หุ้นกู้ “ไทยเบฟเวอเรจ” ต่อคิวครบกำหนด 1.4 แสนล้านบาท รวม 8 ชุด ล่าสุดยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เตรียมขายหุ้นกู้ลอตใหม่ 3 รุ่น เปิดจองซื้อ 14-18 ก.ค. 66 ยังไม่ประกาศวงเงิน-ดอกเบี้ย นำเงินคืนหนี้หุ้นกู้ครบดีล ก.ย. ใช้เงินกู้ยืมแบงก์
วันที่ 21 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานภาพรวมการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ThaiBev) ธุรกิจเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีโรงกลั่นสุราในประเทศไทย สหราชอาณาจักร และจีน ถือครองโดยนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีไทยเชื้อสายจีน
โดบอ้างอิงจากงบการเงินครึ่งปีแรก (สิ้นสุดมีนาคม 2566) พบว่า ไทยเบฟฯ มีการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนไปแล้วทั้งหมด 8 ชุด คิดเป็นเม็ดเงินที่รอครบกำหนดมูลค่ากว่า 141,369 ล้านบาท ประกอบด้วย
– หุ้นกู้ชุดที่ 1
: หุ้นกู้จำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2566
: หุ้นกู้จำนวน 9,300 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มี.ค. 2568
: หุ้นกู้จำนวน 14,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มี.ค. 2571
– หุ้นกู้ชุดที่ 2
: หุ้นกู้จำนวน 4,387 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2566
: หุ้นกู้จำนวน 941 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2568
: หุ้นกู้จำนวน 13,719 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน ก.ย. 2571
– หุ้นกู้ชุดที่ 3
: หุ้นกู้จำนวน 6,914 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2571
– หุ้นกู้ชุดที่ 4
: หุ้นกู้จำนวน 11,300 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2567
: หุ้นกู้จำนวน 10,100 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มี.ค. 2572
– หุ้นกู้ชุดที่ 5
: หุ้นกู้จำนวน 8,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน เม.ย. 2567
– หุ้นกู้ชุดที่ 6
: หุ้นกู้จำนวน 7,500 ล้านบาท ซึ่งกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2566
: หุ้นกู้จำนวน 7,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2567
: หุ้นกู้จำนวน 11,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2568
: หุ้นกู้จำนวน 11,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2569
: หุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน มิ.ย. 2572
: หุ้นกู้จำนวน 1,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน มิ.ย. 2574
– หุ้นกู้ชุดที่ 7
: หุ้นกู้จำนวน 3,395 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน พ.ย. 2568
: หุ้นกู้จำนวน 5,478 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน พ.ย. 2570
: หุ้นกู้จำนวน 2,500 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน พ.ย. 2572
: หุ้นกู้จำนวน 1,662 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนในเดือน พ.ย. 2575
– หุ้นกู้ชุดที่ 8
: หุ้นกู้จำนวน 9,262 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนครั้งเดียวในเดือน ก.ย. 2570
โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2566 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ThaiBev) ได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ลอตใหม่ จำนวน 3 ชุด แต่ยังไม่ระบุวงเงินและอัตราดอกเบี้ย ประกอบด้วย
– ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569
– ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570
– ชุดที่ 3 อายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2576
โดยมีกำหนดเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 14 ก.ค. และ 17-18 ก.ค. 2566 โดยมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้คือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้
– ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
– ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
– ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
– บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2566 ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ AA แนวโน้ม Stable โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยไทยเบฟเวอเรจ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อใช้ชำระคืนหนี้เดิมของบริษัท ซึ่งรวมทั้งเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนภายในเดือน ก.ย. 2566