CIMBT แนะลูกค้าลงทุนหุ้นกู้ปั้นยีลด์ปี’67 ตั้งเป้ายอดซื้อขาย 5 หมื่นล้าน

CIMBT แนะลูกค้าลงทุนหุ้นกู้ปั้นยีลด์ปี 67 ตั้งเป้ายอดซื้อขาย 5 หมื่นล้าน

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินธนาคารกลางเริ่มหั่นดอกเบี้ย หนุนโอกาสลงทุนตลาดตราสารหนี้ แนะลูกค้าลงทุนสร้างผลตอบแทน ตั้งเป้าเติบโตยอดซื้อขายหุ้นกู้ตลาดแรก-ตลาดรองขยายตัว 40% หรือมียอดอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท คาดสิ้นปี’67 ยอดแตะ 1.2 แสนล้านบาท และตั้งเป้าโต AUM 12-15% พอร์ตแตะ 4 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าให้คำปรึกษาด้านวางแผนการลงทุนรับภาษีต่างประเทศ

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 นายติยะชัย ชอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์การออม ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าปี 2567 ในตลาดการลงทุนในหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง โดยจากทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 2-3 ครั้งนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 จึงเป็นโอกาสของนักลงทุน

โดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะมีทั้งหุ้นกู้คุณภาพสูง และพันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น แม้ว่าจะมีเรื่องของสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ แต่ธนาคารมีทีมวิเคราะห์ความเสี่ยง ทั้งกระแสเงินสด และผู้บริหาร จึงยืนยันถึงการลงทุนที่มีความปลอดภัย

โดยธนาคารตั้งเป้ายอดซื้อ-ขายหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรองในปี 2567 อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมียอดซื้อขายอยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปี 2567 ยอดซื้อขายหุ้นกู้จะอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 40%

ทั้งนี้ ในตลาดแรกธนาคารยังคงเดินหน้าขายเต็มที่ ขณะที่ตลาดรองจะเน้นการขายหุ้นกู้ระยะยาวที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง จะสามารถทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนที่ดี

ทั้งนี้ ธนาคารแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นกู้ระยะเวลา 5-7 ปี ซึ่งเป็นหุ้นกู้ในประเทศจะให้ผลตอบแทน (Yield) เฉลี่ย 4-6% และหากลงทุนต่างประเทศด้วยสกุลเงินดอลลาร์ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 7-8% ถือว่าเป็นพอร์ตการลงทุนที่ค่อนข้างเหมาะสม

CIMBT แนะลูกค้าลงทุนหุ้นกู้ปั้นยีลด์ปี 67 ตั้งเป้ายอดซื้อขาย 5 หมื่นล้าน
นายติยะชัย ชอง

“สัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ในหุ้นกู้ มองว่าส่วนใหญ่จะเกิดจาก Corporate Governance ไม่ได้เกิดจากปัญหาของระบบ ซึ่งเรามีการวิเคราะห์ค่อนข้างละเอียด ซึ่งมองไปข้างหน้าเรามองว่าสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้จะลดลง ส่วนหุ้นกู้ที่มีสัญญาณการขายไม่หมด อาจจะเป็นปัญหาดีมานด์และซัพพลายของตลาดมากกว่า” นายติยะชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากกรมสรรพากรได้มีประกาศเตรียมเก็บภาษีรายได้จากการลงทุนในปี 2567

โดยธนาคารได้เตรียมแผนรองรับเกณฑ์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านเครือข่ายสาขาต่างประเทศที่มีอยู่ในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือลูกค้าในการบริหารจัดการลงทุนและการจัดการทางด้านภาษี

โดยกรณีที่ลูกค้ายังคงมีความต้องการลงทุนในต่างประเทศ และยังไม่ต้องการนำเงินกลับ ธนาคารจะใช้เครือข่ายสาขาต่างประเทศให้ลูกค้าได้เปิดบัญชีออมทรัพย์ด้วยอัตราผลตอบแทนที่อยู่ระดับสูง หรือการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น และกรณีที่ลูกค้าที่มีเงินลงทุนในต่างประเทศ และต้องการนำเงินกลับเข้าประเทศ ธนาคารจะมีทีมพันธมิตรในเรื่องของกฎหมายภาษีช่วยแนะนำลูกค้า รวมถึงการวางแผนการลงทุนเพื่อบริหารจัดการภาษี

“ตอนนี้มีลูกค้าได้เข้ามาติดต่อเพื่อปรึกษาเรื่องดังกล่าว โดยหากเป็นลูกค้าที่ยังต้องการลงทุนเราก็แนะนำให้เปิดบัญชีในต่างประเทศได้เลย รวมถึงมีทีมที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการวางแผนด้านภาษี โดยจะมี RM คอยแนะนำลูกค้า”

นางสาวกมลพรพรรณ ภัทรฤทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการ กลยุทธ์ลูกค้าบุคคลธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า จากกลยุทธ์ดูแลลูกค้า Wealth อย่างเข้าใจ ใกล้ชิด และตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่าง ธนาคารมีแผนงานขยายฐานลูกค้า CIMB Preferred ให้เติบโตต่อเนื่องมากกว่า 12% ต่อปี จากปัจจุบันมีสมาชิก CIMB Preferred ประมาณ 100,000 ราย และมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 3.6 แสนล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 16% โดยตั้งเป้าปี 2567 จะเติบโต AUM อยู่ที่ 12-15% หรือมีสินทรัพย์เกือบ 4 แสนล้านบาท

และจากการศึกษาความต้องการของลูกค้า พบเป้าหมายที่แตกต่างกันของลูกค้า 3 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่ม Preferred 3-10 ล้านบาท กลุ่ม Preferred Elite 10-30 ล้านบาท และ Private Wealth 30 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนของ CIMB Thai มีจุดแข็งเรื่องความหลากหลายและครบทุกความต้องการ ธนาคารจึงสามารถคัดสรร และนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

“เราโฟกัสกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ (Next Generation Investor) รวมถึงกลุ่ม Mass Affluent โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจ Generation ที่ 2 ที่ 3 ที่กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทในการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัว ที่สนใจเรื่องการวางแผนการลงทุน คนกลุ่มนี้สนใจใฝ่หาความรู้ใหม่ตลอดเวลา ไม่เพียงแค่สภาวะตลาด การลงทุน แต่รวมถึงทักษะการเป็นผู้นำ

ซึ่ง CIMB Group ที่แข็งแกร่งด้านเครือข่ายอาเซียน มีกิจกรรมส่งเสริมและจัด Next Generation Leadership Program ให้ลูกค้า Private Wealth ในภูมิภาคอาเซียน ให้มีความรอบรู้และมีความพร้อมในการที่จะขึ้นมารับบทบาทสำคัญต่อจากครอบครัว เรานิยามคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่งคั่งสูงว่าเป็น Global Citizen มีศักยภาพในการใช้ชีวิต ทำธุรกิจ และลงทุนอย่างไร้พรมแดน ซึ่ง CIMB Thai และ CIMB Group ตอบโจทย์ลงทุนครอบคลุม Onshore และ Offshore”

นายสุวดิศ ดิสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารช่องทางการขายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า อีกจุดแข็งที่โดดเด่นของ CIMB Thai คือ เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าทางด้าน Wealth ที่ผ่านมา CIMB Thai ได้รับคะแนนความพึงพอใจในอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด และปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่น คือความรู้ความสามารถและการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล

โดยเรามีการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องในทุกช่วงอายุการทำงาน เริ่มตั้งแต่มีกระบวนการดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เข้ามาร่วมงานโดยใช้ระบบสมุดพกนักเรียน (Learning Passport) และระบบพี่เลี้ยงและเพื่อนคู่หู (Coach & Buddy)

เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานใหม่ทุกคนจะสามารถดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี การอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ทุกวันทำการเวลา 08.00 น. ทุกคนจะได้ฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์ สภาวะตลาด เศรษฐกิจ ความรู้ ให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์ เพื่อให้พร้อมกับการให้คำแนะนำลูกค้าในทุก ๆ วัน

“นอกจากนี้ เรากำลังสร้างโครงการ ‘Wealth Manager’ อ้าแขนรับผู้จัดการสาขา หรือเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าที่เกษียณอายุ แต่ยังมีพลังในการทำงาน กลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง เป็นโครงการที่ได้ประโยชน์กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

1.พนักงานของ CIMB Thai ที่เกษียณ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีพลังในการทำงาน ก็จะได้ทำงานดูแลลูกค้าต่อไป

2.ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ และมั่นใจที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคย

3.พนักงานในระดับถัด ๆ ไปก็มีโอกาสเติบโตขึ้นมาทดแทนตำแหน่งของผู้ที่เกษียณ


4.ธนาคารได้สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าและพนักงาน โปรแกรมนี้เริ่มแล้ว ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานที่กำลังจะเกษียณ เรามั่นใจว่าจะประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และในอนาคตจะพิจารณาถึงการเปิดรับพนักงานเกษียณอายุ แต่ยังมีไฟจากสถาบันการเงินอื่นด้วย ทั้งหมดนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา”