Skip to content

หุ้นกู้ “ไทยเบฟ” ต่อคิวครบดีล 1.4 แสนล้าน ก.ค.เปิดขายลอตใหม่ 3 รุ่น

21 มิ.ย. 2566 | 08:00น.
หุ้นกู้ “ไทยเบฟ” ต่อคิวครบดีล 1.4 แสนล้าน ก.ค.เปิดขายลอตใหม่ 3 รุ่น

หุ้นกู้ “ไทยเบฟเวอเรจ” ต่อคิวครบกำหนด 1.4 แสนล้านบาท รวม 8 ชุด ล่าสุดยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เตรียมขายหุ้นกู้ลอตใหม่ 3 รุ่น เปิดจองซื้อ 14-18 ก.ค. 66 ยังไม่ประกาศวงเงิน-ดอกเบี้ย นำเงินคืนหนี้หุ้นกู้ครบดีล ก.ย. ใช้เงินกู้ยืมแบงก์

วันที่ 21 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานภาพรวมการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ThaiBev) ธุรกิจเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีโรงกลั่นสุราในประเทศไทย สหราชอาณาจักร และจีน ถือครองโดยนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีไทยเชื้อสายจีน

โดบอ้างอิงจากงบการเงินครึ่งปีแรก (สิ้นสุดมีนาคม 2566) พบว่า ไทยเบฟฯ มีการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนไปแล้วทั้งหมด 8 ชุด คิดเป็นเม็ดเงินที่รอครบกำหนดมูลค่ากว่า 141,369 ล้านบาท ประกอบด้วย

– หุ้นกู้ชุดที่ 1

: หุ้นกู้จำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2566

: หุ้นกู้จำนวน 9,300 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มี.ค. 2568

: หุ้นกู้จำนวน 14,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มี.ค. 2571

– หุ้นกู้ชุดที่ 2

: หุ้นกู้จำนวน 4,387 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2566

: หุ้นกู้จำนวน 941 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2568

: หุ้นกู้จำนวน 13,719 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน ก.ย. 2571

– หุ้นกู้ชุดที่ 3

: หุ้นกู้จำนวน 6,914 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2571

– หุ้นกู้ชุดที่ 4

: หุ้นกู้จำนวน 11,300 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2567

: หุ้นกู้จำนวน 10,100 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2572

– หุ้นกู้ชุดที่ 5

: หุ้นกู้จำนวน 8,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน เม.ย. 2567

– หุ้นกู้ชุดที่ 6

: หุ้นกู้จำนวน 7,500 ล้านบาท ซึ่งกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2566

: หุ้นกู้จำนวน 7,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2567

: หุ้นกู้จำนวน 11,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2568

: หุ้นกู้จำนวน 11,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2569

: หุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2572

: หุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มิ.ย. 2574

– หุ้นกู้ชุดที่ 7

: หุ้นกู้จำนวน 3,395 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน พ.ย. 2568

: หุ้นกู้จำนวน 5,478 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน พ.ย. 2570

: หุ้นกู้จำนวน 2,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน พ.ย. 2572

: หุ้นกู้จำนวน 1,662 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน พ.ย. 2575

– หุ้นกู้ชุดที่ 8

: หุ้นกู้จำนวน 9,262 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2570

โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2566 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ThaiBev) ได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ลอตใหม่ จำนวน  3 ชุด แต่ยังไม่ระบุวงเงินและอัตราดอกเบี้ย ประกอบด้วย

– ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569

– ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570

– ชุดที่ 3 อายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2576

โดยมีกำหนดเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 14 ก.ค. และ 17-18 ก.ค. 2566 โดยมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้คือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

– ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

– ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

– ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

– ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

– ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

– บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2566 ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ AA แนวโน้ม Stable โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยไทยเบฟเวอเรจ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อใช้ชำระคืนหนี้เดิมของบริษัท ซึ่งรวมทั้งเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนภายในเดือน ก.ย. 2566