เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตารอดูตัวเลข PCE สหรัฐ

21 ธ.ค. 2566 | 18:29น.
เงินบาท

เงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตารอดูตัวเลข PCE สหรัฐ หรือดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมรอบถัดไป

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/12) ที่ระดับ 34.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (21/12) ที่ระดับ 34.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดี

ทั้งนี้ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ โดยตลาดจับตาดูตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในคืนวันศุกร์ (22/12) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมรอบถัดไป

เมื่อคืนวาน (20/12) สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่ายอดขายบ้านมือสองปรับตัวสูงขึ้น 0.8% สู่ระดับ 3.82 ล้านยูนิต ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.78 ล้านยูนิต หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน โดยได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง รวมถึงจำนวนบ้านในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ราคาบ้านปรับสูงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยของบ้านเพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 387,600 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลดลง 7.3% เมื่อเทียบรายปี

นอกจากนี้ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐในเดือนธันวาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 110.7 จากระดับ 101.0 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 104.5 หลังได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.82-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.85/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจภายในภูมิภาค ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีที่ระดับ 3.4% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 4.20% ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ หลังจาก PBOC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีไว้ที่ระดับ 2.5% เมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงมีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบจำนวน 8 แสนล้านหยวน (1.12 แสนล้านดอลลาร์) ผ่านทางโครงการ ผ่านทางโครการ MLF

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/12) ที่ระดับ 1.0947/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/12) ที่ระดับ 1.0958/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0933-1.0955 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0936/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโรสหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจภายในภูมิภาค สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษ ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และถือป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงาน ปรับตัวลงสู่ระดับ 5.1% ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.6% เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ยังคงมีมติดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25% รวมถึงส่งสัญญาณว่า จะยังคงดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อไปอีกสักระยะ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/12) ที่ระดับ 143.01/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (21/12) ที่ 143.45/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 7.769 แสนล้านเยน (5.4 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนพฤศจิกายน หลังยอดส่งออกลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยยอดส่งออกปรับตัวลดลง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 8.82 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าปรับตัวลดลง 11.9% แตะระดับ 9.60 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ยอดขาดดุลการค้าของญี่ปุ่นลดลง 62.2% จากระดับปีก่อนหน้า เนื่องจากการนำเข้าพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐมูลค่า 8.0429 แสนล้านเยน ขณะที่ยอดขาดดุลการค้ากับจีนแตะ 6.5402 แสนล้านเยน ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.79-143.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.15/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (21/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐ (GDP) ไตรมาส 3/2566 (22/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน พ.ย. ของสหรัฐ (22/12), คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (22/12), ยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ย. (22/12) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของรัฐมิชิแกน (22/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.00/-8.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.10/-8.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