Skip to content

ธุรกิจครอบครัวแห่เข้าตลาดหุ้น IPO ทะลักช่วง 7 ปี ดันมาร์เก็ตแคป 8 ล้านล้าน

03 ส.ค. 2566 | 14:08น.
ธุรกิจครอบครัวแห่เข้าตลาดหุ้น IPO ทะลักช่วง 7 ปี ดันมาร์เก็ตแคป 8 ล้านล้าน

“ภากร” ผู้จัดการตลาดหุ้นไทย เผยในช่วง 7 ปี บริษัทไอพีโอมาจากธุรกิจครอบครัว สัดส่วนกว่า 70% ปัจจุบันมี บจ.กว่า 451 บริษัท หรือ 57% ในตลาด เป็น “ธุรกิจครอบครัว” ผลักดันมาร์เก็ตแคปรวมกว่า 8 ล้านล้านบาท มีรายได้-กำไรโตในอัตรา 39% และ 40% จ้างงานกว่า 920,000 อัตรา

วันที่ 3 สิงหาคม 2566 ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงาน “The 1st SET International Conference on Family Business : Family Business in the Changing World” ว่าปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่เป็นธุรกิจครอบครัวกว่า 451 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 57% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยทั้งหมด โดยมีมาร์เก็ตแคปรวมกันประมาณ 8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของมูลค่ามาร์เก็ตแคปทั้งหมดในปัจจุบัน

โดยอายุเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ที่ 34 ปี และหลายบริษัทมีผู้บริหารที่เป็นทายาทรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าบริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวเติบโตได้ดี ทั้งในส่วนรายได้และกำไรในอัตรา 39% และ 40% ตามลำดับ

ขณะที่มีอัตราการจ้างงานกว่า 920,000 อัตรา หรือคิดเป็น 53% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาด และมีจำนวน 86 บริษัท ที่มีรายชื่ออยู่ในหุ้นยั่งยืน (THSI) รวมถึงนับจากปี 2559-2565 หรือประมาณ 7 ปี มีหุ้นสัดส่วน 70% ของบริษัทไอพีโอมาจากธุรกิจครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการส่งผ่านธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย จากสถิติพบว่ากว่า 90% ของธุรกิจครอบครัวไม่สามารถส่งผ่านธุรกิจไปถึงทายาทรุ่นที่ 3 นอกจากนั้น ธุรกิจครอบครัวยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

และปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยภายใน อาทิ เรื่องของการวางแผนการสืบทอดธุรกิจ การจัดโครงสร้างหรือการสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในการบริหารธุรกิจและบริหารความมั่งคั่งในครอบครัว รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน ESG

“งานนี้เราจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจครอบครัว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนในการสร้างกลไกและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวเข้มแข็งและเติบโตต่อไปได้” ดร.ภากรกล่าว

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลท. กล่าวต่อว่า ในไม่ช้านี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีมาตรการออกมาสนับสนุนให้ธุรกิจครอบครัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น พร้อมทั้งจะมีห้องเรียนสำหรับผู้ประกอบการผ่านไลฟ์แพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนความรู้ในการบริหารธุรกิจ

ทั้งนี้ ในปัจจุบันจะพบว่ากลุ่มธุรกิจครอบครัวที่เข้ามาจดทะเบียนส่วนใหญ่นั้น จะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจทางการแพทย์ และบริษัทในกลุ่ม mai เป็นต้น