เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
“อนันตรา สยาม” ทุ่ม 1.6 พันล้าน พลิกโฉมรับ “ตลาดระดับบน”
Business “อนันตรา สยาม” ทุ่ม 1.6 พันล้าน พลิกโฉมรับ “ตลาดระดับบน”
หมอกควันไฟป่าอินโดฯ พัดปกคลุม ‘ยะลา’ รองผู้ว่าฯ สั่งงดกิจกรรมกลางแจ้ง
เศรษฐกิจภูมิภาค หมอกควันไฟป่าอินโดฯ พัดปกคลุม ‘ยะลา’ รองผู้ว่าฯ สั่งงดกิจกรรมกลางแจ้ง
ซีรีส์วาย-บันเทิงไทย โตก้าวกระโดด FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
Biz Movement ซีรีส์วาย-บันเทิงไทย โตก้าวกระโดด FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
SABINA รีเทลไตรมาส 3 ฟื้น – แอคทีฟแวร์ปัง รับกระแสออกกำลังกาย-HYROX
Biz Movement SABINA รีเทลไตรมาส 3 ฟื้น – แอคทีฟแวร์ปัง รับกระแสออกกำลังกาย-HYROX
‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
Biz Movement ‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
Politics ‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
Economic 2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
หอการค้า ชี้ค่าครองชีพ-รายได้ไม่พอ ดันหนี้ครัวเรือนสูง คาดสิ้นปีหนี้ต่อ GDP ลดเหลือ 84%
Economic หอการค้า ชี้ค่าครองชีพ-รายได้ไม่พอ ดันหนี้ครัวเรือนสูง คาดสิ้นปีหนี้ต่อ GDP ลดเหลือ 84%
กล้าแลกเพื่อรอด
SD Talk กล้าแลกเพื่อรอด
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ : Election Day วันสำคัญ “ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย”

26 มี.ค. 2566 | 14:37น.
ดร.นิเวศน์ วันเลือกตั้ง

ดร.นิเวศน์ กูรูนักลงทุนวีไอ มองการเลือกตั้งไทยครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่าง “ฝ่ายอนุรักษนิยม-อำนาจนิยม” กับ “ฝ่ายเสรีนิยม-ประชาธิปไตย” ที่แหลมคมที่สุดที่ประเทศไทยเคยประสบมา การชนะหรือแพ้ในรอบนี้เป็นเครื่องชี้ว่าประเทศไทยจะไปทางไหนต่อจากนี้ และอาจจะไม่หวนกลับมาเป็นแบบเดิมที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ อีกเลย

วันที่ 26 มีนาคม 2566 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กำหนดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อที่จะเลือกตั้ง ส.ส. และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 2 เดือนนับจากวันนี้ นับว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะกำหนด “อนาคต” ของประเทศไทยว่าเราจะไปทางไหน จะ “ก้าวหน้าหรือถอยลงคลอง” ในระยะยาว

ถ้าจะให้เทียบกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็คือ การรบหรือการต่อสู้ในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่บอกว่าโลกหรือประเทศไทยจะสามารถยืนอยู่อย่างมั่นคง มีการปกครองที่ราบรื่น และทุกฝ่ายเคารพยอมรับใน “ระเบียบ” ที่ยุติธรรม มีเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในฐานะของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดมาในฐานะอย่างไรและเชื้อชาติไหน

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่าย “เผด็จการอำนาจนิยม” นำโดยเยอรมนีชนะฝ่าย “เสรีนิยมประชาธิปไตย” ใน “ยกแรก” สามาถยึดยุโรปได้เกือบทั้งหมด แต่หลังจากนั้นก็เริ่มสะดุดและถดถอย โดยเฉพาะการรบกับสหภาพโซเวียตรัสเซีย

จนถึงวันที่ฝ่ายสัมพันธมิตรนำโดยสหรัฐอเมริกาได้กำหนดวัน “D-Day” ที่จะ “ยกพลขึ้นบก” ที่ชายหาดนอร์มังดีของฝรั่งเศส และหลังจากนั้นก็บุกตะลุยจนเข้ายึดกรุงเบอร์ลินสำเร็จ เยอรมนีพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และโลกก็กลับสู่ความเจริญก้าวหน้าและ “สงบสุข” และมีระเบียบโลกที่เป็นที่ “ยอมรับ” อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

