SCGD เปิดซื้อขายวันแรก ราคา 10.10 บาท หุ้นต่ำจองไอพีโอ 12.17%
วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ บมจ.เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) ได้เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SCGD”
มีราคาเปิดตลาดอยู่ที่ 10.10 บาท ปรับตัวลดลง 1.4 บาท หรือ -12.17% จากราคาเสนอขายครั้งแรกไอพีโอที่ราคา 11.50 บาทต่อหุ้น

ธุรกิจ Flagship กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย
สำหรับ SCGD เป็น Flagship Company ของกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ประกอบธุรกิจด้วยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ดำเนินธุรกิจผลิตกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย และธุรกิจผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ภายในห้องน้ำในประเทศไทย ภายใต้ตราสินค้าที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง อาทิ COTTO, SOSUCO, CAMPANA, PRIME, MARIWASA และ KIA
มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาเซียน ผ่านเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าของบริษัท และส่งออกไปจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินธุรกิจการให้บริการนิคมอุตสาหกรรมในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
SCGD มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังเสนอขายหุ้น 16,500 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปและทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นของ บมจ.เอสซีจี เซรามิกส์ (COTTO) ด้วยวิธีแลกหุ้น IPO ของ SCGD ตามแผนการปรับโครงสร้าง
มูลค่าหลักทรัพย์เกือบ 1.9 หมื่นล้าน
โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนรวม 439.1 ล้านหุ้น มีกำหนดจองซื้อระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน-13 ธันวาคม 2566 ในราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 5,049.65 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 18,975 ล้านบาท
การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากกระบวนการสำรวจความต้องการของผู้ลงทุน (Book Building) ซึ่งเมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) เท่ากับ 19.9 เท่า
โดยคำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง (วันที่ 1 ตุลาคม 2565-วันที่ 30 กันยายน 2566) ซึ่งเท่ากับ 953.6 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 1,650 ล้านหุ้น ได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.58 บาทต่อหุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ
กางแผนระดมทุน-บุกตลาดอาเซียน
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) เปิดเผยว่า นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ประกอบกับฐานการผลิตที่ทันสมัยและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกว่า 40 ปี จะเสริมให้บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ทั้งนี้ SCGD มีแผนจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ขยายกำลังการผลิตและขยายช่องทางการจำหน่าย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานและด้านพลังงาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ในปี 2050 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการของบริษัท
SCGD มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังหักสำรองทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี รวมทั้งหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท แผนการลงทุน สภาพตลาด ความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นในอนาคต
หลัง IPO จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แก่ กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 73.4% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า SCGD จะเป็นหุ้นไอพีโอที่มีขนาดใหญ่สุดของปี 2566 ประเมินจากมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่มีมูลค่า 18,975 ล้านบาท และจะเป็นไอพีโอตัวที่ 40 ของปีนี้ จากก่อนหน้านี้มีหุ้นเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาด SET จำนวน 19 บริษัท และตลาด mai อีกจำนวน 20 บริษัท
ข้อมูล ณ วันที่ 18 ธ.ค. 2566 ไอพีโอทั้งหมดในปีนี้มีมูลค่าระดมทุน 33,209 ล้านบาท มูลค่าเสนอขาย 40,256 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ 154,742 ล้านบาท