เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
World “อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
Finance GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
“พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
Politics “พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Politics คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
Politics ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
“เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
Politics “เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
Finance UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
Finance SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
Politics กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
ดูทั้งหมด

ซิตี้แบงก์ คาด ธปท. ขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 2% ไม่เกินเดือน ก.ย.นี้

02 ก.พ. 2566 | 13:22น.
ซิตี้แบงก์ คาด ธปท. ขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 2%

ซิตี้แบงก์ คาด ธปท. ทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแตะ 2.25% ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.50% ผลจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง-ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว-การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นหลังจีนเปิดประเทศ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวนลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคาร ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้ ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2.25% ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 จากการที่โมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยระหว่างปี 2566-2567 ยังอยู่ในเชิงบวก แม้ว่า ธปท.ยังมีความกังวลหนี้ครัวเรือนและธุรกิจ SMEs

แต่ ธปท.ยังคงมองว่าสินเชื่อภาคเอกชนยังสามารถโตต่อได้ แม้อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินปรับสูงขึ้น ซิตี้แบงก์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีหน้าจะเฉลี่ยที่ 2.2% ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงจะทยอยปรับขึ้นจากระดับติดลบสู่ระดับ 0% ถือว่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต

นลิน ฉัตรโชติธรรม
นลิน ฉัตรโชติธรรม

“ซิตี้มองว่าปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้ ธปท.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยกว่าที่คาด คือ 1) ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจจะชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้เดิม และอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และ 2) หากเงินบาทแข็งค่ารวดเร็วเกินไป อาจทำให้ กนง.บางท่านพิจารณาการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย”

นอกจากนี้ ซิตี้แบงก์มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทล่าสุดยังไม่น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ กนง.กังวลในระยะนี้ แม้ว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ทำให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในบางภาคส่วน อาทิ ผู้ส่งออก อนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนโยบายทางการเงิน ซึ่งประกอบไปด้วยการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจ เสถียรภาพด้านราคา และเสถียรภาพระบบการเงิน

ด้าน นายปิติ ดิษยธัต ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. เผยในช่วงการแถลงข่าววันที่ 25 มกราคม 2566 ว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษมาดูแล

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.50% หลังประเมินว่าความเสี่ยงขาลงของการเติบโตเศรษฐกิจโลกได้ลดลง ทั้งข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของประเทศที่พัฒนาแล้วออกมาดีกว่าคาด และการเปิดประเทศจีนที่เร็วกว่าความคาดหมาย อีกทั้ง ธปท.ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะผ่านพ้นจุดต่ำที่สุดในปีนี้ รวมถึงภาคการส่งออกจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในปี 2567 แม้ว่าการส่งออกของไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะเติบโตต่ำกว่าประมาณการ

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ปรับการประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 34 ล้านคน จาก 31.5 ล้านคน ที่คาดไว้เดิม ซึ่ง ธปท.มองว่าการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน รวมไปถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ของภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระในวงกว้าง

ในขณะเดียวกัน มุมมองด้านเงินเฟ้อในประเทศของ ธปท.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากการประชุมเดือน พฤศจิกายน โดยมองว่าการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกลดลงช่วยลดความกดดันเงินเฟ้อจากด้านอุปทานในประเทศไทย พร้อมยังมองว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะกลางของเอกชนยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ที่ 1-3% ของเป้าหมายนโยบายการเงิน

อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังคงมองว่าต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีตมาก ซึ่งธปท.สังเกตว่า เครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อล่าสุดแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันของเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่ และยังคงต้องระมัดระวังการส่งผ่านต้นทุนการผลิตที่ยังไม่สิ้นสุดไปยังราคาสินค้าผู้บริโภคในช่วงต่อไป โดยเฉพาะจากค่าไฟฟ้าที่ได้ปรับขึ้นมาช่วงก่อนหน้านี้ 2566 ตลอดจนการฟื้นตัวเพิ่มขึ้นของภาคการท่องเที่ยวอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปสงค์อีกด้วย