วายแอลจีชี้ทองคำมีลุ้นทำนิวไฮรอบใหม่ เฟดส่งสัญญาณผ่อนนโยบายขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำ YLG

วายแอลจี ลุ้นทองคำทำนิวไฮอีกครั้ง หลังเฟดมีท่าทีผ่อนนโยบายขึ้นดอกเบี้ย มองมีลุ้นเห็น 2,200 ดอลลาร์ ชี้หากดอกเบี้ยเป็นขาลงรอบนี้ส่งผลทองคำพุ่งยาว 3-5 ปี แนะสายฟิวเจอร์สเปิดสถานะซื้อ ส่วนระยะสั้นแนะเปิดสถานะซื้อหากยืนเหนือ 2,032 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนที่ 2,018 ดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ปรับขึ้นมาล่าสุด สามารถยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะมีจังหวะที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ระดับ 2,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,078 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

ซึ่งการปรับขึ้นของราคาทองคำเป็นการปรับตัวขึ้นรับสถานการณ์เงินเฟ้อที่เริ่มควบคุมได้ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ที่ทรงตัวในระดับสูงมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร และเงินเฟ้อเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายที่ 2% จึงมีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะผ่อนคลายลง จากถ้อยแถลงนี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลง และส่งผลดีต่อทองคำ ประกอบกันก่อนหน้านี้ราคาทองคำได้ย่อตัวไปพอสมควรทำให้เป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อสะสมรอรับเทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่ที่คาดว่าช่วงดอกเบี้ยขาลงใน 3-5 ปีข้างหน้า

“ในระยะสั้นที่ราคาเริ่มปรับตัวขึ้นมาอาจจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง แต่ถ้าหากทองคำสามารถยืนเหนือ 2,018-2,032 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้ จะมีแรงซื้อเข้ามาทำให้เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ในส่วนของนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่วายแอลจี เป็นผู้ให้บริการอยู่นั้น ทั้ง TFEX และตลาด CME ซึ่งเป็นตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ สามารถลงทุนได้ในทุกบริการ

เช่น Precious Metal futures, Oil futures, Cryptocurrency futures, Forex futures โดยในการลงทุนตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สนี้วายแอลจีแนะนำเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยใช้จุดตัดขาดทุนที่ 2,018 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์”


ทั้งนี้ หากราคาทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน วายแอลจีประเมินว่าภายในไตรมาส 1/2567 มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำขึ้นไปแตะ 2,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศในระยะสั้นได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า มองว่าระยะสั้นจะเคลื่อนไหวในกรอบ แนวรับ 33,350-33,600 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านมองในโซน 34,100-34,400 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 34.90 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2566 เวลา 10.20 น.) ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าซื้อทองคำเพื่อสะสมแนะนำใช้จังหวะทองคำย่อที่ 33,350-33,600 บาทต่อบาททองคำ