีจ่ายเงินปันผล แล้วก็ช่วงฤดูกาลของส่งออกที่ไม่ค่อยดีด้วยไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ก็จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงแล้วก็จะไปแข็งค่าอีกทีหนึ่งในช่วงไตรมาส 4 เพราะฉะนั้นตัวค่าเงินก็จะแกว่งไปแกว่งมา แต่โดยภาพของเทรนด์หรือว่าของแนวโน้มแล้วก็น่าจะอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

Q : ปีนี้มันจะมีปัจจัยเรื่องของนักท่องเที่ยวจีนด้วยที่เขาเปิดประเทศก็น่าจะเข้ามาไทย  แล้วก็น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้บาทเราแข็งค่าด้วยไหม

เยอะเลย ถ้าใครย้อนกลับไปดูเราก็จะรู้นะว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นสัดส่วนที่เยอะที่สุดในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด พูดง่าย ๆ ใน 100 คนจะมีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 25 คนที่เข้ามาและยิ่งไปกว่านั้นถ้าเรามองถึงการใช้จ่ายต่อคนของนักท่องเที่ยวก็พบว่านักท่องเที่ยวจีนมีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุดด้วยต่อคน มันก็เลยทำให้รายได้ยิ่งดีใหญ่ วันนี้รายได้ของเราปี 2565 รายได้จากการท่องเที่ยวก็ประมาณซักบวกลบประมาณ 1 ล้านล้านบาท เราเคยขึ้นไปสูงสุดในช่วงปี 2019 ที่ตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านคน เรามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท นั่นหมายถึงว่าวันนี้เราก็ถึง 1 ล้านล้านบาทแล้วนักท่องเที่ยวยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลย  นั่นหมายถึงว่าเรามีโอกาสที่เราจะเห็นตัวเลขถ้านักท่องเที่ยวจีนกลับมาแล้วเราดันตัวเลขให้กลับไปสมมุติว่าปีนี้เราทำได้ซัก 40 ล้านคน ซึ่ง 40 ล้านคนไม่ได้พูดเวอร์นะ ไม่ได้เวอร์วังอลังการจัดใหญ่ไฟกระพริบอะไรเลย คือเท่าเดิมเลยเท่ากับปี 2019 รายได้จากการท่องเที่ยวเราน่าจะมากกว่า 2 ล้านล้านบาท

ตรงนี้แหละที่ทำไมเงินบาทถึงได้มีแนวโน้มแข็งค่านอกเหนือจากเรื่องเงินไหลเข้าแล้วเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่จะโตดีด้วย แต่ก็ต้องระวังเงินเฟ้อเวลาเราจับจ่ายใช้สอยถ้าเงินเฟ้อมันขึ้นมาเงินบาทก็อาจจะกลับมาอ่อนค่าได้ถ้าเงินเฟ้อเราควบคุมไม่อยู่ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะกลับมาว่าทุกอย่างมันผูกพันกันมันเกี่ยวเนื่องกันหมด เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นเงินไหลเข้าเศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะทำให้ตลาดหุ้นดีขึ้นไปด้วย อันนี้มันก็จะวิ่งวน ๆ ไปแบบนี้  เพียงแต่ว่าตลาดหุ้นที่ดีขึ้นมันก็จะเหมือนปีที่แล้วเลยตลาดหุ้นมันจะไม่ได้ดีขึ้นในทุก ๆ กลุ่มอุตสาหกรรม ตลาดหุ้นจะเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากเรื่องของการท่องเที่ยว  จากเรื่องของการบริโภคในประเทศ

ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมเรื่องของการเลือกตั้งคราวนี้เงินก็จะหมุนหลายรอบเลย เลือกตั้งเงินหมุนไปหมุนมา จำไว้ว่าปริมาณเงินเท่าเดิมทำให้หมุนดีขึ้นเศรษฐกิจก็โตดีขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเติมเงินเข้าไปในระบบเลย ขอให้หมุนเยอะ ๆ หนุนยิ่งเยอะยิ่งดีอันนี้คือจุดหนึ่งที่ประเทศไทยปีหน้าเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการเลือกตั้งจะทำให้เงินหมุนมากขึ้นอันนี้เป็นสิ่งที่ดี  แน่นอนหุ้นที่จะได้ประโยชน์คือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศก็จะขึ้นเป็นหลัก

ในขณะที่หุ้นปีที่แล้วที่เป็นพระเอกก็อาจจะได้รับผลกระทบ มันก็เลยทำให้ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) อาจจะไม่ได้ไปไหนไกลเท่าไหร่ อาจจะอยู่แถวประมาณ 1,700 จุด จะมีการปรับตัวลดลงในครึ่งปีแรกนี้ เพราะว่าอย่างที่ผมบอกค่าเงินอาจจะแกว่งอ่อนค่าลงและมีเม็ดเงินจากต่างประเทศก็อาจจะชะลอตัว แต่ว่าตัวเม็ดเงินที่ไหลเข้ามามันก็ยังคงดันตลาดหุ้น แต่กลุ่มที่เป็นพระเอกในปีที่แล้วอย่างเช่นกลุ่มพลังงานเพราะราคาน้ำมันขึ้น  เช่นกลุ่มส่งออกเพราะปีที่แล้วส่งออกเป็นพระเอก กระทรวงพาณิชย์เคลมผลงานได้แต่ปีนี้เคลมไม่ได้แล้วนะแสดงว่าปีที่แล้วส่งออกเราดีนะ ปีที่แล้วส่งออกโตตั้ง 7-8% ถึงแม้ว่าช่วงปลายปีจะลดลงแต่ในปีนี้ส่งออกเราอาจจะติดลบด้วยเศรษฐกิจโลกที่แย่

