ธปท. ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ หวังเก็บกระสุนรับมือความไม่แน่นอน

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

ธปท.เดินหน้านโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ ลั่นการเพิ่ม Policy space เพื่อเก็บกระสุนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องยึด 3 หลัก “การเติบโตเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ-เสถียรภาพระบบการเงิน” พร้อมประเมินความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “Meet the Press” ว่า การดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ (Normalization) ยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ Gradual and Measured

โดยไม่ได้ดูปัจจัยที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แต่เป็นการมองไปข้างหน้า Outlook Dependent เพื่อให้นโยบายการเงินสมดุล ภายใต้ 3 ปัจจัยคือ 1.เศรษฐกิจเติบโตตามศักยภาพ 3-4% โดย ธปท.คาดว่าจีดีพีปี 2566 จะขยายตัว 3.6% และฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยครึ่งหลังปี 2566 ขยายตัวอยู่ที่ 4.2% จากครึ่งแรกของปีที่ 2.9% ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 29 ล้านคน

และ 2.อัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 1-3% แม้ว่าตัวเลขในช่วง 2 เดือนล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา รวมถึงมาตรการรัฐบาลเรื่องช่วยค่าไฟ ประกอบกับราคาอาหาร ราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลง ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง

อย่างไรก็ตาม มองไปข้างหน้าโอกาสเงินเฟ้อจะขยับเพิ่มขึ้นตามทิศทางการท่องเที่ยวที่กลับมา และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงนโยบายรัฐบาลใหม่ที่อาจจะเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อได้ และ 3.เสถียรภาพระบบการเงิน โดยนโยบายจะต้องไม่สร้างปัญหาให้ระบบการเงิน

ดังนั้น การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงขจัดเงินเฟ้อ แต่มองระยะยาวเพื่อให้เกิดความสมดุล ซึ่งการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) โดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากปัจจุบันมีความผันผวน และความไม่แน่นอนสูง ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และเป็นสิ่งที่ประเมินได้ยาก ดังนั้น สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือ การสร้างกันชน คือการสร้าง Policy space เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่ม policy space ก็ต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย เงินเฟ้อ และผลต่อเสถียรภาพระบบการเงิน

“ดอกเบี้ยที่เหมาะสม เราก็ต้องดูปัจจัยระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาเราผ่อนปรนมานาน ทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ติดลบ เป็นเวลานาน และดอกเบี้ยที่ต่ำมีผลต่อพฤติกรรมในเรื่องหนี้ และการออม แต่ตอนนี้ความจำเป็นในการหยุด คงไม่ใช่ เพราะเงินเฟ้อลงมาแค่ชั่วคราว ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน


ซึ่งการ Normalize ของเราไม่ต้องรุนแรงเหมือนต่างประเทศที่ต้องเหยียบเบรก แต่ของเราคือการถอนคันเร่ง ซึ่งที่ผ่านมาผลค่อนข้างพอใจ เพราะเราทำเงินเฟ้อเข้ากรอบ ซึ่งการแอ็กชั่นการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เงินเฟ้อคาดการณ์นิ่ง มุมมองและการประเมินสถานการณ์ของเราค่อนข้างถูก”