“ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น” หรือ TAN หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เข้าซื้อขายตลาดหุ้นวันนี้วันแรก ราคาเปิด 16.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท เหนือจอง 1.8% จากราคา IPO ที่ 16.50 บาท ลุยนำเงินระดมทุนขยายสาขาในไทยและต่างประเทศ รองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค และปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัย
วันที่ 18 ตุลาคม 2566 บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น โดยนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ
ได้แก่ 1.แบรนด์แพนดอร่า (Pandora) เครื่องประดับเงินชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก 2.แบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) สินค้าไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นต้านลายพิมพ์และสีสันจากประเทศฟินแลนด์ 3.แบรนด์แคท คิดสตัน (Cath Kidston) สินค้าไลฟ์สไตส์กลิ่นอายโมเดิร์นวินเทจจากประเทศอังกฤษ รวมถึงการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Cath Kidston ในประเทศเวียดนาม 4.เจ้าของแบรนด์ในกลุ่มหาญ (HARNN) และ 5.วุฒิ (Vuudh) ซึ่งให้บริการสินค้ากลุ่มบอดี้แคร์ สกินแคร์ สปา และอโรมาเทอราพี

เหนือจอง 1.8%
โดยเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันนี้ (18 ต.ค. 2566) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TAN” มีราคาเปิดในวันแรกอยู่ที่ 16.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท เหนือจอง 1.8% จากราคา IPO ที่ 16.50 บาท
สำหรับ TAN มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังไอพีโอ 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิมจำนวน 222.5 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 77.5 ล้านหุ้น การเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกนี้ คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,278.75 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 4,950 ล้านบาท
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อรองรับแผนขยายสาขาของแบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทในปัจจุบัน และปรับปรุงสาขาเดิมให้มีรูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้า รวมทั้งขยายสาขาในต่างประเทศรองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค

โดยในเดือนมิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทได้รับสิทธิในการจัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Right) ในการนำเข้า จัดจำหน่าย ทำการตลาดสินค้าแบรนด์ Marimekko ในประเทศสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยได้เริ่มดำเนินการสาขาแรกแล้วในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566
กลุ่มบริษัทได้วางยุทธศาสตร์ขยายระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแผนขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการต่อยอดธุรกิจจากแบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอสู่กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) ภายใต้ชื่อ Marimekko pop-up café และ Cath Kidston Tearoom
โดยในเดือนพฤษภาคม 2566 กลุ่มบริษัทได้รับสิทธิในการบริหารจัดการร้านอาหารในเครือของ Gordon Ramsey เชฟชื่อดังระดับโลกในประเทศไทย เป็นระยะเวลา 10 ปี ประกอบด้วย
- ร้าน Gordon Ramsay Hell’s Kitchen
- ร้าน Street Burger Gordon Ramsay
- ร้าน Street Pizza Gordon Ramsay
- ร้าน Bread Street Kitchen
มีสาขาทั่วโลก 131 แห่ง
โดยมีแผนจะเปิดสาขารวมทั้งสิ้น 14 สาขา ภายในระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งกลุ่มบริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ 2 สาขา ได้แก่ ร้าน Bread Street Kitchen และร้าน Street Pizza Gordon Ramsay ได้ภายในปีนี้
โดย TAN มีแบรนด์สินค้าภายใต้การดำเนินงาน รวมทั้งสิ้น 5 แบรนด์ และมีแบรนด์ธุรกิจสปาภายใต้ดำเนินงาน รวมทั้งสิ้น 4 แบรนด์ โดยมีสาขาตั้งอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนทั้งสิ้น 131 สาขา
แบ่งออกเป็นสาขาที่เป็นเจ้าของจำนวน 122 สาขา และสาขารูปแบบแฟรนไชส์จำนวน 9 สาขา และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ซื่อ Marimekko pop-up cafe และ Cath Kidston Tearoom (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566)

รายได้ 6 เดือน 655 ล้าน เพิ่มขึ้น 18%
สำหรับรายได้จากการขาย ประกอบด้วย 1.รายได้จากการขายผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางออฟไลน์ และช่องทางออนไสน์ ภายใต้ 4 แบรนด์ ได้แก่ 1.Pandora 2.Marimekko 3.Cath Kidston และ 4.แบรนด์กลุ่มหาญ
โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้จากการขาย 655.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.01% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แยกเป็น
- รายได้ Pandora 335.76 ล้านบาท
- รายได้ Marimekko 123.42 ล้านบาท
- รายได้ Cath Kidston 82.70 ล้านบาท
- รายได้ HARNN 113.92 ล้านบาท
โดยอัตราการเติบโตของรายได้-สาขาหน้าร้าน (TSSG) อยู่ที่ 15.08% (คิดจากอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อสาขาของสาขาหน้าร้านทั้งหมด)
- Pandora 7.46%
- Marimekko 27.17%
- Cath Kidston -14.32%
- HARNN 68.62%
สรุป TAN มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 100.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.01% YOY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผ่านสาขาหน้าร้านของแบรนด์ Pandora Marimekko และ HARNN จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคในประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
และรายได้จากการขายออนไลน์โดยรวมซึ่งเติบโตขึ้น 14.85% อย่างไรก็ดีรายได้จากการขายสำหรับแบรนต์ Cath Kidston ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ลดลง เนื่องจากการผลิตสินค้าล่าช้าจากการที่บริษัทแม่ในต่างประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากการขายของแบรนด์ Cath Kidston น้อยกว่าแบรนด์สินค้าอื่น
กำไรสุทธิ 71 ล้าน
ในส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 71.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.29 ล้านบาท หรือ +88.14% YOY หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.59% ของรายได้รวม โดยสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผ่านสาขาหน้าร้านจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคในประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขึ้นราคาและลดความถี่ของการให้ส่วนลด
หนี้สิน 1,565 ล้าน
โดยจนถึงครึ่งปีแรก TAN มีสินทรัพย์รวม 1,923.80 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หลัก ประกอบด้วย 1.สินค้าคงเหลือ 2.สินทรัพย์สิทธิการใช้ และ 3.ค่าความนิยม ซึ่งรวมคิดเป็น 69.93% ของมูลค่าสินทรัพย์รวม
โดยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 57.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.10% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือจากการเพิ่มปริมาณสำรองสินค้าสำเร็จรูปเพื่อเตรียมขายสอดดล้องกับแนวโน้มรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากเงินที่จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการประกอบธุรกิจกับบริษัทแห่งหนึ่ง
และมีหนี้สิน 1,565.64 ล้านบาท โดยหนี้สินหลักคือ 1.เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถานบันการเงิน 2.เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 3.เงินกู้ยืมระยะยาว และ 4.หนี้สินตามสัญญาเช่า ซึ่งรวมคิดเป็น 93.94% ของมูลค่าหนี้สินรวม
โดยมีหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 24.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.61% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อสินค้าคงเหลือ เพื่อเตรียมขายสอดคล้องกับแนวโน้มรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นสุทธิ และการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นและหนี้สินตามสัญญาเช่า
และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 358.16 ล้านบาท โดยส่วนของผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 1.ทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้วเต็มมูลค่า 2.กำไรสะสม 3.องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น และ 4.ส่วนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย
