Skip to content

ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า หลังเงินเฟ้อสูงเกินคาด

16 ต.ค. 2566 | 18:16น.
ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า หลังเงินเฟ้อสูงเกินคาด

ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า หลังเงินเฟ้อสหรัฐมีแวโน้มสูงเกินคาด โดยผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.8% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า จากระดับ 3.2% ในการสำรวจเดือนที่แล้ว และเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนพฤศจิกายนนี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/10) ที่ระดับ 36.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระบบปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/10) ที่ระดับ 36.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงแรกของคืนวันพฤหัสบดี (12/10) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนกันยายน

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ย.เพิ่ม

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.7% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนกันยายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.6% ในเดือนสิงหาคม

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.1% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.3% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนกันยายน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือนสิงหาคม

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกต่ำกว่าระดับ 210,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 206,250 ราย

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 30,000 ราย สู่ระดับ 1.7 ล้านราย สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.68 ล้านราย ในวันพุธ (11/10)

นอกจากนี้ในวันศุกร์ (13/10) ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 63 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยลดลงจากระดับ 68.1 ในเดือนกันยายน และลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าจะขยับลงแตะ 67.4

นอกจากนี้ ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.8% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า จากระดับ 3.2% ในการสำรวจเดือนที่แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น 3% จากระดับ 2.8% ในการสำรวจเดือนที่แล้ว

คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนพ.ย.

ล่าสุดตัว FedWatch Tool โดย CMB Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนพฤศจิกายนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 5.50-5.75% ที่ร้อยละ 9.8 ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.255.50% ที่ร้อยละ 90.2 โดยนักลงทุนยังจับตาดูเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ออกมาชี้แจงยืนยันว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป จะไม่มีการระงับ หรือยุติและจะเดินหน้าต่อตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายที่ทางพรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง

โดยรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ จะมีความชัดเจนมากภายในเดือนตุลาคมนี้ และได้มีการยืนยันว่าทางพรรคได้ศึกษานโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยผู้เชี่ยวชาญมาตลอด ตั้งแต่ริเริ่มกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถปฏิบัติได้จริง โดยจะไม่เป็นภาระทางงบประมาณ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.17-36.39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.31/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/10) ที่ระดับ 1.0518/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/10) ที่ระดับ 1.0619/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยอ่อนค่าลงจาการที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก และในช่วงบ่ายวันศุกร์ (13/10) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนกันยายนของฝรั่งเศสเป็นไปตามคาดการณ์ที่ -0.5%

นอกจากนั้นทางยูโรสแตท (Eurostat) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคมจากอยู่ที่ 0.6% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.1% และเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ -1.1% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0505-1.0542 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0535/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/10) ที่ระดับ 149.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/10) ที่ระดับ 149.17/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเช้าวันนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม ลดลงอยู่ที่ระดับ -0.7% จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 0.0% และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.0%

โดยตลาดจับตามองการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนกันยายนในวันศุกร์นี้ (20/10) ซึ่งจะมีขึ้นก่อนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ตุลาคม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.34-149.63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนตุลาคมจากเฟดนิวยอร์ก (16/10), ยอดค้าปลีกของสหรัฐ เดือนกันยายน (17/10), การผิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ เดือนกันยายน (17/10), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนตุลาคมจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (17/10), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ เดือนกันยายน (18/10), ดัชนีการผลิตเดือนตุลาคมจากเฟดฟิลาเดลเฟีย (19/10), ยอดขายบ้านมือสองจากสหรัฐเดือนกันยายน (19/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.40/-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.00/-3.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