บล.กรุงศรีฯ มองภาพหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว 1,590-1,610 จุด ตลาดได้แรงหนุนจากคาดการณ์จีนจัออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังเงินเฟ้อ มี.ค.ชะลอลง ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นบวกต่อกลุ่มพลังงาน แต่ควรระวังแรงขายลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ คืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ
วันที่ 12 เมษายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีฯ รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า วานนี้ดัชนี SET Index บวก 4 จุด ปิดที่ระดับ 1,597 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ดักเก็งกำไรก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD และประกาศงบฯไตรมาส 1/2566 ในช่วงหลังสงกรานต์
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET แกว่งตัว 1,590-1,610 จุด ภาวะตลาดได้แรงหนุนจากคาดการณ์จีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลัง CPI เดือน มี.ค.ชะลอตัวลง โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% YOY รวมถึงราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน
อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ และการติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศในวันนี้ จึงแนะนำ Selective buy เช่นเดิม
แนะนำ BBL, KTB, KBANK, SCB, ADVANC, INTUCH, BCH คาดการณ์งบไตรมาส 1/2566 เติบโตขึ้น และ SAWAD, MTC, KTC, ASK รับอานิสงส์เงินฟ้อไทยชะลอตัวลง ขณะที่ PTTEP, TOP, BCP ได้แรงส่งจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูง
หุ้นแนะนำวันนี้คือ BCH (ปิด 21.20 บาท ซื้อ/เป้าใหม่ 26.5 บาท เดิม 26 บาท) ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิและราคาเป้าหมายของ BCH ขึ้นสะท้อนข่าวประกันสังคมปรับเพิ่มค่ารักษา รายหัวเพิ่ม 10% จาก 1,640 เป็น 1,808 บาท มีผล 1 พ.ค. เป็นต้นไป
และ MAKRO (ปิด 39.25 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 44 บาท) เงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าที่คาด, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และธีมการเลือกตั้ง ส่งผลบวกโดยตรงกับหุ้นกลุ่มค้าปลีก นอกจากนี้ MAKRO ยังมี้ลุ้นที่จะได้เข้าคำนวณในดัชนี MSCI รอบใหม่
ประเด็นสำคัญวันนี้ประกอบด้วย 1.IMF ลดคาดการณ์ GDP โลกในปีนี้และปีหน้าเป็นโต 2.8% และ 3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.9% และ 3.1% ตามลำดับ เป็นผลจากการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด และปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่วนไทย IMF คาด GDP ในปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 3.4% และ 3.6% โตขึ้นจากปี 2565 ที่ขยายตัว 2.6%
2.ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยเดือน มี.ค.พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.8 จาก 52.6 ในเดือน ก.พ. นับเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี เป็นเซนติเมนต์บวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก Top Pick คือ CPALL, CRC, MAKRO
3.เงินเฟ้อสหรัฐจะเป็นตัวชี้วัดว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะประกาศอัตราเงินเฟ้อ (CPI) เดือน มี.ค. ในคืนวันนี้ ตัวเลขดังกล่าวจะตัดสินว่าเฟดควรจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยหรือจะเริ่มคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
เบื้องต้น Consensus คาด Headline CPI จะลดลงสู่ระดับ 5.2% จาก 6% ในเดือน ก.พ. แต่คาด Core CPI จะเพิ่มขึ้นเป็น 5.6% จาก 5.5% ในเดือน ก.พ. (เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดจะไม่ดี)