เพราะฉะนั้นกลุ่มส่งออกธุรกิจส่งออกและด้วยเงินบาทที่แข็งมันก็ยิ่งทำให้หุ้นกลุ่มส่งออกที่เป็นพระเอกปีที่แล้ว ก็อาจจะกลายเป็นผู้ร้ายได้ แต่ก็ไม่ถึงขนาดร้ายมาก ปีนี้มันจะตรงกันข้ามหุ้นขึ้นเหมือนเดิมแต่ขึ้นไม่เยอะเหมือนปีที่แล้วที่ขึ้นมา 1% หรือไม่ถึง 1% ด้วย แต่ปีนี้ก็อย่างนี้แหละขึ้นไม่เยอะประมาณ 3-5% แต่หุ้นที่จะขึ้นเยอะมันจะเป็นหุ้นบางกลุ่ม และก็จะมีหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาเลือกหุ้นกลุ่มให้ถูกและเราก็น่าจะได้รับกระแสเงินสด

Q : ย้อนกลับไปถามถึงตัวหุ้นส่งออกนิดนึงที่พี่กวีบอกว่าปีที่แล้วมันเป็นพระเอก  แล้วปีนี้มันมีแนวโน้มที่บาทมันจะแข็งค่าแล้วมันจะยังน่าสนใจอยู่ไหม ยังลงทุนได้อยู่ไหมในตัวหุ้นส่งออก

กลุ่มส่งออก กลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมีจะมีประเด็นเพราะว่ามันวิ่งตามเศรษฐกิจโลก เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจโลกมันชะลอตัวกลุ่มพลังงาน กลุ่มส่งออกได้รับผลกระทบอยู่แล้ว แล้วยิ่งเงินบาทแข็งค่าด้วย ตอนนี้คนรู้ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวแต่คนไม่รู้ว่าจะแค่ไหน เพราะอย่างที่พี่พูดไปมันยังมีความเสี่ยงเรื่องของปริมาณหนี้อยู่แล้วก็เรื่องดอกเบี้ยสูงอยู่ เขาไม่รู้ว่ามันจะจบลงที่ไหน

เพราะฉะนั้นหมายถึงว่าการจะลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออกมันเหมือนคงต้องรอให้นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor : VI) ซื้อไปก่อน ตอนนี้ตลาดหุ้นยังไม่ชัดขนาดที่นักเก็งกำไรจะเข้ามาแรง ๆ ขนาดนั้น ดังนั้นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของเศรษฐกิจโลก ได้รับผลกระทบจากค่าเงินมันก็เลยยังไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่

Q : ทีนี้ในมุมของพี่กวีเองถ้าแนะนำนักลงทุนกลยุทธ์การลงทุนสำหรับครึ่งปีแรกแนะนำไง

มันต้องแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือถ้ากลุ่มที่เก็งกำไรต้องบอกนิดนึงก่อนว่าถ้าหุ้นขึ้นมาเกินกว่า 1,700 จุด เราทำราคาเป้าหมายปี 2566 นี้ที่ 1,690 จุด ตัวเลขกลม ๆ ถ้าเกินกว่า 1,700 จุดก็คือเกินกว่าราคาพื้นฐานของเรา ดังนั้นเราก็แนะนำให้นักลงทุนก็ค่อย ๆ ทยอยขายทำกำไรสำหรับนักเก็งกำไร  สำหรับในช่วงไตรมาส 2 ไตรมาส 3 เรายังไม่ควรมีหุ้นเต็มพอร์ต แต่นักลงทุน Value Investor ถ้าพูดว่าเป็น Value Investor จริง ๆ เราจะได้หุ้นมาในช่วงตอนเกิดวิกฤตโควิดแล้วรอบหนึ่ง น่าจะมีต้นทุนที่ต่ำอยู่พอสมควร ผมว่านักลงทุน Value Investor  เราอาจจะรอเวลาได้หรือมองตลาดหุ้นต่างประเทศด้วย เพราะว่าปีที่แล้วหุ้นไทยไม่ลงก็จริง แต่หุ้นต่างประเทศ ดัชนี NASDAQ ลง 30% ต้นปีลงต่ออีก  ดัชนี S&P ลง 20% ดัชนี DowJones ลงกว่า 10%

เราก็อาจจะมองหาโอกาสในหุ้นต่างประเทศเหล่านี้ได้เพราะว่าเขาลงมาให้เห็นเยอะกว่าการลงมาของตลาดหุ้นไทย ก็ลองดูหาโอกาสสำหรับ Value Investor ส่วนนักลงทุนแนวโมเมนตัม (Momentum Investor : MI) ก็ทยอยขายทำกำไรแล้วกลับมาซื้อใหม่ในช่วงกลางปี ที่ผมพูดว่าราคาหุ้นอาจจะปรับตัวลดลง  กลุ่มที่เราแนะนำให้เล่นในปี 2566 นี้ก็จะเป็นกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ประมาณนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออกไทย ตลาดหุ้นไทย