หุ้นไทยร่วง 8 วันติด ดัชนี SET ดิ่งเกือบ 100 จุด

หุ้นไทย หุ้นลบ

หุ้นไทยร่วง 8 วันติด ดัชนี SET Index ดิ่งกว่า 92.46 จุด หลุดระดับ 1,500 จุด มาตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. ด้าน บล.ทรีนีตี้วิเคราะห์มาจาก 5 สาเหตุหลัก ฟาก “บล.ฟิลลิป” ชี้หุ้นแบงก์ถูกเทขายวันนี้ กังวล NPL ที่เพิ่มต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการตั้งสำรองเพิ่ม

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) โดยพบว่าตั้งแต่วันที่ 19-28 มิ.ย. 2566 ดัชนี SET Index ปิดตลาดปรับตัวลดลงอยู่ในแดนลบมาต่อเนื่องเป็นเวลา 8 วันติดต่อกันแล้ว โดยลดลงจำนวนทั้งสิ้น 92.46 จุด โดยหลุดระดับ 1,500 จุด มาตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

– วันที่ 19 มิ.ย. ปิดที่ 1,556.92 จุด ลดลง 2.47 จุด หรือ -0.16% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 20 มิ.ย. ปิดที่ 1,537.59 จุด ลดลง 19.33 จุด หรือ -1.24% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 21 มิ.ย. ปิดที่ 1,522.12 จุด ลดลง 15.47 จุด หรือ -1.01% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 22 มิ.ย. ปิดที่ 1,509.31 จุด ลดลง 12.81 จุด หรือ -0.84% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 23 มิ.ย. ปิดที่ 1,505.52 จุด ลดลง 3.79 จุด หรือ -0.25% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 26 มิ.ย. ปิดที่ 1,485.32 จุด ลดลง 20.20 จุด หรือ -1.34% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 27 มิ.ย. ปิดที่ 1,478.10 จุด ลดลง 7.22 จุด หรือ -0.49% จากดัชนีวันก่อนหน้า

– วันที่ 28 มิ.ย. ปิดที่ 1,466.93 จุด ลดลง 11.17 จุด หรือ -0.76% จากดัชนีวันก่อนหน้า

โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่ำที่สุดในวันที่ 19 มิ.ย. ที่ระดับ 32,870 ล้านบาท และสูงสุดคือวันที่ 28 มิ.ย. ที่ระดับ 48,884.27 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สาเหตุที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง มาจากเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง และปัญหาสภาพคล่องภายในที่หดหายไป ประกอบกับปัจจัยการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น การดาวน์เกรดกำไรของบริษัทจดทะเบียนต่อเนื่อง รวมถึงแนวนโยบายการเงินทั่วโลกที่ยัง hawkish ต่อเนื่อง

สำหรับวันนี้ 5 หุ้นใหญ่ที่โดนเทขายหนักคือ 1.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ลดลง 6 บาท ติดลบ 3.72% จากราคาวันก่อนหน้า 2.บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) ลดลง 3 บาท ติดลบ 3.09% 3.บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ลดลง 2.50 บาท ติดลบ 2.36% 4.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ลดลง 1.50 บาท ติดลบ 1.16% และ 5.บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ลดลง 1 บาท ติดลบ 2.65%

ทั้งนี้พบว่าวันนี้หุ้นกลุ่ม BANK กอดคอร่วงหนัก LHFG -4.50%, TTB -3.77%, BBL -3.72%, CIMBT -2.63%, SCB -2.36%, KKP -1.67%, KTB -1.55%, KBANK -1.16%, TISCO -0.52%


ฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป ระบุว่า แรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคาร เกิดจากท่ามกลางความกังวลหนี้เสีย (NPL) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการตั้งสำรองเพิ่มเติม และลบล้างคาดการณ์แนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2/66 ที่เบื้องต้นตลาดคาดสดใส หลังได้ผลบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น