เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ยูโอบี โกยกำไรสุทธิ 1.6 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ พุ่ง 74% สูงเป็นประวัติการณ์

22 พ.ค. 2566 | 14:08น.
ยูโอบี

กลุ่มธนาคารยูโอบี ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 พุ่ง 1.6 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สูงเป็นประวัติการณ์ ปรับเพิ่มขึ้น 74% รายได้การค้า-การลงทุนฟื้นตัว อานิสงส์การเติบโตจากธุรกิจรายใหญ่-Global Markets-รายย่อย

วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธนาคารยูโอบี ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2566 ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สูงเป็นประวัติการณ์ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตัวเลขผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้นและรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว 56 จุด ส่งผลให้รายได้จากดอกเบี้ยรับปรับตัวสูงขึ้น 43% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นจากรายได้จากการค้าและการลงทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรับตัวลดลง

ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2566 ของกลุ่มธนาคารได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจ Wholesale, Global Markets และกลุ่มลูกค้ารายย่อย เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการความมั่งคั่งดีดตัวกลับอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากทัศนคติของนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตยังคงได้รับแรงโมเมนตัมที่ดี

เงินกันสำรองในไตรมาสแรกปี 2566 ยังคงอยู่ในความคาดหมายที่ 25 จุด อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คงที่ที่ 1.6% งบดุลของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องที่เหมาะสมและอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของที่ 14.0% ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อธุรกิจลูกค้ารายย่อยจากซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม

“ปัญหาเสถียรภาพของภาคการธนาคารในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อไม่นานมานี้ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดและเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของทั่วโลก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ท้าทายเช่นนี้ การบริหารจัดการอย่างรอบคอบและเป้าหมายในระยะยาวถือเป็นประโยชน์ต่อธนาคารเป็นอย่างมาก

ไตรมาสนี้ ผลกำไรของธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจหลักต่าง ๆ และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตแบบกระจายตัว นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นเสริมงบดุลของเราให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เรายังคงสนับสนุนลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในวัฏจักรตลาดระยะใดก็ตาม

การซื้อกิจการซิตี้ดำเนินไปได้ด้วยดี แผนการดำเนินการในอินโดนีเซียเป็นไปตามที่วางไว้และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี หลังเสร็จสิ้นการซื้อกิจการในมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม เมื่อเราขยายแฟรนไชส์ในระดับภูมิภาคออกไป เราจะยังคงทุ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเสริมสร้างพันธมิตร

เราคาดว่าเศรษฐกิจของเอเชียจะเติบโตขึ้นในปีนี้ และธนาคารอยู่ในสถานะที่ดีในการรับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เนื่องจากเรามีงบดุลที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยสถานะเงินและสภาพคล่องที่มั่นคง”

ไตรมาส 1 ปี 2566 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565

ผลกำไรหลักสุทธิไตรมาสแรกปี 2566 ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.58 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หากรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้ว กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 31% อยู่ที่ 1.51 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

รายได้จากดอกเบี้ยรับสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย 6% ที่ 2.41 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากช่วงระยะเวลาไตรมาสที่มีระยะสั้นกว่าปกติ รวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวลดลงที่ 2.14% จากสภาพคล่องส่วนเกินในสินทรัพย์คุณภาพสูงและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้จากค่าธรรมเนียมสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเลข 2 หลักที่ 14% อยู่ที่ 552 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการความมั่งคั่งเนื่องจากทัศนคติของนักลงทุนปรับตัวดีขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อซึ่งฟื้นตัวดีขึ้นจากรายได้ที่ลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตยังคงมีแรงโมเมนตัมที่ดี โดยได้รับแรงส่งจากการซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยจากซิตี้กรุ๊ปใน 3 ประเทศ

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยพุ่งขึ้นแตะระดับ 563 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ รายได้จากการบริหารตลาดเงินที่เกี่ยวกับลูกค้าปรับตัวแตะระดับสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดีขึ้นจากกิจกรรมบริหารจัดการการค้าและสภาพคล่องยังช่วยผลักดันให้รายได้จากการค้าและการลงทุนปรับตัวดีขึ้นสร้างสถิติสูงสุดใหม่

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาร้อยละ 2 แต่เนื่องจากรายได้มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า จึงส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นที่ร้อยละ 40.9 กลุ่มธนาคารยูโอบียังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนความคิดริเริ่มเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมรักษาวินัยการบริหารจัดการต้นทุน

เงินกันสำรองรวมปรับลดลง 8% เนื่องจากเงินกันสำรองแบบเฉพาะรายลดต่ำลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ตั้งเงินกันสำรองทั่วไปเพื่อความรอบคอบในการเสริมความคุ้มครอง

ไตรมาส 1 ปี 2566 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565

รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิดีดตัวดีขึ้น 43% อยู่ที่ 2.41 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยได้รับแรงส่งจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 56 จุด รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการปรับตัวลดลงอยู่ที่ 552 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เนื่องจากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการความมั่งคั่งและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นจากรายได้จากการค้าและการลงทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์

รายได้เติบโตขึ้นในอัตราที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลักรวมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง 3.9 จุด ลงมาอยู่ที่ 40.9% เงินกันสำรองรวมลดลง 5% เนื่องจากธนาคารได้ดำเนินการตั้งสำรองเชิงรุกในอัตราสูงในปีที่ผ่านมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารยูโอบี