เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
Business ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
Tech รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
Politics ‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
Politics ‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
พาณิชย์ย้ำยังไม่พบ Panic Buying สต๊อกสินค้าพอ จับตาความเสี่ยงระบบตู้แช่
Economic พาณิชย์ย้ำยังไม่พบ Panic Buying สต๊อกสินค้าพอ จับตาความเสี่ยงระบบตู้แช่
‘ม็อบกำนัน’ ชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบท่อน้ำเลี้ยงถ้าทำถูกต้อง
Politics ‘ม็อบกำนัน’ ชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบท่อน้ำเลี้ยงถ้าทำถูกต้อง
ผวาวิกฤตอาหารสัตว์ ปี’70 สต๊อกขาด นำเข้าสะดุด ต้นทุนพุ่ง สมาคมออก จม.เปิดผนึก จี้ ‘ศุภจี’ รอบ 4 เร่งเคาะแผนด่วน
Economic ผวาวิกฤตอาหารสัตว์ ปี’70 สต๊อกขาด นำเข้าสะดุด ต้นทุนพุ่ง สมาคมออก จม.เปิดผนึก จี้ ‘ศุภจี’ รอบ 4 เร่งเคาะแผนด่วน
สุวรรณภูมิยังอ่วม สายการบินเริ่มจำกัดรับของ หอการค้าชง 5 มาตรการด่วน
Economic สุวรรณภูมิยังอ่วม สายการบินเริ่มจำกัดรับของ หอการค้าชง 5 มาตรการด่วน
‘ศุภลักษณ์’ เจรจากลุ่มเทพนครต่อสัญญาเช่าที่ดิน ‘เดอะมอลล์โคราช’ ดีลยังไม่จบ รอเคาะ 19 พ.ย.นี้
Real Estate ‘ศุภลักษณ์’ เจรจากลุ่มเทพนครต่อสัญญาเช่าที่ดิน ‘เดอะมอลล์โคราช’ ดีลยังไม่จบ รอเคาะ 19 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

นโยบาย “เมด อิน ไชน่า” พลิกโฉมส่งออกไทย

16 ก.พ. 2561 | 18:45น.

คอลัมน์ Smart SMEs

โดย สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ ธนาคารกสิกรไทย

ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการไทย ในปี 2560 ไทยส่งออกไปจีนเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 995,475 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 19.4% โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกเอสเอ็มอี ประมาณ 30%

สินค้าที่ส่งออกไปจีนส่วนใหญ่ของเอสเอ็มอีไทย คือ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้าโภคภัณฑ์อย่างยางพาราและของที่ทำจากยาง รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ (เฟอร์นิเจอร์) พืชผักและผลไม้ และธัญพืช แต่สินค้าเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกของจีนที่หันมาเน้นสินค้าอุตสาหกรรมขั้นสูงมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ทโฟน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรกลต่าง ๆ ซึ่งทำให้ในอนาคตสินค้าหลักของเอสเอ็มอีไทยที่ส่งออกไปจีนน่าจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนมีนโยบาย Made in China 2025 ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาประเทศจีนจากการเป็นประเทศผู้รับจ้างผลิตสินค้ารายใหญ่ที่เน้นการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกที่เน้นคุณภาพของสินค้าและบริการ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการผลิตของจีนที่เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตดังกล่าว อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนโฉมหน้าของการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานภายในภูมิภาคได้ จึงคาดว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ดังนี้

1.สินค้าจำพวกพลาสติกและผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ซึ่งในระยะสั้น-กลางอาจยังไม่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกกลางน้ำของจีนมากนัก เนื่องจากกำลังการผลิตของจีนยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศและยังมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ในระยะยาว สินค้าส่งออกประเภทนี้น่าจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะสินค้าจำพวก LLDPE และ EVA ดังนั้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจึงควรเลือกเน้นผลิตและส่งออกสินค้าขั้นกลางจำพวกพลาสติกประเภทอื่นที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมเกิดใหม่ภายใต้ Made in China 2025 ของจีนได้ เช่น lightweight plastic สำหรับยานยนต์ หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม จำพวกพลาสติกที่ย่อยสลายได้ หรือพลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลูกทดแทนใหม่ ซึ่งทำมาจากข้าวโพด อ้อย หรือถั่วเหลือง (soy protein)

2.ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยาง ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากจีนมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกยางพารา รวมถึงมีการออกไปลงทุนในประเทศ CLMV รวมถึงในไทย จึงอาจทำให้มีผลผลิตป้อนเข้ามาในระบบ ส่งผลให้การนำเข้ายางพาราจากไทยลดลงไปบ้าง แต่จีนเองก็ยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการสายการผลิตของจีนได้ ทำให้ในระยะสั้นผู้ส่งออกยางจากไทยจึงยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

เมื่อพิจารณาแนวโน้มความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของจีน ภายใต้ยุทธศาสตร์ Made in China 2025 จะเป็นจุดพลิกผันบทบาทของจีนจาก “โรงงานของโลก” (factory of the world) ที่เคยได้อานิสงส์จากการเป็นแหล่งแรงงานต้นทุนต่ำ มาเป็น “ประเทศที่มีเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม” เหมือนดั่งที่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ประสบความสำเร็จมาก่อนหน้า ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าของตัวเอง และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตแห่งอนาคตของจีนต่อไป

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ส่งออก