การเลือกตั้งในปี 2566 นี้ ซึ่งผมเรียกว่า “E-Day” หรือ “Election Day” จะเป็นวันสำคัญที่จะ “ชี้ชะตาอนาคตของประเทศไทย” หลังจากที่เราเคยเป็นประชาธิปไตยบ้างและอำนาจนิยมบ้างสลับกันไปมา

จนกระทั่งถึงเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้วที่เรา “จอด” อยู่ที่การเป็นอำนาจนิยมมายาวนาน และก็ยังไม่รู้ว่าจะออกจากวังวนนั้นได้ไหม จนถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะระบบโครงสร้างของประเทศถูก “ล็อก” เอาไว้ตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2557 ที่มีการใช้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขยากมาก จนแทบเป็นไปไม่ได้

การรบหรือการต่อสู้เพื่อ “ปลดปล่อย” หรือทำให้ประเทศไทยเป็น “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” นั้น เริ่มอย่างจริงจังและนำโดย “คนรุ่นใหม่” เมื่อประมาณ 4-5 ปีมาแล้วเมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2562 ที่มีการตั้งพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่เพื่อแข่งขันในการเลือกตั้ง ซึ่งผลก็คือสามารถได้ ส.ส.จำนวนมากอย่าง “น่าตกใจ”

โดยเฉพาะในสายตาของฝ่ายที่ “คุมอำนาจ” ของประเทศมาช้านาน ดังนั้น พวกเขาคิดว่าจะต้องรีบ “ตัดไฟแต่ต้นลม” โดยการ “ยุบพรรค” แต่แล้ว การรบหรือการต่อสู้กลับไม่สงบลง “ไฟ” ของการต่อสู้กลับลุกโชนขึ้นจน “ดับไม่ได้”

การที่จะอธิบายการรบหรือการต่อสู้ทางการเมือง “ยุคใหม่” ของไทยนั้น ผมจะอุปมาอุปไมยว่า การต่อสู้นั้นเหมือนในสงครามจริงที่จะต้องมีกองกำลังหรือกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยกองทัพบกก็คือจำนวนคนทั้งที่เป็นคนธรรมดา สามารถทำได้แค่ออกเสียงในการเลือกตั้ง และคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจและแต่งตั้งให้คนอื่นในฝ่ายตนเองมีอำนาจการปกครองเช่น ส.ว. ส.ส. ข้าราชการ โดยเฉพาะตำรวจและทหารที่มีอำนาจและถืออาวุธ เป็นต้น

กองทัพเรือก็คือ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทางการเมือง ซึ่งแน่นอน รวมถึงรัฐธรรมนูญ กฎเกณฑ์หรือกติกาการเลือกตั้ง ระบบยุติธรรมทั้งหมด รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่

กองทัพอากาศ ซึ่งก็คือเรื่องของเหตุการณ์ ความจริงหรือความเชื่อ และความคิดที่ถูกส่งออกไป เพื่อที่จะเปลี่ยนจิตใจของคนทั้งหลายให้มาเป็นพวกของฝ่ายตน

ทั้ง 3 กองทัพนั้น ในอดีต ฝ่ายที่เรียกว่า “อนุรักษนิยม” ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็น “อำนาจนิยม” ด้วยนั้น เป็นฝ่ายที่ “ครอบครอง” เกือบทั้งหมด ฝ่ายตรงกันข้ามที่เรียกว่า “เสรีนิยม” นั้น มีพลังน้อยมาก

ในส่วนของกองทัพบกอาจจะมีคนที่เชื่อในเสรีนิยมแค่หยิบมือเดียว กองทัพเรือนั้น รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎเกณฑ์ถูกเขียนและบังคับใช้โดยฝ่ายอนุรักษนิยมแทบจะสิ้นเชิง ในส่วนของกองทัพอากาศนั้น สื่อแทบทุกชนิด ยกเว้นหนังสือพิมพ์ก็อยู่ในมือของ “รัฐ” ที่ปกครองแบบอนุรักษนิยมทั้งหมด ดังนั้น ฝ่ายเสรีนิยม-ประชาธิปไตย จึงแทบจะ “ไม่มีที่ยืน” ในสังคม

แต่การเกิดขึ้นของโลกดิจิทัลและสื่อสังคมรุ่นใหม่ในช่วงไม่นาน คือประมาณไม่เกิน 10 ปีมานี้ ทำให้ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดมีต้นทุนในการส่งและการรับน้อยมาก หรือฟรี ซึ่งทำให้กองทัพอากาศถูกใช้ในการต่อสู้ทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญในเครื่องมือนี้มาก และพวกเขาจำนวนน้อยนิดก็เหมือนกับ “นักบิน” ที่ขับ “เครื่องบินเจ็ตรุ่นใหม่ที่สุด” จำนวนเป็นแสน ๆ ลำ บรรทุกระเบิดเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้ามทุกวัน

จนถึงวันนี้สามารถ “ครอบครองท้องฟ้า” ของประเทศไทยได้ ความหมายก็คือ สามารถ “เปลี่ยนความคิด” ให้คนจำนวนมากโดยเฉพาะประชาชนทั่วไป เข้ามาเป็นพวก คนที่เคยเป็นอนุรักษนิยมก็เปลี่ยนมาเป็นเสรีนิยมมากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงคนรุ่นใหม่ที่สมาทานความคิดนี้ตั้งแต่เริ่มมีจิตสำนึกทางสังคมและการเมือง

ดังนั้น กองทัพบกที่เคยถูกครอบครองโดยฝ่ายอนุรักษนิยมจึงมีพลังน้อยลง ในขณะที่ฝ่ายเสรีนิยมมีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเปลี่ยนโดยการถล่มของกองทัพอากาศของฝ่ายเสรีนิยม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนกลุ่มอื่นโดยเฉพาะ ส.ว. และหน่วยงานที่คุมกฎของการปกครองประเทศก็ยังอยู่ในมือฝ่ายอนุรักษนิยมอยู่ รวมถึงฝ่ายที่ถืออาวุธแทบทั้งหมดที่ยังไม่ถูกทำให้เปลี่ยนข้างได้ ดังนั้น ถึงวันนี้ผมยังคิดว่ากองทัพบกของทั้งสองฝ่ายยัง “สูสี” แม้ว่าอาจจะมี “แลนด์สไลด์” ของฝ่ายเสรีนิยมในการเลือกตั้ง

ดูเหมือนว่ากองทัพเรือของฝ่ายอนุรักษนิยมยังแข็งแกร่งมาก แม้ว่าจะถูกถล่มด้วยกองทัพอากาศของฝ่ายเสรีนิยมอย่างหนักจนต้องถอยในบางเรื่อง เช่น การยอม “ให้ประกันตัว” นักรบฝ่ายเสรีนิยมในกรณีความผิดบางอย่าง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การใช้กองทัพเรือในการต่อสู้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถใช้เรือยึดทำเนียบได้ เรือนั้นส่วนใหญ่ก็มักทำได้เฉพาะในการตัดกำลังของข้าศึก เช่น การตัดสิทธิหรือยุบพรรคอะไรแบบนี้

แต่ก็ต้องระวังว่าเมื่อนำเรือออกมาสู้ ก็มักจะเป็นเป้าให้เครื่องบินของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาถล่ม ซึ่งก็เป็นต้นทุนที่สูงมาก ตัวอย่างก็น่าจะเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมรุ่นใหม่ถูกยุบพรรค ซึ่งก่อให้เกิดการประท้วงและการประกาศสงครามทางอากาศ และในที่สุดท้องฟ้าก็ถูกครอบครองมาจนถึงวันนี้

ทั้งหมดนั้นก็ทำให้ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยม-อำนาจนิยม กับฝ่ายเสรีนิยม-ประชาธิปไตย ที่แหลมคมที่สุดที่ประเทศไทยเคยประสบมา การชนะหรือแพ้ในรอบนี้น่าจะเป็นเครื่องชี้ว่าประเทศไทยจะไปทางไหนต่อจากนี้ และอาจจะไม่หวนกลับมาเป็นแบบเดิมที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ อีกเลย